สวัสดิการต้องจัดให้ตัวเองก่อน ต้องใช้ใจนำ ใช้ทุนเป็นเครื่องมือ ต้องเขียนบทเอง กำกับเองเลือกนักแสดงเองให้เข้ากับวิถีชุมชน จัดการจัดการข้อมูล

        

  ตอนบ่ายของวันที่ 26 เตรียมการรู้จักกัน โดยทีมงาน พอช. มีคุณ หนุ่ย คุณตั๊ก และน้องบัง แบ่งพื้นที่ที่รับงบประมาณสนับสนุน รอบสองเตรียมขึ้นเวทีรับมอบทุนสนับสนุนกองทุนสวัสดิการ

        วันที่ 27 งานเริ่มอย่างเป็นทางการ  กล่าวเปิดงานโดยอธิการหญิงแห่ง มสธ. รมต. พม*.นายอิระ สมชัยเป็นประธานฯ กล่าวเปิดงานแบบกันเองตามสไตส์ นักการเมือง

      หลังจากนั้นอาจารย์ ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม คนต้นคิดเรื่องชุมชนอดีตรองนายกรัฐมนตรี( สมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ผู้เขียนได้รับการแต่งตั้งจากท่านให้เป็นกรรมการจัดสวัสดิการภาคประชาชนของจังหวัดพัทลุง จนมีพื้นที่จัดสวัสดิการชุมชนแตกหน่อ ก่อผลมาถึงวันนี้ วัน"สมัชชาสวัสดิการชุมชน ปฎิรูปสังคมจากฐานราก") ปัจจุบันท่านเป็นกรรมการสมัชชาปฏิรูป อาจารย์ ไพบูลย์ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า"

>การเชื่อประสาน ต้องไม่มาทำลายความเข้มแข็งในการจัดการตนเอง ชุมชนยังคงต้องเป็นแกนหลักในการพัฒนา ชุมชน

>การเชื่อมโยงกระบวนการต้องผสมผสานกบกระบวนการปฎิรูป ให้กองทุนสวัสดิการ และกระบวนชุมชน ปฎิรูปต้องเป็นเรื่องเดียวกันทุกมิติที่อยู่ในชุมชน 

> ชุมชนต้องมี สัมมาชีพ คือไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น

      ต่อด้วยเวลาสำคัญคือการเสวนา ภาคประชาชนร่วมกับคนอำนวยความสะดวกในการจัดสวัสดิการมี

นายสมพร ใช้บางยาง รองปลัดมหาดไทย

นาย วิทัศน์ เตชะบุญ พมจ.* จังหวัดเชียงใหม่

 นายชวินทร์ คำบุญเรือง นายยกเทศบาลตำบลอุโมงค์ อำเภอเมือง จังหวัด ลำพูน 

นายสุภี ทองมีค่า นายก อบต.ตำบลหนองแวง โสกพระ อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น

 นายสำราญ คงนาม กองทุนสวัสดิการชุมชน ตำบลป่าคลอก ภูเก็ต

 นายประภาส แสงประดับ กองทุนสวัสดิการเขตบางเขน กทม. 

 นางสายพิณ คำฝอย กองทุนสวัสดิการชุมชน นครชุม กำแพงเพชร 

 โดยมี นายสำเริง เสกขุนทด จาก พอช. ดำเนินรายการตัวแทนชาวบ้านได้มีโอกาสขึ้นเวทีระดับชาติ ประกาศให้คนรู้ว่า กองทุนสวัสดิการคือการแก้ปัญหาชุมชน ฟื้นฟูประเพณีวัฒนธรรม จากความศรัทธาคือการให้ "อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิศรี"พวกเราชาวสวัสดิการมีศรัทธาร่วมกัน ก่อเกิดพลังมาสู่สมัชชาสวัสดิการ 

      ประพาส จากชุมชนเมืองให้ข้อคิดว่า"คนจนต้องช่วยคนจน "ชุมชนช่วยชุมชนโดยใช้เงินเป็นเครื่องมือ สวัสดิการทำให้จิตใจคนเปลี่ยน

     สำราญจากภูเก็ตบอกว่า ใช้กองทุนสวัสดิการโยงทุกพลังในชุมชน ในภูเก็ตโยงภาคธุรกิจเป็นหลัก สวัสดิการต้องจัดให้ตัวเองก่อน ต้องเอาใจนำ ใช้ทุนเป็นเครื่องมือ ต้องเขียนบทเอง กำกับเอง เลือกนักแสดงเอง ให้เข้ากับวิถีชุมชน จัดคน จัดการข้อมูล

      สายพิณ มีหลักคิดที่ใช้ศาสนา และนักธุรกิจ ใช้ความสุภาพ น่ารัก อ่อนโยนที่แฝงพลังเข้มแข็งใช้สวัสดิการเป็นเครื่องมือในการพูดคุย ในพื้นที่ทับซ้อนต้องมีใจให้ก่อน 

ในส่วนของท้องที่

     นายสุภี บอกว่า ตามไปดูว่าชาวบ้านเขาคิดอะไร ทำอะไร เปลี่ยนแปลงอะไร ก็มาออกเทศบัญญํติให้สอดคล้องกับความต้องการของชาวบ้าน ทำโครงการให้สอดคล้องกัน

      นายชวิน บอกว่า สนับสนุนองค์กรชุมชน ทำให้ชาวบ้านเข้มแข็งสนับสนุนงบประมาณให้ปีละล้านทุกปี 

      นายวิทัศน์ พมจ*บอกว่าสวัสดิการชุมชน เป็นการท้าทายคนทำงานของรัฐ ภาคประชาชนมีการขับเคลื่อนพื้นที่เชิงคุณภาพ พมจ.หลายจังหวัด ตามไม่ทัน

       นายสมพร ให้ข้อคิดว่า ฐานของชุมชนกับฐานของท้องถิ่นคือฐานเดียวกัน ต้องคืนอำนาจให้ชุมชนอย่างแท้จริง ต้องเชื่อมั่นในพลังอำนาจของชาวบ้าน เทศบาลและ อบต. หลายแห่งไม่กล้าสนับสนุนชาวบ้านเพราะกลัวผิดระเบียบ ตอนนี้ไม่ต้องกลัวแล้ว มติ ครม. 20 สิงหาคม 2553 สรุปใจความให้ท้องถิ่นสมทบและสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนแล้ว ปฎิคือ กลับ ปฎรูปคือการเปลี่ยน การกลับ การพลิก ต่อไปนี้คือการปฎิรูปประเทศไทย ใช้ฐานชุมชนเป็นหลักในการ

*พม.  =กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พวกชาวชุมชนเรียกกระทรวง พม. ว่า กระทรวง"พ่อแม่"ที่ดูแลพัฒนาลูกๆชุมชน"

*พมจ.=พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัด

พระคุณเจ้าที่ทำสวัสดิการมาร่วมงานกัน

 

อาจารย์ไพบูลย์  วัฒนศิริธรรม