การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ : บทเรียนการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุในจังหวัดต้นแบบโรงแรมอ่าวนางวิลล่า จังหวัดกระบี่

วันที่ ๑๗ – ๑๙  สิงหาคม ๒๕๕๓

...................................

แรงบันดาลใจ

            โครงการผู้สูงอายุถ่ายทอดประสบการณ์สอนลูกหลานรักฟัน  โรงพยาบาลนาโยง จังหวัดตรังได้เริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๑ โดย  ซึ่งสำนักงานสาธารณะสุขจังหวัดตรัง  ได้สนองนโยบายการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ  ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๘  คือโครงการฟันเทียมพระราชทานที่ใส่ฟันเทียมฟรีให้แก่ผู้สูงอายุ  และเป็นโครงการชุดสิทธิประโยชน์ทางทันตกรรมและโครงการส่งเสริมทันตสุขภาพในผู้สูงอายุ  ในปี พ.ศ. ๒๕๕๑  ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้มีจังหวัดนำร่อง  แต่จังหวัดตรังไม่ได้เป็นจังหวัดนำร่อง  ทันตบุคลากรโรงพยาบาลนาโยงผู้รับผิดชอบด้านทันตสุขภาพ  ได้เห็นความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุและคิดว่านโยบายของกระทรวงฯ เป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุจังหวัดตรัง  จึงสมัครเข้าร่วมโครงการ  เริ่มด้วยการให้การรักษา และฟื้นฟูสุขภาพช่องปาก โดยการใส่ฟันเทียมให้กับผู้สูงอายุ ตามโครงการฟันเทียมพระราชทาน    ต่อมามีการพัฒนางานด้านการส่งเสริมป้องกันในพื้นที่ ร่วมกับการรักษาทางทันตกรรม ตามชุดสิทธิประโยชน์ผู้สูงอายุ เช่น การตรวจฟันเพื่อคัดกรองความเสี่ยงจากโรคในช่องปาก การขูดหินน้ำลายเพื่อป้องกันโรคปริทันต์ และการใช้ฟลูออไรด์ ในผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงเพื่อป้องกันรากฟันผุโดยได้รับการสนับสนุนสื่อพร้อมกับการตอบรับจากกระทรวงฯ   

          สำนักงานสาธารณะสุขจังหวัดตรัง  ได้คัดเลือกโครงการนำร่อง ๔ โรงพยาบาลประจำอำเภอคือโรงพยาบาลตรัง  โรงพยาบาลนาโยง  โรงพยาบาลวังวิเศษ  และโรงพยาบาลห้วยยอด แต่ละโรงพยาบาลมีแนวดำเนินงานต่างกันตามบริบทและสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น  และโรงพยาบาลจะประสานงานขอความร่วมมือกับองค์กรปกครองท้องถิ่นเพื่อคัดเลือกชมรมนำร่องของตนเอง  ซึ่งโรงพยาบาลนาโยงได้รับคัดเลือกเป็นโรงพยาบาลต้นแบบการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุของจังหวัดตรัง และชุมชนนาหมื่นศรีที่มีความพร้อมด้านชมรม  กลุ่มสมาชิกและการเอาใจใส่ดูแลขององค์การบริหารส่วนตำบลนาหมื่นศรีซึ่งเป็นตำบลในเขตการปกครองของอำเภอนาโยง ซึ่งประกอบด้วย ๘ หมู่บ้านได้แก่ หมู่ที่ ๑ บ้านใสใหญ่, หมู่ที่ ๒ บ้านนาหมื่นศรี, หมู่ที่ ๓ บ้านวังถ้ำ, หมู่ที่ ๔ บ้านใสเดือย, หมู่ที่ ๕ บ้านนาจิก, หมู่ที่ ๖ บ้านหัวเขา, หมู่ที่ ๗ บ้านใสบ่อลึก, หมู่ที่ ๘ บ้านควรสวรรค์จำนวนประชากรในเขต อบต. ๕,๘๕๕ คน และ๑,๓๑๗ หลังคาเรือน

            โรงพยาบาลนาโยงได้ดำเนินการก่อสร้างในปีงบประมาณ ๒๕๓๔ แล้วเสร็จ เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๓๕  และสามารถเปิดให้บริการแก่ประชาชนอย่างไม่เป็นทางการได้เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๖  โดยมีวัตถุประสงค์จะกระจายบริการสาธารณสุข ให้ครอบคลุมประชาชนทุกพื้นที่ทั้งในเขตเมืองและชนบทครบทุกอำเภอและกิ่งอำเภอ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้มีสถานที่ตรวจรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยรวมทั้งบริการป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ และการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ อันเป็นเป้าหมายที่สำคัญของกระทรวงสาธารณสุขคือ การมีสุขภาพดีถ้วนหน้าของประชาชน ประสบความสำเร็จในการดูแลรักษาสุขภาพ

           การดำเนินโครงการผู้สูงอายุถ่ายทอดประสบการณ์สอนลูกหลานรักฟัน โดยทันตบุคลากรผู้มีหน้าที่รับผิดชอบจะเป็นผู้จัดกิจกรรมให้ความรู้ ความเข้าใจกับผู้สูงอายุในเรื่องสุขภาพของช่องปากและฟัน  เพื่อให้กลุ่มผู้สูงอายุเหล่านี้ได้นำความรู้และประสบการณ์ไปสอนนักเรียนในโรงเรียนในชุมชนตำบลนาหมื่นศรี  สัปดาห์ละ ๒ วัน  ร่วมกับทันตบุคลากรไปตรวจสุขภาพปากและฟันของนักเรียนในวันนั้น

          เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๑ โครงการผู้สูงอายุถ่ายทอดประสบการณ์สอนลูกหลานรักฟันได้รับรางวัลประเภทนวัตกรรม ในงานการประชุมวิชาการภาคใต้  นับเป็นผลและประโยชน์ของการดำเนินโครงการที่มีคุณค่า ชุมชนและองค์กรอื่นให้การยอมรับ  จึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจและมีกำลังใจที่จะสืบสานกิจกรรมของโครงการนี้ต่อไป

          การดำเนินโครงการผู้สูงอายุถ่ายทอดประสบการณ์สอนลูกหลานรักฟัน  ในปีที่สองคือ พ.ศ. ๒๕๕๒ จึงเน้นเป้าหมายที่ผู้สูงอายุเป็นสำคัญ  เพื่อให้ผู้สูงอายุเห็นคุณค่าในตนเองมีความสามารถทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของชุมชนและมีจิตอาสาต่อส่วนรวมได้มากขึ้น  ทันตบุคลากรได้เข้าไปสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้สูงอายุเพื่อหากลุ่มแกนนำให้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมา  บริบทที่เอื้อต่อการดำเนินโครงการฯคือในตำบลนาหมื่นศรีมีทันตาภิบาลที่เป็นคนพื้นที่  มีสายสัมพันธ์ของความเป็นลูกเป็นหลาน  ทำให้มีความสะดวกในการทำความรู้จักและสนิทสนมเป็นที่ไว้วางใจของผู้สูงอายุได้มากขึ้น  อีกประการหนึ่งผู้สูงอายุที่ทำหน้าที่เป็นประธานชมรมเป็นคนไข้ฟันเทียมพระราชทานคนหนึ่งที่ได้เห็นความสำคัญ เป็นแบบอย่างของคนในชุมชน และมีกิจกรรมกลุ่มร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลนาโยงมาแล้วมากมายหลายกิจกรรม  ซึ่งนับว่าเป็นการนำพื้นฐานความเข้มแข็งของชุมชนมามีส่วนร่วมในการพัฒนา