การได้เข้าร่วม Workshop ของโครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรทางการศึกษาด้วยการจัดการความรู้   รุ่น ที่ 5 ที่ จังหวัดอุดรธานี พบว่าตัวเองเกิดความรู้สึกที่หลากหลายในการไปร่วมงานครั้งนี้ ทั้งดีใจ  ตื่นเต้น  เป็นสุข สนุกสนาน ซาบซึ้งใจ อิ่มเอิ่บใจ และ ตื้นตันใจ  สำหรับจ๊ะจ๋าแล้ว ได้เข้าร่วม workshop ครั้งนี้ก็ครั้งที่ 3  แล้ว ก็ยังมีเรื่องเล่าดีๆ มากมายที่สะท้อนให้รับทราบ  จริงๆ แล้ว ครั้งนี้ทีม สคส.   ไปในฐานะที่ปรึกษาและพี่เลี้ยงให้กับทีมวิทยากร  ซึ่งคือ  คณะนักวิจัยของโครงการฯ  ที่ต้องทำหน้าที่เป็นวิทยากรกระบวนการ KM ครั้งที่ 3 เอง ...แต่ก็ได้รับโอกาสอันดีที่ ดร. เลขา  ปิยะอัจฉริยะ ขอความร่วมมือให้จ๊ะจ๋าไปสังเกตการณ์ในกลุ่มย่อยของครูนักปฎิบัติ ในช่วงกิจกรรมเรื่องเล่าเร้าพลัง  ซึ่งประจวบเหมาะที่จ๊ะจ๋าได้เล็งไว้ เพราะการไปครั้งนี้นอกจากจะไปดูกระบวนการจัดกระบวนการ KM  ของทีมวิทยากรแล้ว เป้าหมายอีกอย่างคือการเข้าเป็นแมวมองว่า แกนนำโรงเรียนใดที่น่าสนใจ เข้าข่ายที่ สคส. ควรจะไปจับภาพ ซึ่งจากการไปครั้งนี้คิดว่าตรงตามความคาดหวังทั้ง 2 ข้อ ...และจะต้องรอดูการขยายผลของทีมแกนนำซักระยะ

จากการได้พบหน้าค่าตาและได้ยินเรื่องเล่าเร้าพลังที่ผู้เล่าถ่ายทอดด้วยน้ำเสียงและภาษาที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวอีสาน รวมถึงผู้ฟังได้มีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในบทบาทของครูผู้สอน ส่งผลให้เกิดความเข้าใจในเรื่องเล่า และ รู้ซึ้งถึงหัวอกครูด้วยกันในฐานะที่ตนก็เป็นผู้ปฏิบัติ  การพูดคุยที่เต็มไปด้วยความรู้สึกของการชื่นชม ใฝ่รู้  ยกย่อง  ยินดี ภาคภูมิใจ และอยากรู้อยากเห็น ความรู้สึกเหล่านี้เป็นความรู้เชิงบวกที่ก่อให้เกิดความสร้างสรรค์   และพลังในการดำเนินงานได้เป็นอย่างดี  ซึ่งมีตัวละครที่สำคัญที่จ๊ะจ๋าเห็นว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญให้เรื่องเล่า มีพลังขึ้นมาคือ

ผู้เล่าเรื่อง (คุณกิจ)   เป็นปัจจัยที่สำคัญอันดับแรก ที่ส่งให้การเล่าเรื่องมีพลังและสะท้อนความรู้สึกของผู้เล่าที่ออกมาจากใจ  ซึ่งอาจเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ ที่ตนรู้สึกภาคภูมิใจที่ตรงตามหัวปลา (ตรงตามวิสัยทัศน์ขององค์กร ซึ่งอาจจะเป็นหัวปลาเล็กแต่ต้องสอดคล้องกับหัวปลาใหญ่ขององค์กรก็ได้) ในฐานะที่ตนเป็นผู้ปฏิบัติตัวจริงหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง ผสานการที่มีคุณอำนวยในวงชวนพูด ชวนคุย   ซักถามประเด็นที่น่าสนใจและต้องการรับรู้ บวกกับการที่ในกลุ่มมีคุณลิขิตถึง 2 คน คนแรกเป็นคนที่จดเรื่องเล่าที่ชัดเจน และคนที่ 2 ช่วยจับประเด็นที่ได้ฟังเรื่องเล่านั้นๆ   ทำให้ในวงมีบรรยากาศที่คึกคัก  เกิดพลังอย่างมหาศาลทั้งผู้เล่าและผู้ฟัง ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และการนำเคล็ดลับที่ได้จาการฟังเรื่องเล่ามาประยุกต์ใช้ในงานของตน

 

ปัจจัยที่สองคือ คุณอำนวย เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นให้คนในวงถ่ายทอดประสบการณ์ที่ได้ปฏิบัติจริงเล่าออกเป็นเรื่องเล่าที่มีรสชาติ มีพลัง ซึ่งการซักถามเป็นคำถามเชิงบวก คำถามที่ก่อให้เกิดความคิดใหม่ๆ ความคิดเชิงสร้างสรรค์ หรือศัพท์ สคส. การปิ้งแว๊บ  และการสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความชื่นชม นอกจากจะเป็นคุณอำนวยในวงแล้ว ยังสามารถเป็นนอกวงได้ เช่น การผลักดันให้เกิดการกระตุ้นของคนในองค์กร เช่น การจัดเวทีให้แสดงผลงานความภาคภูมิใจที่อาจเป็นแค่เวทีเล็กก็เป็นได้  เสมือนเป็นการเติมเชื้อไปให้เกิดความรู้สึกถึงพลังของแต่ละคน และเมื่อเชื้อไฟติดก็ต้องคอยประคับประคองจนกว่าไฟนั้นจะลุกโชติช่วง และไม่มีวันดับลง และลุกลามไปรอบยังคนรอบข้าง รอบหน่วยงาน ข้ามหน่วยงาน ข้ามสายงาน ข้ามจังหวัด จนเกิดเป็นเครือข่ายดั่งที่ สคส. กำลังทำหน้าที่ขับเคลื่อนไฟในแต่ละหน่วยงาน ซึ่งไฟนั้นคือ การขับเคลื่อน  KM  ประเทศไทย

ปัจจัยที่สามคือ  คุณลิขิต  ซึ่งมีบทบาทสำคัญยิ่งหย่อยไปกว่ากัน เพราะต้องคอยทำหน้าที่จดบันทึกเรื่องเล่าให้ละเอียด และการจับประเด็นที่สำคัญจากเรื่องเล่า เพราะเรื่องเล่านั้นอาจมีประเด็นมากกว่าหนึ่งประเด็น ซึ่งประเด็นที่ได้นั่นคือเคล็ดลับความสำเร็จของผู้เล่าที่ประกอบเป็นเรื่องราว ที่ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจ  รวมทั้งการจดบันทึกชื่อและที่อยู่ของผู้เล่า เพื่อที่ผู้สนใจในวงสามารถติดต่อได้  หรืออาจจะเข้าไปคุยกันนอกรอบก็ได้

ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะประกอบขึ้นเป็นเรื่องเล่าที่เร้าพลังได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้บรรยากาศในการประชุมทีมแกนนำฯ รุ่นที่ 5 นี้มีความคึกคัก ใฝ่รู้ และเกิดการซักถามด้วยความชื่นชมในกลุ่มย่อย   นี่ขนาดแค่นำกระบวนการเรื่องเล่าเร้าพลัง (Storytelling) ยังทำให้กลุ่มย่อยอยากที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของความภาคภูมิใจได้มากมายขนาดนี้ในเวลาที่จำกัด และถ้าทีมแกนนำได้นำกระบวนการ KM ที่ทีมนักวิจัยโครงการฯ ให้....ไปปรับใช้ในโรงเรียน หรือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จะเป็นเช่นไร  ..... และแมวมองอย่างเราจะคอยสังเกตทุกท่านเพื่อเราจะได้ชักชวนองค์กรหรือหน่วยงานที่ทำ KM และเป็นตัวอย่างที่ดี (Best practice) เข้าร่วมงานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ

 โครงการวิจัยและพัฒนาฯ รุ่นที่ 5