GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

กฏมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ผู้หญิงกับกฎหมาย ส่งงานที่4

กฏหมายได้กำหนดหน้าที่หลายประการเริ่มตั้งแต่การกำหนดและการคุ้มครองสิทธิของบุคคล
ผู้หญิงกับกฎหมาย          ผู้หญิงเป็นกลุ่มคนที่ถูกกีดกั้นออกจากการพัฒนาไม่ว่าจเป็นผู้รับประโยชน์ หรือผู้ที่เป็นส่วนช่วยในการพัฒนาก็ตามสถานภาพผู้หยิงโดยทั่วไปในสังคมโลกทำให้ผู้หญิงไม่มีโอกาสร่ำเรียนการฝึกอบรม การประกอบอาชีพ สุขภาพและการร่วมมือทางด้านการเมือง หรือการมีตำแหน่งอยู่ในการทำงานราชการต่างๆทั้งที่พวกเขาก็มีคุณค่าในการเป็นบุคคลมีตัวมีตนเป็นสมาชิกในครอบครัวและของสังคมทั้งหมดเหล่านั้นก็เกือบจะไม่ได้รับการยอมรับแต่อย่างใดเลย          กฎหมายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริม หรือการกีดกั้นการเข้าถึงทรัพยากร กฎหมายเป็นตัวกำหนดความสัมพันธ์ทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองไปพอ้มๆกัน          แม้ว่ากฎหมายอาจจไม่เป็นปัจจัยอันเดียวที่ตัดสินสถานภาพอยู่ในสังคมของผู้หญิงแต่ว่าการจัดบทบัญญัติ หรือข้อกำหนดกฎหมายที่กีดกั้นผู้หญิงเป็นย่างก้าวที่สำคัญที่จะนำไปสู่สภานภาพที่ดีสำหรับผู้หญิงได้สภานภาพของผู้หญิงเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สลับชับช้อนของเศษฐกิจ การเมือง ศาสนา สังคม วัฒนาธรรม และความสัมพันธ์อมื่นๆอยู่ในสังคมและสถานภาพที่เท่าเทียมกันอยู่ในความสัมพันธ์ระหว่างหญิงชายทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้ยกวั้นแต่ว่าสถานภาพที่เท่าเทียมกันนั้นตั้งอู่ยบนฟื้นฐานของบทบัญยัติ หรือข้อกำหนดของกฎหมายและได้รับสนับสนุนจากรัฐ          กฎหมายได้กำหนดหน้าที่หลานๆประการเรี่มตั้งแต่การกำหนดและการคุ้มครองสิทธ์ของบุคคนและกรุ่มคน กฎหมายได้กำหนดการลงโทษ กำหนดการได้ผลประโยชน์ และการกระจายทรัพยากรทางเศรษฐกิจการเมืองและสังคม กฎหมายและระบบกฎหมายมีผลกระทบต่อชีวิตของผู้หญิง2ด้านเช่นว่าการบัญญัติ หรือกำหนดกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายอาจจะส่งเสริมให้ผู้หญิงครอบคลุมชีวิตของตนได้โดยการให้สิทธ์แก่ผู้หญิงและระบบกฎหมายก็บังคับให้เป็นไปตามบทบัญญัติหรือข้อกำหนดนั้นหรือการขัดขวางไม่ให้ผู้หญิงควบคุมชีวิตของตนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางออ้มด้วยการปฎิเสษไมให้สิทธ์ตามกฎหมายที่จะควบคุมชีวิตของตนเองได้          ความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงกับกฎหมายที่ขัดแย้งกันได้ปรากฏให้เห็นอยู่ในลักษณะต่างๆคือซ -          กฎหมายได้จำกัดเอาเปียบผู้หญิงจำกัดสิทธ์ของผู้หญิง -          ผู้หญิงไม่รู้ว่ามีสิทธ์ตามกฎหมายหรือไม่รู้ความหมายของการกำหนดกฎหมายต่างๆ -          ผู้หญิงเข้าไม่ถึงขบวนการต่างๆของกฎหมายเพราะเงื่อนไขทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนาธรรมที่สร้างความไม่เชื่อมั่นที่จะดำเนีนการต่างๆเกี่ยวกับการใช้กฎหมายความจริงแล้วมีหลายๆกรณีย์ที่ผู้หญิงอาจนำเอา กฎหมายมารับใช้ตนได้โดยสามารกนำเอากฎหมายมาแก้ไขความเดือดร้อนหรือรักษาสิทธ์ของตนได้ หรือผู้หญิงอาจจะทำให้เกิดการแก้ไขเปี่ลยนแปลงกฎหมายได้ ถ้าหากผู้หญิงมีความรู้ มีความมั่นใจในบทบัญญัติต่างๆของกฎหมายและจะใช้กฎหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานภาพทางด้านกฎหมายของผู้หญิงและช่วยให้ผู้หญิงได้มีโอกาสเข้าร่วมในขบวนการพัฒนาทั้งหลายได้           การที่ให้ผู้หญิงได้รู้สิทธ์ของตนเอง การที่ผู้หญิงจะมีศักยภาพที่ทำให้มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ในสังคมการที่ผู้หญิงมีความมั่นใจจะใช้ระบบกฎหมายและการเมืองล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยสำคัญของขบวนการที่จะทำให้ได้มาชึ่งอำนาจของผู้หญิงทั้งนั้นการมีอำนาดของผู้หญิงหมายความว่าผู้หญิงสามารกตั้งคำถามแล้วคำนึงถึงบทบาทของตนเองอยู่ในสังคมและทำให้เกิดความมั่นใจและความรู้ที่จะเข้าสู่ประเด็นเรื่องต่างๆในลักษณะที่สร้างสรรศ์และมีประสิทธิภาพ          อย่างไรก็ตามเราจะต้องทำความเข้าใจว่ากฎหมายนั้นเป็นเครื่องมือที่เป็นดาบ2คมที่สามารกนำไปใช้เพื่อส่งเสริมหรืกีดกั้นการพัฒนาได้กฎหมายอาจจะใช้ในการสร้างสรรค์หรือทำลายโครงสร้างของสังคมได้ ความรู้ทางด้านกฎหมายหรือการเคารพกฎหมายไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดเพราะว่าความรู้อยู่ในระบบกฎหมายเพียงแต่เป็นหนทางที่จะปลดปล่อยผู้หญิงออกจากความหล้าหลังการไม่มีอำนาจและการต้องพึ่งพาอาสัยผู้ชาย นอกจากนี้การรู้กฎหมายเพียงแต่อย่างเดียวก็ไม่ได้ทำให้สิทธืของผู้หญิงที่จะได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและปรากฏผลเป็นจริงขึ้นมาได้ แต่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายและอื่นๆอยู่ในสังคมไปพร้อมกันอีกด้วย.    

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 38641
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น(2)

เห็นด้วยกับข้อความ

"กฎหมายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริม หรือการกีดกั้นการเข้าถึงทรัพยากร กฎหมายเป็นตัวกำหนดความสัมพันธ์ทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองไปพร้อมๆกัน "  

แต่ในปัจจุบันความเสมอภาคระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายในทางกฎหมายระหว่างประเทศนั้นเท่าเทียมกันแล้ว ที่ยังไม่เท่าเทียมกันคือทัศนคติที่ผู้ชายมีต่อผู้หญิง และทัศนคติผู้หญิงที่คิดว่าตนทำอะไรไม่ได้เหมือนกับผู้ชาย

ความรู้ความเข้าใจและความกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ทุกคนโดยไม่จำกัดว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายอีกต่อไป      

เห็นด้วยกับข้อความดังกล่าว

กฎหมายทำให้ผู้หญิงและผู้ชายมีสิทธิเท่าเทียมกัน