104. แม่กำปอง...รู้จักแล้วจะหลงรักเธอ


 

 

ปีนี้มีโอกาสได้เดินทางไกลอยู่บ่อยๆ จนเรียกได้ว่า...ชีพจรลงเท้า
ล่าสุด...ได้ขึ้นเหนือ จุดหมายปลายทางอยู่ที่ "บ้านแม่กำปอง"
ไปพักแบบโฮมสเตย์กับชาวบ้าน...สุดแสนประทับใจ
จึงให้ชื่อทริปนี้ว่า "แม่กำปอง...รู้จักแล้วจะหลงรักเธอ"
 
เก็บภาพการเดินทางมาให้ชม และทำความรู้จัก "แม่กำปอง"
แบ่งปันการเดินทางและประสบการณ์ชีวิตร่วมกันค่ะ
 

สาวน้อยๆ ที่ร่วมเดินทาง หน้าตายังสดใส พร้อมลุยค่ะ
 

เริ่มเดินทางออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทางสาย 1317 มุ่งหน้าไปยัง
ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

 

ถนนสองเลนที่สองข้างทางยังเขียวชอุ่ม และเรียงรายด้วยต้นไม้ที่ร่มรื่น
ผ่านบางช่วงของเส้นทาง ข้างทางจะมีการขายต้นไม้ขนาดใหญ่ด้วย
การเดินทางช่วงแรก ยังสะดวก สบาย และถนนยังดีอยู่

 

แต่เมื่อเลยตัวต.ห้วยแก้ว เข้าสู่พื้นที่ขึ้นเขา ความชันก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งก่อนถึงหมู่บ้านประมาณ 3 กิโลเมตร ถนนคดเคี้ยวและชันมากขึ้น
คิดถูกที่ไม่ขับรถขึ้นมาเอง แต่อาศัยรถรับจ้าง(รถแดง) ที่เจนทาง

 

ถึงหมู่บ้านกำปองแล้ว...ดูเส้นทางถนนที่คดเคี้ยว เลี้ยวไปตามภูเขา
ที่ด้านหนึ่งเป็นบ้านของชาวบ้านที่ปลูกเรียงรายซ้อนกันขึ้นไปตามเชิงเขา
และอีกด้านหนึ่งเป็นผาสูงบ้าง เป็นป่าบ้าง สลับกันไป อย่างงดงาม
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ

 

บ้านแม่กำปอง เป็นกลุ่มหมู่บ้านมีตั้งแต่ บ้านแม่กำปองนอก
ไล่เรียงเข้ามาจนถึงแม่กำปองใน  กลุ่มของเราพักที่แม่กำปองใน
พ่อหลวง หรือผู้ใหญ่บ้าน ไปรับเราตั้งแต่ข้างล่างที่โรงเรียนรวมศูนย์ห้วยแก้ว
เพราะเราแวะนำหนังสือและเครื่องเขียนไปมอบให้โรงเรียนด้วย

 

สภาพบ้านเรือนที่ไต่ไปตามเชิงเขา ทำให้เราเห็นหลังคาบ้านซ้อนเรียงกัน
และหมู่บ้านถูกโอบล้อมด้วยขุนเขาและป่า ดุจเป็นรั้วของหมู่บ้าน
ภูเขาลูกนี้ชื่อ "ดอยล้าน" ที่ยังเขียวขจีด้วยต้นไม้ทั้งเล็กและใหญ่
ป่าแห่งนี้เชื่อมต่อจากอุทยานแจ้ซ้อนที่ต่อมาจากลำปาง

 

บ้านแม่กำปอง เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวในฐานะเป็น หมู่บ้านโฮมสเตย์
ทางภาคเหนือ ที่ยังคงรักษาวัฒนธรรม ธรรมชาติ และวิถีชีวิตเดิมไว้
เป็นเสน่ห์สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบการพักกับชาวบ้าน
ที่ไม่เน้นสุขสบายเหมือนโรงแรม แต่ใกล้ชิดธรรมชาติ และได้เรียนรู้
ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ทั้งเรื่องของการกินอยู่ หลับนอน

 

บรรยากาศเรียบง่าย เงียบสงบ ของบ้านแม่กำปอง ที่คนไปเยือนติดใจ
ควันไฟลอยฟุ้งขึ้น บ่งบอกถึงความมีชีวิต ชีวา
ชาวบ้านยังคงใช้ไม้ฟืนที่เก็บจากป่ามาหุงข้าว ต้มแกง และต้มใบเมี่ยง
อันเป็นวิถีชีวิต และวิถีการผลิต ของชาวบ้านแม่กำปอง
 

บ้านส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ สองชั้น มีทั้งบ้านเก่า และสร้างใหม่
ในจำนวน 130 ครัวเรือน มีบ้านที่รับแขกไปพักเพียง 20 ครัวเรือน
รับนักท่องเที่ยวได้หลังละ 4-6 คน ต่อครั้ง หมุนเวียนกันไปตามคิว
โดยมีพ่อหลวงและกรรมการหมู่บ้านคอยจัดการให้เกิดความเป็นธรรม
 

เราพักบ้านหลังนี้ เป็นบ้านสองชั้น เจ้าของบ้านจัดให้แขกพักชั้นสองของบ้าน
รอบๆ บ้านร่มรื่นด้วย ไม้ใบและไม้ดอก ที่เจ้าบ้านดูแลไว้เป็นอย่างดี
 

บ้านพักที่เป็นโฮมสเตย์ จะมีการปรับปรุงบ้านเพื่อให้เหมาะกับการรับนักท่องเที่ยวเข้าพัก
มีทั้งการแยกห้องครัวออกมา มีห้องน้ำ ชักโครก แม้กระทั่งน้ำอุ้น และเครื่องซักผ้า
เพื่ออำนวยความสะดวกกับผู้มาพัก
บ้านพักแต่ละครอบครัวจะแตกต่างกันไปบ้าง เล็กๆ น้อยๆ
 

อาหารมื้อแรกที่รอรับแขกชุดของเราเข้าไปพัก
ง่ายๆ แต่อร่อย เข้มด้วยรสแกงเลียง กลมกล่อมด้วยไข่ปิ้งที่หน้าตาคล้ายห่อหมก
และสดๆ ด้วยผัดยอดฟักแม้ว ที่เก็บจากหลังบ้านนี่เอง กรอบอร่อย
 
เก็บข้าวของแล้ว อิ่มอร่อยกับอาหารมื้อแรกที่หมู่บ้าน
จากนั้นก็เริ่มตะเวนชมหมู่บ้าน จุดสำคัญอยู่ที่วัด และน้ำตก ของหมู่บ้าน
นำมาให้ชมเบื้องต้นก่อน

 

วัดแม่กำปอง หรือ อีกชื่อ คือ วัดคันธาพฤกษา
มีเสน่ห์อยู่สองส่วน คือ วิหารเก่าที่ทำด้วยไม้ทั้งหลังด้วยศิลปะทางเหนือที่เรียบง่าย
อายุนับร้อยปี ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์อยู่
แต่ทางวัดก็ได้สร้างวิหารใหม่ไว้ใกล้ๆ เลียบแบบวิหารเก่าเพื่อใช้ทำกิจทางสงฆ์
 

และบนหลังคาวิหาร มีความงดงามด้วยมอสที่ขึ้นปกคลุมหลังคาจนเขียวครึ้มไปหมด
มีกล้วยไม้ขึ้นประดับประดา งดงาม ยากที่จะลืมเชียว
หลายๆ คนไปแม่กำปอง เพราะต้องการเห็นภาพนี้กับตาตนเอง
 

อีกหนึ่งจุดสำคัญของบ้านแม่กำปอง คือ ความงดงามของน้ำตกแม่กำปอง
เป็นน้ำตกธรรมชาติไหลผ่านหมู่บ้าน โดยมีต้นกำเนิดจากป่าหลังหมู่บ้าน
เสียงน้ำตกในหมู่บ้าน ดุจดั่งเสียงดนตรี ขับกล้อมให้รื่นรมย์ตลอดเวลา
ภาพบน เป็นน้ำตกเล็กๆ ที่อยู่ใกล้บ้านพัก
แต่ภาพข้างล่าง เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าของป่าที่เราจะไปลุยในวันรุ่งขึ้น
 

น้ำตกที่นี่มีน้ำตลอดทั้งปี  ช่วงหน้าฝนน้ำยิ่งมาก และสวยงามจับตา จับใจ
เป็นทั้งแหล่งธรรมชาติเพื่อการท่องเที่ยว และแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้า
ให้กับหมู่บ้านด้วย แถมยังเหลือขายให้คนนอกหมู่บ้านด้วย
แต่มีปัญหากับรัฐ จนทำให้ต้องหยุดชะงักไปชั่วคราว(แล้วค่อยเล่าให้ฟัง)
 

ในหมู่บ้านนอกจากจะมีบ้านชาวบ้านที่อยู่กันมาแต่ดั้งเดิมแล้ว
ก็ยังมีบ้านใหญ่ๆ ที่คนนอก เข้ามาซื้อที่ดินและสร้างบ้านพักอาศัยบ้าง
บ้านพักผ่อนบ้าง หรือไม่ก็สร้างบ้านพักโฮมสเตย์ ขึ้นมารับแขกด้วยเช่นกัน
เราจะเห็นความแตกต่างชัดเจน ด้วยเรื่องของการลงทุน ความใหญ่โต
และรูปแบบของบ้านที่แตกต่างไปจากบ้านของชาวบ้าน
บอกไม่ถูกว่า กลมกลืน หรือแตกต่าง ???

ภาพชาวบ้านที่กลับจากป่า ซึ่งออกไปเก็บเมี่ยงตั้งแต่เช้า
พอตกเย็นก็จะแบกกระบุงเมี่ยงกลับบ้าน เพื่อเตรียมต้มเมี่ยงก่อนที่จะนำไปหมัก

 

ภาพบรรยากาศสบายๆ ที่พบได้กับวันพักผ่อนที่ไม่รีบร้อน ณ บ้านแม่กำปอง
 
คราวหน้าจะนำสีสันของแมกไม้ ในหมู่บ้านและวิถีชีวิตมาฝากค่ะ
ราตรีสวัสดิ์
pis.ratana
สิงหาคม 2553

 

 

 

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 385982เขียนเมื่อ 18 สิงหาคม 2010 22:10 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 23:23 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (17)

ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆ ชอบๆ  ^  _  ^

...แม่กำปองมี มนต์เสน่ห์ค่ะ 

แอบตามครูเอมาเงียบ ๆ ครับ ;)

สวัสดีค่ะคุณรัตนา

 

* มาเยี่ยม ชมความงดงามของธรรมชาติ "บ้านแม่กำปอง"

* มีมนต์เสน่ห์ เห็นแล้วรู้สึกหลงไหลในความสวยงามของธรรมชาติ ป่าเขียวชะอุ่ม อาการหารกินเรียบง่าย  อยากไปอยู่อย่างนี้ สัปดาห์ก็พอใจแล้ว....จะมีโอกาสมั้ยน๊า!....

* ครูใจดีก็อยากทำงานที่ต้องเดินทางแบบนี้บ้าง เพราะรู้สึกว่าทำให้ได้ประสบการณ์ที่แปลกให้กับชีวิต.... ตอนนี้ชีวิตมันราบเรียบ จนเหมือนจะเหงา... แต่ความจริงไม่เหงานะ งานยุ่งตลอดเวลา แต่มันจำแจเท่านั้นเอง....

* สุขภาพเป็นอย่างไรบ้าง  เดินทางบ่อยอย่างลืมพกยาประจำตัว และดูแลตัวเองนะคะ

* แล้วพบกันใหม่ค่ะ

 

                  

 

ภาพสวยครับ เพิ่งรู้ว่ามีหมู่บ้านชื่อนี้ด้วย

สวัสดี ครับ

อ่านบันทึกนี้แล้ว ได้กลิ่นไอ ของธรรมชาติที่อยู้ด้วยกันอย่างลงตัว

ชอบ บันทึกเช่นนี้มาก นะครับ

สวัสดีค่ะ ครูเอ

มีโอกาสลองไปเยือนแม่กำปองสิคะ จะติดใจ

สวัสดีค่ะ อ.วสวัต

ตามมาเงียบ เลยเพิ่งพบรอย

คนเชียงใหม่น่าจะคุ้นเคยกับแม่กำปองใช่ไหม

สวัสดี ครูใจดีค่ะ

ดีใจ ที่ได้พบกันค่ะ คิดถึงเสมอค่ะแม้จะไม่ได้ค่อยเข้ามา

คราวนี้ได้พาเด็กๆ ไปเดินป่า เพื่อเพิ่มพลังให้กับกายและใจ

ทั้งสนุก และเหนื่อย แต่กลับมาพักก็หายเหนื่อย แต่ความประทับนี่สิไม่คลายเลยค่ะ

ขอบคุณที่ห่วงใยอยู่เสมอ อยากให้ครูใจดีได้พักบ้างค่ะ

เพิ่มพลังใจบ้างนะคะ เป็นกำลังใจให้เช่นกันค่ะ

pis.ratana

มาเยี่ยมชมแม่กำปองที่สุดแสนประทับใจค่ะ เคยไปก็สุดยอดบ้านโฮมสเตย์นะคะ

สวัสดีค่ะ คุณSpidy

แม่กำปอง เป็นชื่อที่เกิดจากคำสองคำ คือ แม่น้ำ + ดอกกำปอง ค่ะ

เลยกลายเป็น แม่กำปอง ชื่อของหมู่บ้าน ที่มีแม่น้ำและดอกกำปอง

ลองแวะไปนะคะ

ขอบคุณ คุณแสงแห่งความดีค่ะ

บันทึกเพื่อความทรงจำดีๆ ที่จะอยู่กับเราตลอดไปค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณรินดา

ติดใจเหมือนกันค่ะ อยากเห็นแม่กำปองไม่เปลี่ยนไปมากกว่านี้ค่ะ

บอกพ่อหลวงไว้เหมือนกันว่าอย่างเป็นเหมือนปาย

"หอมแก้มสาวเจ้า..แม่กำปอง

หวามล้ำลำพองอกใจข้า..

ตกหลุมพลางเพียงแรก..แปลกอุรา

...หนอเจ้า อกข้า มาแย้มครวญ..

ขอบคุณค่ะ

อ้อ..ลืมบอกแม่กำปองอีกอย่างค่ะ..หวังว่าแก้มแม่กำปองจะยังสาว เช่นที่เห็น

และหากว่ารักสาวเจ้ากำปองกันจริงๆ คงไม่เอื้อมมือไปเด็ดดมจนแก้มสาวเจ้าช้ำตรมค่ะ

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

homestay แม่กำปอง น่าสนใจอีกแล้วค่ะ ... รักษาสุขภาพ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนค่ะ

สามารถติดต่อบ้านพักได้ที่ไหนค่ะ

  • ตอบคุณส้มโอค่ะ เผื่อแวะเข้ามา
  • ถ้าอยากไปเที่ยวแม่กำปอง และค้างบ้านชาวบ้าน
  • ติดต่อกับ พ่อหลวงพรหมมินทร์ (ผู้ใหญ่บ้าน)
  • ที่ โทร. 053-315-111, 053-315-113  หรือ 085-675-4598
  • เข้าไปอ่านข้อมูลที่ web www.mae-kampong.com
  • แล้วจะประทับใจมากๆ ค่ะ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี