pb         

                         “การประชาพิจารณ์ (Public hearing)” เป็นรูปแบบหนึ่งของการดำเนินกิจกรรม การมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเป็นทางการ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะโดยวิธีประชาพิจารณ์ พ.ศ. 2539  โดยจัดให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการประชาพิจารณ์ การประกาศเชิญชวนให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) เข้าร่วมประชาพิจารณ์  โดยหลักแล้วจะต้องทำเพื่อการเสนอโครงการ (Project proposal)  เป็นการเสนอข้อแนะนำ ข้อดี ข้อเสีย ความเห็นต่าง ๆ จากผู้ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับโครงการนั้น ๆ แต่จะมิใช่การตัดสินเด็ดขาดที่จะต้องดำเนินการตามนั้น คือไม่ใช่การทำเพื่อตัดสินว่า จะทำโครงการนั้น ๆ (Project approval) หรือไม่ จึงไม่ใช่การทำประชามติ (Referendum)  แต่เป็นเพียงแนวทางประกอบการตัดสินใจของรัฐในการดำเนินงานอันมีผลกระทบต่อประชาชนเท่านั้น อันเป็นวิธีการหนึ่งของการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับการ "ปรึกษาหารือ" (Public consultation)     

tube

                           การประชุมประชาพิจารณ์ในกรณี โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติไทย -มาเลเซีย และโครงการโรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย -มาเลเซีย ได้จัดขึ้นถึง 2 ครั้งในจังหวัดสงขลา และถูกขัดขวางจากประชาชนทั้ง 2 ครั้ง ซึ่งการทำประชาพิจารณ์ ครั้งที่ 1 จัดขึ้นในวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 ณ หอประชุมเทศบาลนครหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แต่ต้องยุติลงชั่วคราว สาเหตุจากมีการขัดขวางการประชุม คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบให้กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการประชาพิจารณ์ให้สมบูรณ์ต่อไป โดยจัดครั้งที่ 2 ในวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2543 ณ โรงยิมเนเซียม (อาคารสุวรรณวงศ์) สนามกีฬาจิระนคร อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แต่ไม่สำเร็จอีกเช่นกัน เนื่องจากมีเหตุชุลมุนระหว่างการประชาพิจารณ์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าการประชาพิจารณ์แทบไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาความเข้าใจที่แตกต่างระหว่างรัฐบาลและประชาชน แต่กลับกลายเป็นปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นการใช้กำลังและความรุนแรงเข้าสลายการชุมนุมเรียกร้องของประชาชนในพื้นที่                       

                            ดังปรากฏในคำพิพากษาศาลปกครองที่ 51/2549 ในคดี 30 แกนนำต้านท่อก๊าซไทย - มาเลย์ ยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ,จ.สงขลา และกระทรวงมหาดไทย กรณีใช้กำลังสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่หน้าโรงแรมเจบี หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งมีการประชุมคณะรัฐมนตรี สัญจร มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และจับกุมผู้ชุมนุมประมาณ 50 คนดำเนินคดี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2545 จากภาพเหตุการณ์และข้อเท็จจริงข้างต้นเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีที่ 1 - 24 ได้ร่วมชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมอย่างสงบ การผลักดันให้สลายการชุมนุมอันเป็นการกระทำทางปกครองที่จำกัดเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ กับกลุ่มผู้ชุมนุม ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อเสรีภาพในการชุมนุมด้วยการใช้อำนาจตามกฎหมาย ศาลปกครองพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีที่ 1 ถึงผู้ฟ้องคดีที่ 24 เป็นเงินคนละ 10,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อไป นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น โดยให้ชำระภายในกำหนดเวลา 30 วัน นับแต่วันที่มีคำพิพากษา                                   

                        จะเห็นได้ว่า ความซับซ้อนและสภาพปัญหา เริ่มจาก "การพัฒนา" เพราะเป็นที่มาของการเกิดนโยบายและโครงการความร่วมมือดังกล่าวขึ้น แนวคิดดังกล่าวเป็นดั่งเหรียญสองด้าน ที่ด้านหนึ่งคือความเป็นไปของประเทศที่อ้างเหตุผลให้เกิดความเจริญก้าวหน้า แต่อีกด้านหนึ่งคือ การสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อวิถีชีวิตของประชาชน ความไม่สอดคล้องกับสภาพชุมชนและความต้องการของคนในพื้นที่ รวมทั้งพื้นฐานทางวัฒนธรรมและ ศาสนา ทำให้การดำเนินการของรัฐแม้ว่าจะอยู่ในฐานะตามกฎหมายมหาชนที่สามารถบังคับเอกชนในรูปคำสั่งทางปกครองได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ทั้งหมด           

pb2
   

                           การประชาพิจารณ์ เป็นเรื่องที่ดีของการดำเนินการตามสิทธิที่ให้ไว้ตามกฎหมาย แต่อาจเป็นดาบสองคมได้ นั่นเพราะหากไม่สามารถตกลงหรือเข้าใจตรงกัน ย่อมเกิดความขัดแย้งและความรู้สึกต่อต้านมากขึ้นเรื่อย ๆ การดำเนินนโยบายที่รับฟังเสียงประชาชนเป็นเรื่องที่ดี แต่ควรหาวิธีการอันใดก็ตามที่ทำให้ประชาชนได้เข้าใจว่า เสียงของพวกเขาอยู่ในฐานะที่เป็นข้อแนะนำเท่านั้น ชี้ให้เห็นข้อสำคัญคือการที่รัฐบาลมองเห็นประชาชนอยู่ในสายตาจึงขอคำแนะนำ แต่ประชาชนจะใช้เสียงของตนหรือถือเอาความพอใจของตนเป็นคำตัดสินไม่ได้เพราะไม่ได้อยู่ในฐานะผู้นำประเทศ และต้องยอมรับในการตัดสินของคณะรัฐมนตรีซึ่งมาจากกระบวนการปกครองแบบประชาธิปไตย เพราะหากประชาชนถือความคิดตนเป็นหลัก ประเทศจะไม่สามารถหมุนต่อไปไม่ได้เลยเพราะคนที่ได้รับผลกระทบหรือเสียประโยชน์ก็จะต่อต้านอยู่ตลอดเวลาเป็นวัฎจักรเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ การทำความเข้าใจกับประชาชนจึงเป็นเรื่องสำคัญ และนอกเหนือจากเหตุผลที่กล่าวมานั้น รัฐบาลต้องแน่ใจแล้วว่า มีข้อมูลถูกต้อง โปร่งใส ที่สามารถฟังได้ว่า โครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการนั้น จะสร้างผลดีให้กับประเทศชาติและนำมาซึ่งการพัฒนาอย่างแท้จริง.

ข้อมูลบางส่วน จาก http://us.geocities.com/jdaobservers/ttmgp.htm และ http://www.pub-law.net/article/ac100446_4.html  

ที่มารูปภาพ: http://images.google.co.th/images?svnum=10&hl=th&lr=&q=public+hearing