คนเราเกิดมาแล้วต้องตายทุกคน ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า

   วันนี้ฉันไปทำบุญงานศพแม่ของรุ่นพี่ที่อ.ชะเมา อายุท่านก็ 93 ปี วันก่อนก็ไปงานศพพ่อของเพื่อนที่ปากนคร อายุของท่านก็ 83 ปี ช่วงนี้ฉันไปงานศพของผู้อาวุโสหลายงาน ทำให้รู้สึกว่า ช่วงนี้มีท่านส.ว.(สูงวัย) จากลาโลกนี้กันไปมากมาย

   บางครั้งผ่านวัดก็เห็นอายุตั้ง 101 ปี ลูกๆยังพูดว่า งานนี้น่าจะมีช้อนในงานหาย เพราะมันเป็นเคร็ดของผู้ที่ไปงานว่า หากไปร่วมงานศพที่มีอายุ 100 กว่านี้ ควรเอาช้อนไปเป็นที่ระลึกเพื่อจะได้มีชีวิตที่ยืนยาว

  ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้กล่าว แต่เราก็อย่าไปสนใจมันเลย เอาคำถามสำหรับวันนี้ดีกว่า คือ คนเรา เมื่อตายแล้วไปไหน สำหรับฉันแล้ว ฉันก็เชื่อว่าคนทำกรรมดี ก็จะได้ไปสวรรค์ หากทำกรรมชั่วก็ต้องตกนรก ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ แต่เราก็เชื่อในทางพระพุทธศาสนา และหากทำกรรมดี ก็จะได้เกิดมาเป็นมนุษย์อีก หากทำกรรมชั่วก็อาจจะเกิดเป็นสัตว์เดรัชฉาน หรือเป็นพวกอสูรกาย เป็นเปรต จากเรื่อง 31 ภพภูมินั่นเอง

   แต่สิ่งที่ทำให้ฉันต้องเขียนถึงในวันนี้ด้วยนอกจากการตายแล้วไปไหน แต่การตายในปัจจุบัน หากเจ้าภาพไม่มีเงินการจัดงานฌาปนกิจก็ดูจะลำบาก เพราะงานศพแต่ละงานมีค่าใช้จ่ายเยอะแยะมากมาย แต่ละงานติดเลข ไม่ต่ำกว่า 5 หลัก ยิ่งงานในตัวเมืองไม่ต้องถาม ส่วนงานตามชนบทก็มีค่าใช้จ่ายเยอะเหมือนกัน โดยเฉพาะค่าอาหารในการเลี้ยงแขกที่มาเคารพศพ แต่ที่ขาดไม่ได้อีกเหมือนกัน คือการเล่นการพนัน โดยเจ้าภาพมักจะอ้างว่าเพื่อเป็นเพื่อนศพ แต่ก็ทำให้คนอยู่ร่วมกันจนดึกดื่น หรือใกล้สว่าง ซึ่งการพนันไม่สามารถหมดสิ้นไปจากสังคมไทยได้

    เพราะฉะนั้นคนเราก่อนตายควรสร้างความดีกันไว้เยอะๆ เพราะเราไม่รู้ว่าชีวิตของเราจะลาลับโลกนี้ไปเมื่อไร ควรทำสิ่งดีๆไว้เยอะๆ ก่อนไม่มีเวลาได้ทำความดี หรืออาจจะไม่มีโอกาสได้เกิดมาเป็นมนุษย์อีก และที่ขาดไม่ได้ ซึ่งฉันสอนนักเรียนเป็นประจำ คือ ศีล 5 หากทำได้ ครบทุกข้อ เราก็จะมีความสุขและอยู่ร่วมในสังคมโดยไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

    แต่ในฐานะที่เราเป็นคนไทย อยู่ร่วมกันในสังคมไทย เราก็ควรจะไปร่วมงานฌาปนกิจศพเพื่อแสดงความเคารพศพและเพื่อรักษาศาสนพิธีที่เกี่ยวกับงานศพให้มีอยู่ต่อไป สงสัยจะแก่แล้วเลยพูดถึงแต่เรื่องตาย ความตายมันสอนคนไม่ให้ประมาณกับชีวิต

  แต่อย่าลืมคำถามที่ว่า คนตายแล้วไปไหน  ลองคิดดูน่ะค่ะ