เรื่อง เด็กเสียชีวิต จาก การ เผอเรอ เผอเรอ ของผู้ปกครอง เป็น ความตาย ที่คาดไม่ถึง ของผู้ปกครอง 1
เด็กคนหนึ่ง กว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่ หรือ กว่าจะมีสติสัมปชัญญะ ในการดูแลปกป้องตัวเอง ช่วยเหลือตัวเองให้ปลอกภัย จากอันตราย ความเสี่ยง ของสภาพแวดล้อม ต่างๆ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี นั้น ยังไม่ต้องไปถึง สภาพแวดล้อมที่เป็นจุดเสี่ยง แหล่งอันตราย ต่างๆ ในชุมชน หรือ ในสังคมทั้วไป แต่ความตาย ความเสี่ยง อันตรายต่างๆ โดยเฉพาะ ของเด็กเล็กๆ สามารถเกิดขึ้นได้ ตั้งแต่ภายในบ้านพัก รอบๆบ้านพักที่เด็กอาศัยอยู่ ซึ่งเด็กที่ต้องสูญเสียชีวิตไป ยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ยังไม่รู้จักความเสี่ยง อันตราย ที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในบ้านพัก รอบๆ บ้านพัก ผู้ปกครองจึงมีส่วนสำคัญในการดูแลเด็ก ให้อยู่รอดปลอดภัย เติมโตผู้ใหญ่ที่สามารถดูแลตัวเองได้
แต่สาเหตุของการเสียชีวิตของเด็กเล็กๆ ที่สำคัญลักษณะ หนึ่ง คือ การ เผอเรอ เผอเรอ ของผู้ปกครอง เพราะจากการเก็บข้อมูลพบว่า การเสียชีวิตของเด็กเล็กๆ จำนวนมาก เกิดจากการเผอเรอของผู้ปกครอง บทความนี้ ขอเล่าถึงประสบการณ์ การเก็บข้อมูล ของเด็กที่เสียชีวิต ที่เกิดจากการเผอเรอของผู้ปกครอง และ เป็นลักษณะเหตุการณ์การเสียชีวิตที่เกิดขึ้นจริง มีเด็กเสียชีวิต จริงๆ
ตัวอย่างที่ 1
ลักษณะบ้านพักอาศัยของเด็ก อยู่ติดริมคลอง ขนาดใหญ่ มีประตูที่เปิดออกไปเป็นลำคลอง ซึ่งทางบ้านพักหลังนี้ ใด้ใช้น้ำในลำคลอง ทำกิจกรรมบ้างอย่างด้วย คือ การอาบน้ำ ตักน้ำรดต้นไม้ ผู้ปกครองเด็ก ทำงาน ร้อยพวงมาลัย ในบ้านพัก เพื่อส่งไปให้ญาติขาย ทำงานจนถึงช่วง บ่ายแก่ๆ ได้พา ลูก อายุ 4 ขวบ นอนพักผ่อน ขณะเกิดเหตุ มีคนอยู่ในบ้านพัก 5 คน แต่อยู่ตามห้องของตัวเอง ระหว่างที่แม่นอนอยู่นั้น เด็กที่เสียชีวิต ได้ตื่นขึ้นมา โดยไม่มีใครรู้ และคงได้เดินไปเปิดประตู ที่ใส่กลอนไว้ แต่เด็กคงเปิดได้ และตกลงไปในน้ำ เพราะ เมื่อผู้ปกครองตื่น ขึ้นมาไม่พบเด็ก ได้เดินออกตามหาจนทั้วบ้าน และ ระแวกชุมชน แต่ไม่พบ และยังลงไปช่วยกันตามหาในน้ำ แจ้ง มูลนิธิกู้ชีพ ให้ส่งนักประดาน้ำ มาช่วยงมหาเด็กในน้ำ แต่ยังไม่พบ มาพบเด็กอีกครั้งในตอนเช้า ลอยอยู่ในคลองหลังบ้าน นั้นเอง ห่างจาก ประตูบ้านที่เปิดออกสู้ริมคลอง ประมาณ 100 เมตร ซึ่งเด็กได้เสียชีวิตแล้ว
ตัวอย่างที่ 2
ลักษณะบ้านพักของเด็ก อยู่ริมคลอง อีกเช่นกัน ช่วงบ่ายๆ แม่อยู่กับลูกสองคน แล้วได้พาลูก 3 ขวบ นอนพัก แต่ลูกได้ตื่นก่อนแม่ และได้เดินออกมานอกบ้าน ด้วยการเปิดประตู ที่ผู้ปกครองใช้เชือกคล้องกับตะปูไว้ เด็กสามารถเปิดออกไปได้ และเดินไปในทางเดินริมน้ำ และคงตกลงไปในน้ำ ได้จมน้ำเสียชีวิต เพราะเมื่อแม่ตื่นมาไม่เห็นลูก แม่เดินออกตามหาจนทั้วบ้าน และ ระแวกชุมชน และได้งมหาในน้ำ และได้พบว่า เด็กจมน้ำเสียชีวิตแล้ว
ตัวอย่างที่ 3
แม่กับลูกอยู่บ้านเช่า พ่อไปทำงาน ลูกอายุ ประมาณ 2 – 3 ขวบ แม่พาลูกอาบน้ำในห้องน้ำ ระหว่าง ที่แม่กับลูกอาบน้ำ อยู่นั้น ได้มี “อาบัง” ผ่อนของ มาเก็บเงินที่พ่อ ได้ไปซื่อรองเท้าเงินผ่อนไว้ แต่พ่อไม่อยู่ และแม่ไม่รู้ แม่ได้ออกมาคุย หรือ เถียงกับ “อาบัง” ผ่อนของ ที่หน้าประตูบ้าน ห่างจากห้องน้ำ คงไม่เกิน 5 เมตร นานไปหน่อย เมื่อกับไปในห้องน้ำ พบว่าลูก ตกไปในถังน้ำ สีดำ ขนาดใหญ่ คงประมาณ ถัง 80 หรือ 100 ลิตร ในลักษณะท่า หัวทิ่มลงไปขาตั้งขึ้นมา จึงได้ช่วยลูกขึ้นมาจากถังน้ำ และพยามช่วยชีวิตด้วยการปฐมพยาบาลเบื้องต้น แล้วนำส่งโรงพยาบาล แต่แพทย์ ไม่สามารถช่วยเหลือชีวิต ของลูกไว้ได้ แม่ได้เล่า ให้ฟังว่า คิดว่าคงยืนคุยกับ “อาบัง” ผ่อนของ อยู่ประมาณ 5 นาที คิดว่าที่ลูกตกลงไปเพราะคงทำสบู่ตกลงไปในถังน้ำ เพราะ เห็นสบู่อยู่ก้นถังอาบน้ำและ คงพยายามจะเก็บขึ้นมา โดยขึ้นไป ยืน บนเก้าอี้ที่ไว้ใช้ซักผ้า ซึ่งอยู่ในห้องน้ำ จึงทำให้ลูก ตกลงไปในถังอาบน้ำเสียชีวิต
ตัวอย่างที่ 4
แม่นอนดูทีวี อยู่ในบ้านพักช่วย บ่ายแก่ๆ ย่า นั่งทำงานอยู่หน้าบ้าน เด็ก 2 - 3 ขวบ ตอนแรกเล่น นอน อยู่กับแม่ภายในบ้านพัก แต่ได้เดินออกมาข้างนอกบ้าน ซึ่ง ย่ามองไม่เห็น เพราะนั่งทำงานหันหลัง ให้ประตูบ้าน เวลาผ่านไปสักระยะ แม่ ได้ร้องถามย่าเห็นลูก หรือเปล่า ซึ่งแม่คิดว่าเล่นอยู่หน้าบ้านพัก ย่าบอกว่าไม่เห็น ซึ่ง ย่า คิดว่าเด็กอยู่ในบ้าน จึงได้ช่วยกันออกตามหา และได้พบว่าตกลงไปในน้ำ ที่อยู่ห่างจากบ้านพัก ไม่เกิน 10 เมตร และเด็กได้เสียชีวิตแล้ว
ตัวอย่าง ที่ 5
ยาย อยู่ กับหลาน วัย 2 ช่วง เวลาเย็นๆ ยายได้มาก่อไฟทำกับข้าว โดยให้หลาน อยู่ในบ้าน โดยใช้ไม้กลั้นทำเป็นประตูไว้ เด็กได้ปีนออกมา และไปที่ ท่าน้ำของบ้านพัก ซึ่งห่างจากจุดที่ยายปล่อยเด็กไว้ตามลำพัง ประมาณ 5 เมตร และห่างจากจุดที่ยายทำกับข้าว ประมาณ ไม่เกิน 10 เมตร แต่จุดที่ยายนั่งทำกับข้าว เป็นการนั่งหันหลัง ให้จุดที่เด็กตกลงไปในน้ำเสียชีวิต เมื่อยายทำกับข้าวเสร็จ เก็บใส่ตู่กับข้าวเรียบร้อย รอกินอย่างเดียว ได้เดินไปดูหลานไม่พบ ไปพบในแอ่งน้ำขังของบ้าน และเด็กได้เสียชีวิตแล้ว
ยกตัวอย่างมาพอให้เห็นภาพของการเสียชีวิตในเด็กเล็กๆ โดยเฉพาะการเสียชีวิตของเด็กจากการจมน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่ มากๆ ของเด็กที่เสียชีวิต เกิดจากการ เผอเรอ เผอเรอ ของผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก ซึ่งอาจจะเป็นการเผอเรอ แค่ เพียง 5 นาที ก็สามารถทำให้เด็กเสียชีวิต จากการจมน้ำได้แล้ว เพราะเท่าที่จำได้ แพทย์บอกว่า เด็กที่ขาดอากาศหายใจจากการจมน้ำ ตั้งแต่ 1 นาที ขึ้นไปสามารถทำให้เด็กเสียชีวิตได้ หรือ ถ้ายังพอช่วยชีวิตได้ ต้องจมน้ำไม่เกิน 4 นาที
ที่นี้มันมีหลักการในการดูแลเด็ก ที่เป็นมารตฐานความปลอดภัย ในการเลี้ยงดูแลเด็ก อยู่ที่ว่า เด็กเล็ก อายุไม่เกิน 3 ปี ผู้ปกครอง ผู้ดูแล ต้องเลี้ยงดูเด็กให้อยู่ใกล้มือ มือพร้อมที่คว้าถึงตัวเด็กในทันที่ เด็กอายุ 3 - 6 ปี ต้องอยู่ในระดับสายตา และพร้อมที่จะเข้าถึงตัวในทันที่ ที่เห็นว่าเด็กกำลังมีอันตราย มีความไม่ปลอดภัย มีความรุนแรง ที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก
ผู้ปกครองที่มีบุตรอยู่แล้ว หรือ คู่ชีวิต ที่คิดกำลังจะมีบุตร ควรระมัดระวัง เรื่องของความเผอเรอในการเลี้ยงดูเด็กๆ ให้ดี มากๆ เพราะ เพียงแค่ 5 นาที ที่ท่านละสายตาจากลูก อาจเป็นเพียง 5 นาที ที่ท่านรู้สึกว่ามันยาวนานที่สุดในชีวิต เพราะท่านคงจะจดจำมันได้ไปตลอดชีวิต กับ ความรู้เสียใจ ฝันสลาย ต่อการสูญเสียลูกๆ กับการเผอเรอของท่าน เพียง เพียง 5 นาที เท่านั้น
วาทะสอนชีวิต
Beware of small expenses; a small leak will sink a great ship.
- - Benjamin Franklin - -
จงระวังสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เช่น รอยรั่วเล็กๆอาจจะทำให้เรือใหญ่ล่ม
กลาง ธรรมชาติ
2 ก.ย. 2552
ทั้งความเผลอเรอ ทั้งสภาพแวดล้อม น้ำ ป่า ตึกสูง หรือแม้แต่ในที่ก่อสร้าง อันตรายทั้งนั้น การช่วยกันระแวดระวัง เตือนกัน พอจะช่วยได้มากขึ้นครับ