เมื่อวานนี้อาจารย์วิจารณ์และพี่ธวัชให้คำแนะนำการเขียนเกี่ยวกับเรื่อง KM ในมุมมองของตนเองที่เคยพบเห็นมาจากประสบการณ์จริงหรือจากการอ่าน เพื่อที่จะได้เป็นประโยชน์กับตนเองและผู้อื่น จึงนึกถึงบทความบทหนึ่งที่เพิ่มอ่านไปแล้วประทับใจในเรื่องราวและคิดว่าน่าจะเป็นการจัดการความรู้ในระดับปัจเจกได้   เนื้อหาในบทความมีอยู่ว่า 

                   มีผู้หญิงท่านหนึ่งจากเดิมเป็นคนแข็งแรงและมั่นใจในตัวเองสูง  แต่แล้วเมื่อมาเจอสังคมที่กว้างขึ้นก็พบว่ามีคนอื่นที่พร้อมกว่า เก่งกว่า และกล้ามากกว่า ชีวิตจึงกลับตาลปัตรเธอกลับกลายเป็นคนไม่สู้ รู้สึกท้อแท้และเครียดมากในทุกๆ เรื่อง แล้วมาพบว่าตัวเองเป็น โรคไทรอยด์   ซึ่งพอรู้ว่าเป็นไทรอยด์ก็ดูแลรักษาตัวเอง ปฏิบัติตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัดอยู่ 2 ปี แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น จึงเริ่มปล่อยปละละเลย ไม่สนใจตัวเอง เพราะคิดว่ารักษาไปนานๆ ก็หายเอง โดยไม่สนใจหาข้อมูลเพิ่มเติมอย่างจริงจัง   และเมื่อระยะเวลาผ่านไป 6 ปี อาการของไทรอยด์เริ่มแสดงอาการหนักขึ้นคือหัวใจเต้นเร็วและเต้นผิดจังหวะ ณ ตอนนั้นเธอจึงค่อยเริ่มศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับไทรอยด์มากขึ้นจึงรู้ถึงแนวทางในการรักษา  ไม่เพียงแต่เฉพาะการกินยาเท่านั้น แต่มันต้องดูแลรักษาตัวเองด้วยทั้งจากคำแนะนำของหมอหรือโรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษา  ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยสนใจว่าทำไมตัวเองเป็นไทรอยด์ ไม่ได้รู้สาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร หรือเพราะอะไรและควรปฏิบัติตัวอย่างไร  แล้วใช้ชีวิตอย่างเต็มที่เพียงแค่กินยาให้สม่ำเสมอเท่านั้น  มาถึงตอนนี้กว่าเธอจะปรับใจและดิ้นรนตั้งต้นใหม่ ใช้กำลังใจและเวลาพอสมควร และคิดว่ายังไม่สายเกินไปที่จะเริ่มต้นใหม่  จึงศึกษาและเสาะแสวงหาแพทย์เฉพาะทางที่รักษาโรคนี้ ปฏิบัติตัวและเรียนรู้ข้อละเว้นต่างๆ ที่เป็นสิ่งต้านการรักษา  การเลือกรับประทานอาหารบางชนิด การปฏิบัติตัวบางอย่าง และสิ่งที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษคือเรื่องของจิตใจและความกังวล.......  ในตอนนี้เธอกำลังใช้จิตบำบัดตัวเอง และกระบวนการทางแพทย์ชั้นสูงในการรักษาประสบการณ์การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นระหว่างทางที่เจ็บป่วย มันสอนเธอมากมาย อย่างน้อยก็ทำให้เธอได้เรียนรู้ตัวเอง เรียนรู้คนอื่น รู้จักเหตุและผล รู้จักการค้นหาความจริง เพราะสิ่งนั้นมี สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น และนำแนวคิดที่ได้มาปรับใช้กับทุกแง่มุมในชีวิต

การจัดการความรู้ น่าจะไม่ใช่การจัดการความรู้เฉพาะในหน้าที่การงานเท่านั้น...หากเราสามารถนำความรู้ที่มีอยู่หรือจากการค้นหาเพิ่มเติมไปใช้กับการดำรงชีวิตแล้วทำให้ชีวิตดีขึ้นได้....ก็น่าจะเป็นการจัดการความรู้ในระดับตัวบุคคลได้เช่นกัน

ความรู้ ถ้าเพียงแค่รู้เพื่อประดับปัญญาก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้น แต่ถ้านำความรู้เหล่านั้นออกมาปฏิบัติได้จริงก็น่าจะถือว่าเป็น การจัดการความรู้

อุไรวรรณ

14 ก.ค.49