บ้านแสนสุข

                 

บ้าน

  (ภาพประกอบจาก Internet)

"บ้านคืออะไร" หลายคนได้ยินคงอาจนึกขำใช่ไหมครับ ว่าทำไมมาถามอะไรที่เชยอย่างนี้ เพราะคำนี้มีความหมายในตัวมันเอง พูดง่ายๆ ก็คือเป็นสิ่งก่อสร้างที่ประกอบด้วย เสา หน้าต่าง หลังคา ฝา และตัวบ้าน พื้นกระดานหรือคอนกรีตรวมถึงประตู อะไรทำนองนี้ จะทาสีอะไรก็แล้วแต่จะชอบ บางคนอาจชอบสีเขียว บางคนชอบสีแดง  บางคนก็ชอบสีส้ม บางบ้านมีหลายคนชอบทั้งสามสีก็ทาทั้ง ส้ม เขียว แดง สามสีเลย ทำเอาผู้คนผ่านไปมาอยากแวะเข้าไปบ่อยๆ เพราะนึกว่าเป็น 7-11 (อ่านว่า เซเว่น- อิเลฟเว่น  ใครอ่าน เจ็ด- สิบเอ็ด ก็ได้เหมือนกัน แต่ตามไม่ทันสมัยไปนิดครับ) แต่บางคนก็อาจให้ความหมายว่า เป็นที่พักพิง ที่หลบภัย หรือเป็นที่เกิด ที่แก่ ที่ตาย เป็นรังรัก ซึ่งก็ถือเป็นความหมายที่ลึกซึ้งมากขึ้น บ้านสมัยก่อนส่วนใหญ่จะเป็นบ้านไม้อยู่สบายๆ รับลมเย็น แต่ต่อมาไม่รู้เป็นไง กลับกลายเป็นบ้านปูนปิดหน้าต่างติดแอร์  ใครมีแล้วรู้สึกทันสมัยถือว่าเป็นผู้มีอันจะกิน ซึ่งต่างกับต่างประเทศครับ ที่นั่นถ้าใครปลูกบ้านไม้ได้ถือว่าเป็นระดับเศรษฐีของเมืองนั้นครับเพราะไม่ใช่จะหาไม้มาสร้างได้ง่ายๆ ส่วนประเทศที่พัฒนาแล้วเช่น ญี่ปุ่นใครจะปลูกบ้านที คนนั้นต้องมีแบบแปลนบ้านที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง เพราะเขาเน้นความปลอดภัยทั้ง ระบบน้ำ ระบบไฟ และความมั่นคงของตัวบ้าน  ถ้าไม้ได้ตามมาตรฐานอย่าคิดว่าจะได้สร้างง่ายๆ

        ส่วนเมืองไทยบ้านเราดินแดนสุดแสนสบาย มีตั้งแต่เพิงหมาแหงนหลังคามุงแฝก จนถึงคฤหาสน์หลังโตแสนโก้หรู ที่เจ้าของไม่ค่อยได้อยู่เท่าไหร่ จะมีก็แต่คนใช้หรือแม่บ้านที่ดูแลทั้งวัน  ซึ่งจริงๆ แล้วจะบ้านมุงแฝก สังกะสี หรือกระเบื้อง จะหลังเล็ก หลังใหญ่ ผมว่าก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญมากนักครับ ปลูกตามความสามารถของเจ้าของนั่นแหล่ะดี ที่สำคัญคือ บ้านอยู่แล้วมีความสุขและน่าอยู่หรือไม่มากกว่า ถ้าสมาชิกในบ้านรักกัน อบอุ่น ไม่ทะเลาะเบะแว้งกัน ใครจากบ้านไปไหนก็ยังคิดถึง แสดงว่าบ้านนั้นเป็นบ้านที่เป็นที่พักพิงจริงๆ คือเป็นที่พักพิงทั้งกายทั้งใจ บ้านอาจไม่จำเป็นต้องเป็นบ้านหลังใหญ่โต หรือจะเป็นแฟลต คอนโดก็ไม่ว่ากัน แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้บ้านน่าอยู่ นั่นก็คือมีความสะอาดและเป็นระเบียบครับ บางบ้านแม้หลังเล็กแต่เจ้าของหมั่นดูแลทำความสะอาด  เก็บข้าวของเป็นระเบียบก็สุดแสนจะน่าอยู่ บางบ้านข้างนอกดูดี แต่พอเข้าไปข้างในนึกว่าเป็นสุสานของเก่า ข้าวของรกรุงรังแถมยังเลี้ยงสัตว์ที่ไม่โสภาเป็นต้นว่า แมลงสาปและหนูที่วิ่งออกกำลังกายกันขวักไขว่ รวมถึงแมงมุมที่ชักใยมีไรเป็นเพื่อน หรือจำพวกเต็มไปด้วยข้าวของมากและกระจัดกระจาย เวลาจะใช้หาไม่เห็นมี เนื่องจากเก็บไม่เป็นที่ไม่เป็นระเบียบ  หรือบางบ้านนึกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ของเก่า ปล่อยให้ฝุ่นจับข้าวของจับเสียจนหนาเตอะ อะไรทำนองนี้ซึ่งคงไม่ดีเท่าไร

      "ความสุขเริ่มที่บ้าน" ดังนั้นใครไม่อยากให้บ้านเป็นสุสานของเก่าลองมาหาเวลาสร้างความสุขร่วมกันในบ้าน โดยจัดบ้านให้น่าอยู่ตามหลัก 5ส ครับ เรียกว่าบ้านจะน่าอยู่ควรจะต้อง สะสาง สร้างนิสัยให้สะอาด ใช้สะดวก ถูกสุขลักษณะ แล้วบ้านก็จะเป็นบ้านที่น่าอยู่แบบ สุขกาย สบายใจ  แม้จะเป็นบ้านหลังน้อย แต่ก็เป็น "บ้านน้อยหลังนี้ที่สุขขีเสียจริง"  แถมยังไม่เป็นที่หมายปองของขโมย ขอให้มีความสุขทุกหลังคาครับ