ผู้หญิงกับการประกันชีวิต
ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย จะเพศไหนๆการเก็บออมเงินก้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ไม่แพ้เรื่องของการหารายได้จริงมั๊ยครับ เพราะคนเราเมื่อสามารถหารายได้มาแล้ว ก็ต้องรู้จักเก็บออมเอาไว้ใช้ในยามจำเป็นและอนาคต เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่า ในอนาคตเราจะมีความจำเป็นต้องใช้เงินในกิจกรรมใดบ้างและจะต้องใช้มากเท่าไหร่
ดังนั้นการรู้จักวางแผนการออมเงินไว้ใช้จ่ายในอนาคตจึงเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับทุกคน อนาคตคือความไม่แน่นอน เพราะเราไม่สามารถทราบได้ว่า ในอนาคตเราจะเจ็บป่วยเมื่อไหร่ และจะเจ็บป่วยหนักแค่ไหน ต้องใช้เงินในการรักษามากแค่ไหน นอกจากนี้เรายังไม่สามารถทราบได้อีกด้วยว่าเราจะมีอายุถึงกี่ปี หากเราทราบได้ว่าเราจะมีอายุถึงแค่ 65 ปีหรือ 75 ปี ก็อาจจะสามารถวางแผนการเก็บออมเงินไว้ใช้ให้พอดีกับอายุได้ แต่เพราะไม่มีใครสามารถล่วงรู้อายุขัยของคนอื่นหรือแม้กระทั่งของตัวเองได้ ดังนั้น จึงย่อมมีความยากลำบากในการวางแผนการออมเงินให้เพียงพอต่อการใช้ตลอดอายุขัย หากเก็บออมไว้น้อยไปก้จะมีความเสี่ยงต่อการไม่มีเงินใช้เพียงพอตลอดอายุขัย หากเก็นเงินมากไปบางคนบอกว่าเสียดายเงินที่ไม่ได้ใช้เอง
นอกจากเรื่องของการเจ็บป่วยและเงินสำหรับใช้จ่ายยามแก่ชราแล้ว ยังมีความไม่แน่นอนในอนาคตอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความต้องการที่ไม่มีวันสิ้นสุดของแต่ละคน เพราะทุกวันนี้คนที่เขาผลิตสิ่งของมาขายก็พยายามที่จะล่วงรู้ความต้องการของลูกค้าซึ่งก็คือเราๆนี่แหละ พอรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร ก็ผลิตสินค้าชนิดนั้นมาขาย ซึ่งเดี๋ยวนี้เจ้าของสินค้าและบริการต่างๆก็ช่างรู้ใจความต้องการของลูกค้าอย่างเราๆดีเหลือเกิน ผลิตสินค้าหรือบริการมาแต่ละอย่างล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เราอยากได้อยากมีทั้งนั้น โน่นก็ดี นี่ก็ใช่ อยากได้เต็มไปหมด ทีนี้เลยกลายเป็นว่าเงินที่หามาได้แทนที่จะเก็บออมก็เอาไปซื้อของหรือบริการที่เราอยากอยากมี ไปก่อน เลยเหลือให้เก็บน้อย หรือไม่ก็เอาเงินที่ออมไว้มาซื้อ แล้วให้กำลังใจกับตัวเองว่าค่อยเริ่มเก็บใหม่ แต่บางครั้งนอกจากจะไม่มีให้เหลือเก็บแล้วอาจถึงต้องยอมเป็นหนี้ขอซื้อแบบผ่อนเอาหรือกู้ยืมเงินจากผู้อื่นมาซื้อก็มี เห็นมั๊ยครับว่าการเก็บออมไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย
เพราะกว่าออมกันได้ต้องฝ่าด่านอรหันต์ซึ่งเกิดจากกิเลสตัณหาของแต่ละคนจะมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะรู้จักสมถะมากกว่ากัน
แต่ผมคิดนะครับว่าเรื่องของการซื้อของเนี่ยผู้หญิงน่าจะเก่งกว่าผู้ขายนะครับ เพราะปัจจุบัน สินค้าและบริการส่วนใหญ่มุ่งจับกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย สินค้าสำหรับคุณผู้หญิงก็เลยมีจำนวนมากว่าผู้ชายด้วย แล้วผู้หญิงยังมีเรื่องของความสวยความงานเข้ามาเกี่ยวข้องอีก เดือนนึงปีนึง ไม่รู้ว่าจ่ายเงินไปกับค่าทำสวยของตัวเองมากขนาดไหน ใครห่วงสวยมากกว่าคนอื่นก็ต้องจ่ายมากกว่าคนอื่นเป็นธรรมดา
ดูๆแล้ว อุปสรรคการเก็บออมของคุณผู้หญิงมากกว่าคุณผู้ชายนะครับ
แต่ผลการวิจัยของวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกลับพบว่าผู้หญิงมีสัดส่วนการออมสูงกว่าผู้ชายครับ
ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ผู้หญิงออมเงินได้มากกว่าผู้ชาย
เพราะข้อเท็จจริงคือผู้หญิงจำเป็นต้องใช้เงินในช่วงหลังวัยทำงานหรือวัยเกษียนสูงกว่าผู้ชายครับ
ทั้งนี้เพราะผู้หญิงมีอายุขัยเฉลี่ยสูงกว่าผู้ชายครับ โดยพบว่าอายุขัยเฉลี่ยของคนไทยหลังอายุ 60 ปีนั้น ผู้ชายจะมีอายุเฉลี่ย 79 ปี ส่วนผู้หญิงจะมีอายุเฉลี่ย 82 ปี นั่นหมายความว่ากรณีผู้หญิงที่สมรสมีครอบครัวแล้ว แต่ไม่มีบุตรหรือบุตรอาจไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยในยามชรา ผู้หญิงส่วนใหญ่จะต้องอยู่คนเดียวไปอีกเฉลี่ยประมาณ 3 ปี เลยทีเดียว เพราะผู้ชายที่เป็นสามีจะเสียชีวิตก่อนภรรยา ดังนั้นช่วงวลาที่ผู้หญิงต้องอยู่คนเดียวไปอีก 3 ปีที่เหลือหลังการเสียชีวิตของสามีก็จำเป็นต้องมีเงินออมไว้ใช้ในยามนี้ครับ นอกจากนี้จากรายงานการวิจัยของ U.S Census Bureau, International Data Base บอกว่าในปี 2563 หรืออีก 10 ปีข้างหน้า จำนวนเพศหญิงในประเทศไทยจะจำนวนมากกว่าเพศชายถึง 1.5 ล้านคน (แล้วถ้าหักจำนวนผู้ชายที่ชอบเพศเดียวกันออกไปจะเหลือผู้ชายแท้ๆสักเท่าไหร่กัน) นั่นแสดงว่าโอกาสที่คุณผู้หญิงจะอยู่เป็นโสดหรืออยู่ตัวคนเดียวสูงเลยทีเดียวนะครับ ยกเว้นเสียแต่จะไปแต่งงานกับผู้ชายประเทศอื่น (ซึ่งแนวโน้มของประเทศอื่นก็เหมือนกับบ้านเราคือจำนวนเพศหญิงมากกว่าเพศชาย)
ทางหน่วยงานดังกล่าวยังบอกอีกด้วยว่าผู้หญิงที่อยู่ตัวคนเดียวจะมีจำนวนสูงถึง 5.6 ล้านคนในอีก 10 ปีข้างหน้าเพราะนอกจากจะอยู่คนเดียวเนื่องจากสามีเสียชีวิตแล้วยังมีผู้หญิงที่อยู่คนเดียวเพราะหย่าร้างรวมอยู่ด้วยครับ (ผู้หญิงที่หย่าร้างมีอัตราการแต่งงานใหม่น้อยกว่าผู้ชายที่หย่าร้าง) นั่นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ว่าทำไมคุณผู้หญิงถึงจำเป็นต้องมีเงินออมมากกว่าผู้ชายครับ
อีกประเด็นหนึ่งที่คุณผู้หญิงต้องเก็บออมเงินไว้มากกว่าคุณผู้ชายคือ ถึงแม้คุณผู้หญิงจะอายุยืนกว่าคุณผู้ชายแต่กลับมีอัตราการเจ็บป่วยง่ายกว่าผู้ชายครับ นั้นหมายความว่าผู้หญิงจำเป็นต้องเสียเงินไปกับค่ารักษาพยาบาลมากกว่าผู้ชายด้วย ดังนั้นนอกจากคุณผู้หญิงจะออมเงินไว้ใช้หลังวัยเกษียณมากกว่าคุณผู้ชายแล้ว จึงจำเป็นต้องออมเงินไว้เผื่อสำหรับค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยมากกว่าคุณผู้ชายอีกด้วย
ผมเคยถามเพื่อนๆว่าคิดว่าจะมีอายุอยู่จนถึงกี่ปี ส่วนใหญ่ก็บอกนะครับว่าอยากอยู่เกินเกษียณ เพราะอยากอยู่ใช้เงินที่เก็บออมมาตอนทำงาน ผมถามต่อว่าระหว่างไม่มีเงินให้ใช้ตอนแก่กับไม่มีโอกาสใช้เงินตอนแก่ กลัวอย่างไหนมากกว่ากัน เพื่อนๆส่วนใหญ่มักตอบเหมือนๆกันคือกลัวไม่มีเงินใช้ตอนแก่มากกว่า
อีกทั้งปัจจุบันนี้ยังสามารถทำงานหาเงินใช้ได้อยู่ แต่พอเกษียณไม่รู้ว่าจะหารายได่จากไหนดังนั้นส่วนใหญ่เกรงว่ากลัวไม่มีเงินใช้เพียงพอจนถึววันสิ้นลมหายใจมากกว่า เพื่อนผมส่วนใหญ่จึงค่อนข้างให้ความสำคัญกับการออมเงินมาก แต่ส่วนใหญ่จะออมโดยการฝากเงินในธนาคารมากกว่า เพราะเห็นว่าเวลามีเหตุฉุกเฉินจะได้นำออกมาใช้ได้สะดวก ซึ่งผมก็เห็นด้วยครับ แต่พอถามว่าทำไมถึงไม่ทำประกันชีวิตไว้บ้างเพราะการทำประกันชีวิตก็สามารถเก็บออมเงินได้เหมือนกัน และเป็นการสร้างวินัยการออมระยะยาวได้ด้วย เพื่อนๆส่วนใหญ่ตอบแทบจะเป็นเสียงเดียวกันเลยว่ากลัวอยู่ไม่ถึงเวลาที่จะได้ใช้ครับ สรุปคือกลัวตายก่อนได้ใช้เงินนั่นแหละ แหม...ช่างกลัวอายุสั้นกันจริงๆเลยสาวๆ ผมแนะนำนะครับสำหรับคุณผู้หญิงทั้งหลาย การทำประกันชีวิตนั้นไม่ได้หมายความว่าต้องทำไปจนถึงตายนะครับ สามารถเลือกความคุ้มครองได้แล้วแต่ความต้องการเราหากกลัวจะไม่อยู่จนถึงเวลาใช้เงินก็เลือกที่คุ้มครองจนถึงอายุ 50ปี 55 ปี 60 ปีหรือ 65 ปีก็พอเพราะผมเชื่อว่าส่วนใหญ่มีอายุเกินนี้อยู่แล้ว (แหม...อายุขัยเฉลี่ยคุณผู้หญิงตั้ง 82 ปีนะครับ) รับรองมีโอกาสใช้เงินจนถึงอายุประมาณนี้แน่นอน ที่สำคัญคือการทำประกันชีวิตนอกจากจะเป็นการสร้างวินัยในการเก็บออมระยะยาวแล้วยังสามารถซื้อประกันสุขภาพพ่วงไปกับประกันชีวิตได้อีกด้วย เพราะแทนที่คุณผู้หญิงจะมาคอยกังวลว่าต้องเก็บออมเงินไว้เป็นค่ารักษาพยาบาลตอนแก่เท่าไหร่ดี เพราะมันไม่แน่นอนว่าจะเจ็บป่วยเมื่อไหร่ใช้เงินแค่ไหน ก็เปลี่ยนมาเป็นการทำประกันสุขภาพไว้ซึ่งแน่นอนกว่า โดยจ่ายเบี้ยเป็นจำนวนเงินที่แน่นอน เวลาเจ็บป่วยจำเป็นต้องรับการรักษาก็สามารถใช้สิทธิกับบริษัทประกันหรือนำมาเบิกค่ารักษากับบริษัทประกันได้ ไม่ต้องคอยมานั่งกังวลว่าจะมีเงินพอจ่ายค่ารักษาพยาบาลสำหรับตัวเองหรือเปล่า
ไม่ต้องนำเงินออมทั้งหมดมาทำประกันชีวิตนะครับ แต่แนะนำให้คุณผู้หญิงรู้จักแบ่งการออมเงิน คือเงินที่ได้จากรายได้ในแต่ละเดือนให้หักเป็น 4 ส่วนโดยส่วนแรกที่หักไว้เลยคือเงินที่ฝากไว้ในธนาคารไว้สำหรับใช้ยามจำเป็นหรือฉุกเฉิน ย้ำว่าจำเป็นหรือฉุกเฉินจริงๆนะครับ ไม่ใช่ว่ารองเท้าใหม่ก็จำเป็น หรือหน้าเริ่มโทรม ผู้ชายจะนัดเดทอีกสองวัน ต้องรีบทำสวยฉุกเฉินแล้วเอาเงินออมก้อนนั้นมาใช้ แบบนั้นไม่ถือว่าจำเป็นหรือฉุกเฉินนะครับ อีกส่วนก็เอา ส่วนีท่สองคือเงินที่เราต้องจ่ายเป็นประจำทุกเดือน เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำค่าไฟ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเครื่องสำอาง อีกส่วนคือเงินที่ออมระยะยาวซึ่งเงินก้อนนี้เหมาะสำหรับการนำมาทำประกันชีวิตหรือนำไปลงทุนอื่น เช่นซื้อกองทุน เป็นต้น เงินที่เหลือจากนั้นค่อยนำมาเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆที่ไม่จำเป็น เช่น เที่ยวกลางคืน ดินเนอร์ หรือช๊อปปิ้ง เป็นต้น
ที่สำคัญขอเตือนคุณผู้หญิงทั้งหลายนะครับว่าอย่าให้เงินในบัญชีธนาคารที่เก็บไว้ใช้ยามจำเป็นฉุกเฉินมาเกินไป เพราะพอเงินก้อนนี้มากเกินไปเมื่อไหร่ สาวๆมักจะอ้างเหตุผลที่ไม่มีความจำเป็นหรือฉุกเฉิน มาถอนเงินออมก้อนนี้ไปใช้ทุกที อย่าลืมนะครับว่าคุณผู้หญิงจำเป็นต้องใช้เงินหลังเกษียณมากกว่าคุณผู้ชาย วางแผนการออมด้วยการทำประกันชีวิตและสุขภาพไว้เป็นอันดับต้นๆด้วยนะครับ