ยิ่งรังเกียจส้วมกลางทุ่ง ก็ยิ่งจะได้ใช้ส้วมกลางทุ่งต้นฉบับ
ก่อนที่ผู้เขียนจะไปอินเดีย เมื่อ สองปีก่อน ได้ไปเที่ยวหาหนังสือเรื่องเกี่ยวกับประเทศนี้มาอ่าน หลายเล่มอยู่ แต่เชื่อไหม ยิ่งอ่านก็ยิ่ง รู้สึกน่ากังวลใจ
ไหนจะเรื่องอาหาร ความสะอาด การเดินทาง ขอทาน และอากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นละออง เหมือนกำลังจะเดินทางไปผจญภัย
ร้อยละ 90 ล้วนเขียนแต่เรื่องเชิงลบ ของประเทศนี้ แต่ที่อยากไปกัน เพราะต้องการไปสักการะสังเวชนียสถานของพระพุทธเจ้า จึงเป็นการตัดสินใจที่ใหญ่หลวงมาก เหมือนการยอมทุ่มทั้งชีวิต เพื่อการนี้
เมื่อเริ่มต้นด้วยความวิตกกังวล ไฉนเลยจะมีความสุข
เพื่อนของผู้เขียน ไปทัวร์อินเดีย ด้วยราคาแพงลิบลิ่ว ด้วยข้อเสนอว่า พักโรงแรมชั้นหนึ่ง กินอาหารไทยทุกมื้อ

กำลังกินอาหารอินเดีย
แต่จะเล่าประสบการณ์ให้ทราบกัน ผู้เขียนได้มีโอกาสไปพักและเป็นเด็กวัดไทย ที่อินเดียและเนปาล มา 3 วัด คือ วัดไทยพุทธคยา, วัดไทยกุสินารา และวัดไทยลุมพินี ได้เห็นบริษัททัวร์ นำอาหารไทยมาปรุงที่วัด กินเสร็จ ก็ห่อไประหว่างเดินทางอีก เพราะนักแสวงบุญไทย จะไม่กินอาหารอินเดียแน่ๆ บางคณะทัวร์ ก็ถนอมอาหารมาในรูป น้ำพริก แกงแห้งๆฯลฯ ทำนองนี้ กินซ้ำไปซ้ำมา เพราะน้ำแข็งก็หาแช่ของสดยาก ดังนั้นเมื่อมาถึงวัดไทยคือ นักท่องเที่ยวจะมีอาการปวดท้อง บางคนก็ท้องเสียตลอดทาง ยิ่งรังเกียจส้วมกลางทุ่ง ก็ยิ่งจะได้ใช้ส้วมกลางทุ่งต้นฉบับ เกือบทั้งหมดของคนไข้ที่มีอาการท้องเสียนั้น ไม่มีใครกินอาหารอินเดียเลยน่าแปลกไหม ดังนั้นเมื่อผู้เขียนพักอยู่วัดไหน ก็จะเที่ยวรื้อกล่องยา ที่เขานำมาถวายวัด กองมหาศาล แล้วจัดเป็นกล่องๆ ไว้ประจำห้องพัก ที่ผู้แสวงบุญมาพักกันทุกวัน และบอกพระอาจารย์เอาไว้ว่า ยาบางตัวให้เขาเอาติดตัวไปเลย ผงน้ำตาลเกลือแร่ ก็จะช่วยท่านได้เป็นอย่างดี ถ้าระหว่างทางเกิดถ่ายท้องขึ้นมา การดื่มเกลือแร่ จะทำให้ไม่ขาดน้ำตายเสียก่อน
ผู้เขียนไม่ได้พูดเล่น เรื่องนี้ เพิ่งจะเกิดขึ้นเร็วๆไนี้เอง ที่กุสินารา คนไข้ท้องเสียตลอดทาง หวังจะมาให้ถึงคลินิกวัดไทยกุสินารา แต่ต้องจอดรถลงไปถ่ายตลอดทาง ยิ่งเสียเวลา คุณหมอซิงค์เล่าว่า รอคนไข้ตั้งแต่ เย็น จนดึก น่าเสียดาย คนไข้มาถึงคลินิก แต่เสียชีวิตไปก่อนหน้าแล้ว ประมาณครึ่งชั่วโมง
ขอฝากบอกนักเดินทางทุกท่าน กรุณา ติด ผงนำตาลเกลือแร่ไว้ในกระเป๋าด้วย ไม่หนักหนาอะไร และยังช่วยชีวิตตนเอง และเพื่อนร่วมทางได้ด้วย อย่าลืมนะคะ

ลืมอาหารไทยสัก 10 วัน แล้วชิมอาหารอินเดีย ที่ปรุงสุกใหม่ๆ ก็จะปลอดภัยดีนะคะ
ด้วยความปราถนาดี
มาอ่านเรื่องราว สถานที่ในฝันอันดับหนึ่ง ที่มิเคยเปลี่ยนใจแม้จะได้ยินคำร่ำลือ ;)
ในภาพกำลังพิจารณาอาหารแบบตั้งใจมากๆ เลยนะคะพี่รุ่ง ขอบคุณ ฝันดีค่ะ
สวัสดีค่ะคุณpoo
พี่ก็เช่นกัน รอวันเวลาที่จะมีโกาสไปอีกแต่..เมื่อไหร่.....?
พี่รุ่งพิจารณาอาหารทุกมื้อเพราะอาหารอินเดียมีไม่หลากหลายเหมือนของไทย
กินซ้ำๆ แต่คุณค่าอาหารครบถ้วน
ส่วนมากเป็นอาหารจำพวกผัก
รถชาติก็เค็มมาก กับเค็มน้อย
แต่ปรุงสุกทุกอย่าง น่ากินนะคะ
ขอให้คุณpoo ได้ไปสมปรารถนาเทอญ
สวัสดีค่ะ
ไม่ได้มานานเลยสบายดีนะคะ เคยได้ชมภาพความเป็นอยู่ของอินเดียทางFW.mail ชมแล้วน่ากลัวไปทุกภาพ กับความไม่สะอาดเกลื่อนตาเต็มไปหมดแล้วดูเป็นสิ่งธรรมดาสำหรับเมืองอินเดีย แต่เขาคงรวมภาพที่ไม่น่าดูอย่างมากๆในสายตาที่ไม่ใช่คนอินเดีย พอมาอ่านที่คุณหมอ ก็นึกถึงภาพที่เคยได้ชม ก็น่ากลัวมากทีเดียวค่ะ มีภาพนี้ที่น่าชมอยู่ภาพหนึ่งค่ะ แม่น้ำคงคา
ไม่ว่าจะอย่างไร...อินเดียคือดินแดนที่อยู่ในใจเสมอค่ะ...ขอบคุณบันทึกที่แบ่งปันนะคะ
ผมไปอินเดียมาสามครั้ง ครั้งแรกท้องเสียอย่างแรงจนต้องเข้าโรงพยาบาลที่นั่น ฉีดยาไปเข็มหนึ่งไปเที่ยวทัชมาฮาลได้ แต่ก็ไม่กลัว ดูแลตัวเองได้ด้วยการเน้นน้ำสะอาดและอาหารร้อนเป็นหลัก สองครั้งต่อมาสบาย อินเดียน่าไปมากครับ เพราะสะท้อนชีวิตคนได้ชัดเจนที่สุด
สวัสดีค่ะคุณกานดา น้ำมันมะพร้าว
อินเดียก็เหมือนดินแดนมหัศจรรย์สำหรับผู้พบเห็น
มีทุกข์ในความสุข และมีสุขในความทุกข์
หลวงพ่อเจ้าคุณพระราชรัตนรังษี แห่งวัดไทยกุสินาราบอกว่า
คนอินเดียนี้ เหมือปฏิบัติธรรมวิปัสสนา รู้ตัวตนตลอดเวลา
เขาจึงอยู่ได้ทุกสภาวะ
เอาแค่ต้องอยู่ในเวลาที่ไฟฟ้าดับเป็นชั่วโมงทุกวัน
โดยไม่ทราบเวลาแน่นอน แต่เขาก็ปรับตัวได้ตลอดเวลา
ดิฉันเคยอาบน้ำไม่เสร็จแล้วไฟฟ้าก็ดับ
มันมืดตืดตื๋อ ต้องงมหาไฟฉาย แล้วเอาน้ำจากขวดมาล้างสบู่ อย่างประหยัดด้วยค่ะ
ไว้จะเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไปค่ะ
สวัสดีค่ะน้องครูแป๋ม
พี่ดีใจ ถ้าบันทึกนี้จะทำให้น้องครูแป๋มรู้สึกดีและสนใจอินเดีย
ทำใจให้ว่าง และเมื่อพบเห็นสิ่งใด ก็ถือว่าเป็นความโชคดีกับภาพวิถีชีวิตเหล่านั้น
ถ้าเราเก็บเอาความรังเกียจไปซะแล้ว ใจก็จะปิดโดยอัตโนมัติ ปิดโอกาสรู้เห็นอินเดีย
พี่ว่า Gotoknow น่าจะจัดทัวร์อินเดียบ้างนะ
อย่างน้อย ก็ไปเยี่ยมท่านอัครราชทูตพลเดช วรฉัตร สมาชิกgotoknow เหมือนกัน
และรู้สึกว่า ท่านก็เป็นคนหนึ่งที่สนใจอินเดียเป็นพิเศษ
ลองLoad หนังสือ เรียน ดู รู้ เล่น ในโลกกว้างฯ มาอ่านซิคะ อยู่หน้าเว็บเราเอง
คิดถึงเช่นกันค่ะน้องครูแป๋ม
สวัสดีค่ะคุณมาตายี
แน่นอนค่ะ ชื่อมาตายี ก็เป็นคำของอินเดียอยู่แล้ว
เขาเรียกผู้อาวุโส ที่เขานับถือ เหมือนคำว่า คุณแม่
ดิฉันสะดุดใจ กับชื่อแต่แรกแล้วค่ะ
ค่ะอินเดียยังอยู่ในใจดิฉันเสมอเช่นกันค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ
สวัสดีค่ะคุณนาย วัลลภ ตังคณานุรักษ์ (ครูหยุย)
จริงค่ะ เขาว่าเหมือนมีนรกและสวรรค์ในพื้นที่เดียวกัน
ดิฉันอยากส่งเสริมให้ไปอินเดียกัน
เพราะห้องเรียนชีวิตที่นั่น จะทำให้ใจเราเปลี่ยนแปลงแน่นอน
ไม่ว่าจะไปอินเดียด้วยเหตุใดก็ตาม
ที่สุดท้ายก็จะขอบคุณเขาในที่สุด
คุณครูคะ ที่www.Tantirapan.com ของดิฉัน
มีคุณหมอที่อินเดียมาเล่าเรื่องด้วยค่ะ
ขอเรียนเชิญถ้ามีเวลาว่างนะคะ
ปล.ขอบคุณที่เล่าปัญหาและแนวทางการป้องกันโรคมาให้ด้วยค่ะ
อินเดีย
ไม่ไปไม่รู้ ไม่ไปไม่ทันโลก ไม่ไปไม่ได้ความรู้
และไม่ได้ปัญญา
อยากให้ชีวิตมีความท้าทาย ไปอินเดียโดยเตรียมตัวให้พร้อมทั้งข้อมูลและวิธีการท่องเที่ยว
โชคดีครับทุกท่าน
สวัสดีค่ะพี่โยคี
เจ้าหน้าที่ประจำอินเดียมาเชิญชวนเองแล้วนะคะ
ในส่วนของรายละเอียดของอินเดีย
คงต้องอาศัยความรู้จากคุณพลเดชละคะ
แต่ในส่วนการเตรียมตัวและปัญหาสุขภาพที่จะพบเจอ
จะได้รวบรวมเพื่อเสนอให้รับทราบเท่าที่มีประสบการณ์ค่ะ
และปราถนาให้การไปเยือนอินเดียของทุกท่าน
จะได้รับความสุขสวัสดิภาพทุกประการค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ
ผมเรียนอยู่อินเดีย2ปี4เดือนที่เมืองพูเณ่ครับ
ก็เพลินๆไปอีกแบบ เห็นมาชัดเจนมาก แต่ยังไม่ทั่ว
สวัสดีค่ะคุณโสภณ เปียสนิท
นับเป็นโอกาสอันดีนะคะ
ที่ได้อยู่อินเดียนานพอสมควร
อยู่อินเดียได้ข้อคิดจากสิ่งรอบตัวเราเสมอ
แล้วใจของเราที่ฟุ้งเฟ้อก็จะค่อยๆสลดลง
ขอบพระคุณค่ะ
พี่ก็เกรงๆอยู่เหมือนกัน หากจะไปคงต้องไปกับคนที่ชำนาญและไม่อยากไปกับทัวร์ เดือนธันวาคมพอดีมีเรื่องจะต้องไปประชุมที่นิวเดลี เป็นการประชุมนานาชาติ เขามีทัวร์หลังประชุม ไปเที่ยวสามเมืองที่เรียก Golden Triangle คงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในชีวิตจะหาโอกาสไปสักการะสังเวชนียสถานสักครั้งค่ะ วางแผนไว้แล้วรอชุมนุมพลพรรค แต่งานประชุมนี้มาถึงก่อน ตั้งตารอจะได้ไป ยังไม่เคยไปอินเดียเลยค่ะ
สวัสดีค่ะพี่นุช
ขอให้พี่เดินทางอย่างปลอดภัย
ไปอินเดียเหมือนได้กลับบ้าน
และอย่าลืมแวะไปเยี่ยมคุณพลเดชด้วยนะคะ
ฝากเยี่ยมด้วยค่ะ