GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

AAR ดูการประยุกต์ใช้KMใน สสจ.อยุธยา

ไปคนเดียวเหงาจัง........

 

เมื่อวันที่ 9/9/48 น้ำไปเยี่ยมดูกิจกรรม "HA สัญจร" ที่จัดขึ้น ณ โรงพยาบาล ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา (ไปคนเดียว คุณธวัช ป่วยการเมือง (ล้อเล่น)) ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นวงคุณภาพรพ.อีกวงหนึ่งที่มีเป้าหมายในปีแรกว่าจะสัญจรไปใน 5 รพ. (เป็น5 รพ.ที่คาดว่าเมื่อใช้กระบวนการkm เข้ามาใช้แล้วน่าจะกระตุ้นให้ผ่านการประเมินฯ ได้ไม่ยาก

ทั้งนี้ในกิจกรรมสัญจรไปในแต่ละครั้ง "เจ้าภาพ" จะเป็นผู้กำหนด "ประเด็น" แลกเปลี่ยนเอง รูปแบบที่เห็น ก็คือเจ้าภาพจะนำเสนอเรื่องที่แลกเปลี่ยนก่อน โดยวันที่น้ำไป เขาแลกเปลี่ยนกันในเรื่อง การบริหารจัดการความเสี่ยง ผู้ป่วย MI, MD,และงานในศูนย์ประสานฯ พอเจ้าภาพนำเสนอเสร็จ....(ซึ่งการเล่าแบบนี้น้ำคิดว่ามันเป็นการทบทวนตัวเองอย่างหนึ่ง)คำถามที่ได้ยินไม่ขาดคือ ...รพ.อื่นมีวิธีไหน ทำอย่างไร ช่วยแนะนำ หรือเล่าให้เราฟังหน่อย ...

จากนั้นช่วงบ่ายก็จะไปดูของจริงเหมือนทัวร์ในรพ.ภาชี ฝ่ายเจ้าภาพจะเป็นผู้นำทางและให้คำแนะนำ ...นอกจากนี้เมื่อเดินไปถึงจุดไหน เจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่ ณ จุดนั้นก็จะให้คำแนะนำอย่างละเอียด ตรงนี้ทำให้ผู้มาร่วมแลกเปลี่ยนเห็นภาพ เห็ฯของจริงจากการแลกเปลี่ยนในช่วงเช้าค่ะ ...และ ช่วงนี้น้ำได้เห็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยเห็นในตอนที่เข้าไปดูงานในห้องศูนย์ประสานงานการพยาบาล ซึ่งมีแฟ้มเอกสารมากมาย เชื่อไหมว่าเขาให้รพ.อื่นๆ ค้น รื้อ ถ่ายรูป ศึกษาเอกสารได้อย่างเปิดเผย ซึ่งน้ำเห็นมีแฟ้มที่น่าจะเป็นความลับอยู่ด้วย เช่น แฟ้มข้อร้องเรียนก็ถูกวางอยู่ ถามคุณเยาวพร พูลมา หัวหน้าการพยาบาล ก็บอกว่าตั้งแต่KM เข้ามา มีการ ลปรร.กันมาก เรื่องที่ปล่อยให้มีการดูงานแบบไม่หวงความรู้นี้ก็เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน "เขาอยากดูอะไรก็ให้เขาดูไปเถอะ ยังไงก็เอาไปไม่ได เพราะถ้าไม่เข้าใจเข้าก็เอาไปใช้ไม่ได้ หรือถ้าเขาได้เรียนรู้อะไรไป ก็ต้องเอาไปปรับใช้อยู่ดี ฉะนั้นจึงไม่มีการหวงความรู้กัน"  ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่น้ำประทับใจมาก

หลังจากการเดินดูของจริงแล้วก็กลับมาที่ห้องประชุม ซึ่งตามกำหนดการนั้นจะต้องมีการแบ่งกลุ่มย่อย แล้วแลกเปลี่ยนกันในประเด็นที่ไปดูของจริงข้างต้น แต่เนื่องจากฝนตก และเป็นวันหยุด บางรพ.มีภารกิจสำคัญ ทำให้เหลือผู้เข้าร่วมน้อยจนไม่สามารถแบ่งกลุ่มย่อยได้ จึงมีการทำ AAR กันเลย ซึ่งเท่าที่ฟังๆ ก็เป็นคำชมเชยซะส่วนใหญ่ นอกจากนี้ก็มีนพ.ยุทธพงษ์ หรือ อ.ยิ้ม จากรพ.พระนครศรีอยุธยา เป็นวิทยากรผู้ให้คำแนะนำ

ตอนหลังน้ำถามคุณอารีย์ หรือพี่แขก ตำแหน่งน้ำไม่แน่ใจค่ะ อยู่ สสจ.บอกว่ารูปแบบที่จะเกิดขึ้นในแต่ละครั้งที่มีการสัญจรนั้น สสจ.จะไม่กำหนด แต่จะให้อิสระกับเจ้าภาพ ในการกำหนดเป้าหมาย และประเด็น รวมทั้งรูปแบบ โดยสสจ.จะคอยกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อยู่ห่างๆ (ตรงนี้มีคุณประกิจ ทำหน้าที่คุยกระตุ้นได้ดีค่ะ) และมีงบประมาณมาให้เท่านั้น  ส่วนสิ่งที่สสจ.คาดหวังก็ไม่สูงเกินจริง คุณอารีย์บอกว่าต้องการให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการนำความรู้ไปใช้ได้จริงก็พอแล้ว

(ส่วนข้างล่างนี้เป็นส่วนหนึ่งในบทความที่น้ำเขียนลงในหนังสือ "นานาการจัดการความรู้"ค่ะ)

คุณประกิต  นักวิชาการสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เล่าว่า ได้แนวคิดจากการไปร่วมงานที่บ้านภู่หว่าน แล้วกลับมามองย้อนดูในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันของกลุ่มโรงพยาบาลในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีอยู่เดิมแล้วว่า ที่ผ่านมามีการแลกเปลี่ยนกันก็จริง แต่ไม่ค่อยได้อะไรจากการแลกเปลี่ยน ประกอบกับนพ.อนุวัฒน์ ผอ.พรพ.เข้ามาจัดอบรมเรื่องการจัดการความรู้ให้ ทำให้เรื่องการนำ การจัดการความรู้มาใช้ง่ายขึ้น โดยเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของสสจ.พระนครศรีอยุธยา จะถูกแบ่งออกกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามประเด็นที่มักจะไม่ผ่านการประเมิน HA จากพรพ. 5 ประเด็นย่อยๆ ด้วยกัน คือ กลุ่มการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน กลุ่มการเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาล กลุ่มการบริหารจัดการความเสี่ยงในโรงพยาบาล กลุ่มดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน (EMS) และกลุ่มองค์กรพยาบาล ซึ่งเปรียบเสมือนชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practice,CoP) 


 ซึ่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันใน 5 ประเด็นข้างต้น จะมีสมาชิกที่เป็นเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันทั้งจังหวัดรวม 16 โรงพยาบาลคือ โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา โรงพยาบาลท่าเรือ โรงพยาบาลนครหลวง โรงพยาบาลบางไพร โรงพยาบาลบางบาล โรงพยาบาลบางประอิน โรงพยาบาลบางประหัน โรงพยาบาลผักไห่ โรงพยาบาลภาชี โรงพยาบาลลาดบัวหลวง โรงพยาบาลวังน้อย โรงพยาบาลเสนา โรงพยาบาลบางซ้าย โรงพยาบาลอุทัย โรงพยาบาลอุทัย โรงพยาบาลมหาราช และโรงพยาบาลบ้านแพรก โดยแต่ละชุมชนจะเลือกประธานและเลขาฯ กันเอง พร้อมกับนัดหมายแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันแบบเดือนเว้นเดือนสลับกันไป  ส่วนกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็จะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่ส่วนใหญ่จะแลกเปลี่ยนกันด้วยทฤษฎี ขั้นตอนนี้ สสจ.ฯ ได้นำธารปัญญามาเป็นเครื่องมือโดยใช้วิธีตั้งคำถามหลังการประเมินตนเองว่า “ให้ช่วยเล่าหน่อยว่าทำไมถึงประเมินตนเองให้อยู่ระดับนั้นๆ” ทำให้คนเล่าเริ่มเล่าเรื่องโดยที่ไม่นำทฤษฎีมาจับ


 นอกจากนี้การนำการจัดการความรู้มาใช้ ยังส่งผลให้เกิดรูปแบบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใหม่ๆ คือ “HA สัญจร” ซึ่งเกิดจากแนวคิดว่าใน 16 โรงพยาลนั้นมีโรงพยาบาลที่มีศักยภาพน่าจะผ่านการประเมินของสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาลในปี 2548 จำนวน 4-5 แห่ง  จึงดำเนินกิจกรรม HA สัญจรขึ้นโดยมีแผนจะสัญจรไป 5 แห่งด้วยกัน โดยใช้รูปแบบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และดูของจริง โดยให้เจ้าภาพเป็นผู้กำหนดเรื่องที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นประเด็นที่โรงพยาบาลนั้นๆ ต้องการคำแนะนำ และข้อเสนอแนะจากเพื่อนต่างโรงพยาบาล โดยโรงพยาบาลที่เข้าร่วมกิจกรรมHA สัญจรนี้ จะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มโรงพยาบาลที่คาดว่าจะผ่านเกณฑ์การประเมินในปี 2548 เท่านั้น แต่จะมีสมาชิกเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันทั้ง 16 โรงพยาบาล  มีเพียงสถานที่ที่จะสัญจรไปเท่านั้น ที่มีแผนว่าจะไป 5 โรงพยาบาลในปีแรกก่อน


 ที่สำคัญเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกิจกรรม HA สัญจรแต่ละครั้ง จะมีวิทยากรที่มีความรู้มาให้คำแนะนำเสมอ ซึ่งเปรียบเสมือนมีการประเมินย่อยๆ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 3883
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 8
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (8)

ขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้ไปร่วมด้วย  ป่วยจริงๆนะ ไม่แน่ใจว่า อาหารเป็นพิษ   หรือว่า  "แพ้ท้อง" แทนภรรยาหรือเปล่า  สาวๆที่ สคส. เค้าวินิจฉัยมาอย่างนั้นครับ

อ่านน้ำเล่า  เห็นภาพพจน์ เห็นบรรยากาศจริงๆ

 

thawat เมื่อ พฤ. 15 ก.ย. 11:36:34 2005 เขียนว่า:

ขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้ไปร่วมด้วย  ป่วยจริงๆนะ ไม่แน่ใจว่า อาหารเป็นพิษ   หรือว่า  "แพ้ท้อง" แทนภรรยาหรือเปล่า  สาวๆที่ สคส. เค้าวินิจฉัยมาอย่างนั้นครับ

อ่านน้ำเล่า  เห็นภาพพจน์ เห็นบรรยากาศจริงๆ----------------------คุณธวัช พูดมาได๊ๆๆๆๆ ไม่อายด้วยน่ะเนี่ย.....แต่น้ำว่าน่าจะแพ้ท้องน่านแหละจ้า-----------------------------

 

 

 

 

โรงพยาบาลวังน้อยทำไมถึงรักษาผู้ป่วยได้แย่จริงๆในวันที่ 15 เม.ย 49 ได้พาญาติไปรักษาที่โรงพยาบาลที่นี่แล้วคนไข้มีอาการเบาหวานขึ้นถึง 300 กว่าๆแต่ไปถึงก็เจอะการบริการที่แย่จรรยาบรรณไม่มีเลยเห็นคนป่วยก็ยังต่างคนต่างคุยกลัวจะไม่ได้คุยกันรึไงแต่เห็นคนป่วยไม่สนใจและยังมาถามว่าญาติผู้ป่วยรู้เรื่องรึไงศัพท์ทางหมอแต่ในเวลานั้นเขาคงจะไม่รู้เรื่องหรือญาติโง่แต่อย่าคิดเช่นนั้นเลยนะคุณพยาบาลห้องฉุกเฉินที่ขึ้นเวรดึกของวันที่ 15 เม.ย เพราะญาติมีสิทธิรู้เรื่องได้และดิฉันก็ไม่ได้โง่อย่างที่คุณคิดเพระดิฉันก็จบจรรณยาบรรณทางพยาบาลวิชาชีพแต่ไม่ได้อยู่เขตนั้นฉันถึงไม่ยุ้งก้าวกายในหน้าที่ของพวกคุณได้แต่ทำหน้าที่มองดูญาติว่าจะเป็นอัมพฤษเพราะเส้นเลือดในสมองตีบแล้วถ้าสมมุติในสถานะตอนนั้นเป็นญาติของพวกคุณจะทำอยางไรช่วยตอบมาทางเมล์ด้วยนะคะอยากรู้โดยด่วนมากแต่ถ้าร้องเรียนที่นี้ไม่ได้ผลก็จะขอร้องเรียนที่ สสจ ทางนนทบุรี เพราะกลัวรายอื่นๆจะโดนถามแบบนี้แล้งเขาอาจจะไม่ฉลาดโดยเฉพาะชาวบ้าน

สวัสดีคะ คุณสายฝน

เสียใจกับเรื่องที่ได้ยินคะ แต่ทางเว็บ Gotoknow.org ไม่ใช่เว็บไซต์ของ รพ.วังน้อยนะคะ และเจ้าของบล็อกแห่งนี้ที่คุณฝากข้อคิดเห็นไว้ ซึ่งคือ คุณจิราวรรณ ของ สคส. ก็ไม่ได้เป็นพนักงานของรพ.วังน้อยคะ

การร้องเรียนดังกล่าวนี้ คุณสายฝนต้องร้องเรียนไปยัง รพ. เองนะคะ ใจเย็นๆ นะคะ

จันทวรรณ

ผู้ดูแลระบบ Gotoknow.org

สงสัยว่า ร.พ.วังน้อย จ.อยุธยา หรือ ร.พ.ใน จ.นนทบุรี

  ขอบคุณครับ

นังจิราวรรณ ของ สคส วันๆมึงทำอะไรมั่ง นอกจากอ้าหีรอถวายหัวหน้า เพื่อเลื่อนตำแหน่ง

จันไรมีแต่รวมหัวโกงกิน เอาไปบำเรอกามพวกตันหากลับ ทั้ง ผอ.โรงพยาบาลทั้งหลาย โกงกินทั้งยา งบ ขอประจานความเลวทรามของพวก มีหน้ากากสวยหรูเป็นถึงแพทย์ มั่วเซ็กซ์ไม่เลือกลูกใครเมียใคร เอากันเองใน รพ.ปล่อยคนไข้รอจนตายไม่ใส่ใจ

เพราะคนอย่างนี้ สังคมถึงต่ำลง

ถ้ากล้าจริงมาหาได้เลย อยากเคลียรเรื่องเก่าๆด้วย ตอนนี้อยู่ รพ.ท่าเรือ อยุธยา

วา [email protected]

สวัสดีคะดิฉันอยากจะทราบว่าที่โรงพยาบาลบางประอินเปิดรับสมัครผู้ช่วยพยาบาลไหมคะ    เพื่อหนูจะได้ไปสมัครบ้างคะ

  ขอบคุณคะ

ขอร้องเรียนการรักษาพยาบาลขอโรงพยาบาลภาชี ผู้ป่วยไปพบแพทย์เดือนละครั้งให้ยามาแค่ 10 วัน พอไปถามกลับได้รับคำตอบว่าจะไม่ยาให้ผู้ป่วยรายอื่น ซึ่งคนไข้ก็เบิกตรงสิทธเบิกได้เต็มที่เผลอๆ อาจจะเอาของผู้ป่วยไปเปิดคลีนิกกันหรือไง เห็นเป็นคนแก่จะทำอย่างไรก็ได้ กรุณา ปรับปรุงให้ดีนะรู้นะว่าเป้นใคร จะร้องเรียนต่อไปและจะไม่หยุดแค่นี่