เลี้ยงลูกด้วย..อุปกรณ์ IT ครู ป.1 มีลูกชายโทน(ครอกละตัวเดียว)ตอนเล็กๆอยู่บ้านพักครูกัน 2 คนแม่ลูก เพราะพ่อของลูกไปทำงานต่างจังหวัด เวลาแม่ลงไปทำกับข้าว หรือไปตลาดซื้อกับข้าว เจ้าอิฐก็จะอยู่กับ"โทรท้ศน์และเครื่องเล่น ซีดี" พอโตมาหน่อย ย้ายมาอยู่บ้านตัวเอง ก็ติดตั้งสัญญาณดาวเทียมกับโทรทัศน์ เจ้าอิฐไม่เคยดูหนัง ดูละคร เพราะจะดูแต่รายการทางช่องดาวเทียม โดยเฉพาะ ช่องการ์ตูน ต่อจากนั้นก็เริ่มมาเล่น คอมพิวเตอร์ แม่ซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะให้ 1 เครื่อง ต่อสายสัญญาณอินเตอร์เน็ต พร้อม เหมาจ่ายเดือนละ 590 บาท ใช้ 2 เครื่อง พ่วงด้วยกันกับแม่ ที่ขาดไม่ได้คือโทรศัพท์มือถือ ก่อนหน้านี้เจ้าอิฐไม่เคยเลือกจะถือแบบไหนก็ได้ แถมไม่ชอบถือ ไม่ชอบพกพา บอกว่าเกะกะ รำคาญ แต่พอย่างเข้า 13 ปี(เมื่อต้นปีนี้แหละ) เจ้าอิฐขอ ให้มีกล้องถ่ายรูป ให้มีbluetooth ให้มีช่องเพิ่มการ์ดใส่เพลงได้เยอะๆ และพกพาชุดหูฟัง ตอนนี้ขอพาติดตัวตลอด(ไม่เกะกะเล้ย) ล่าสุดก็คือโน้ตบุ๊ค สมาชิกใหม่ ที่เพิ่งพาเข้าบ้านมา เจ้าอิฐนอนเล่น นั่งเล่น แบบชื่นอก ชื่นใจ ทำการบ้านเสร็จเร็ว แบบตั้งใจสุดๆ เอามาส่งให้แม่ตรวจ(แบบเอาใจ) แล้วถามว่า"แบบนี้ได้กี่ดาว" ก่อนจะขออนุญาต เปิดโน้ตบุ๊คสำรวจโน่นนี่ และแอบ copy เกมส์ของตัวเอง ลงเครื่องไปบางส่วนแล้ว ไม่ได้อยากให้ใครใช้เป็นแบบอย่าง เพราะนี่เป็นเพียงเรื่องจริงที่เกิดขึ้น กับครอบตรัวที่มีกันแค่ 3 คน คนหนึ่งต้องไปทำงานต่างจังหวัด(แล้วก็ไปไกล จนกู่ไม่กลับ) ดังนั้นที่บ้านจึงต้องอาศัยเครื่องมือ อุปกรณ์เหล่านี้ช่วยเลี้ยงลูก เจ้าอิฐไม่ชอบเล่นนอกบ้าน ไม่ชอบออกไปไหนๆ ยกเว้นบางโอกาส กลับจากโรงเรียนก็จะง่วนอยู่กับอุปกรณ์ต่างๆ ของตัวเอง ต้องกำกับให้"ออกกำลังกาย 30 นาที"เป็นอย่างน้อย แล้วจึงกลับมาอาบน้ำแล้วให้ฟรีสไตล์ได้ ไม่เกิน 3 ทุ่ม(วันธรรมดา เรื่องนี้ไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีแต่.....อยากเล่าให้ฟังค่ะ
คงต้องให้มีการใช้ทักษะชีวิตบ้าง ได้เจอเพื่อนเจอสังคมบ้างก็ดีนะครับ
เป็นชีวิตที่ครอบครัวปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้แบบนี้กัน..
แต่ว่าชวนไปออกกำลังตามสวนสาธารณะ หรือสถานที่ที่มีคนเยอะๆทั้งแม่ทั้งลูกเลยดีไหมจ้ะน้องตัวประจำ...
มาส่ง
ให้กับบันทึกนี้พร้อมกับถามว่า...วันนี้คุณยิ้มให้ใครรึยัง ??
เรียนพี่ครูป.1ที่นับถือ
ชีวิตครอบครัวพี่สุ ก็เหมือนน้องครู ป.1 คะ มีแค่ 3 คน ไม่มีแจ๋วคะ คอมพิวเตอร์ตอนแรกมีตั้งโต๊ะเครื่องเดียวให้ลูกเล่น พอพี่สุมีเขียน GO TO KNOW เป็น เริ่มมีปัญหาแย่งเครื่องกัน พี่สุก็เลยซื้อให้ลูกใหม่อีกหนึ่งเครื่อง เอาเครื่องมือมาเพิ่มใส่อีกให้เล่นเร็ว เล่นดีขึ้น และมีอะไร พิเศษที่เขาใส่ในคอมใส่หมดเลยคะ เต็มที่
-สิ่งที่ลูกชายเล่นตอนแรก ก็โลดเกมส์ ตั้งแต่เป็นนักเรียนดนตรี แกก็โลดเกี่ยวกับเพลง เกี่ยวกับโน้ตเพลง ตามประสาคะ แล้วก็หาเพลง ที่เล่นกีตาร์ได้ แล้วก็ซ้อมกีตาร์จากคอม นอกจากนั้นก็เห็นมีแมสเสทหยอกเพื่อน แล้วก็รู้จักค้นหา อยากรู้อยากดูอะไร ก็สุดแต่ เพราะมีคนละเครื่อง เก่งกว่าแม่อีกคะ
-พอตอนบ่าย เลิกเรียน เขาก็รู้จักออกกำลังกายไปเล่นเตะบอลทุกวัน ซื้อลูกบอลให้โดยเฉพาะ ได้เวลา จะมีเพื่อนนัดพบกันที่สนามบอลคะ
-หลังจากเล่นบอล ก็กลับมาเล่นเครื่องออกกำลังกายที่บ้าน เล่นกล้าม ดรัมเบลว์
-และเรื่องบางอย่าง เกี่ยวกับการใช้คอม พี่สุก็เดาเรียน ไม่เข้าใจ ลูกก็แนะนำให้ จนพอจะรู้อะไรบ้าง เล่นคอมเป็น ก็ลูกสอนนี่แหละคะ ตอนนี้ลูกไปเรียนไกล มอบูรพา ข่าวตึกถล่ม เป็นตึกสร้างใหม่ ถ้าเป็นตึกเก่าก็เป็นห่วงลูกคะ ลูกโทรมาบอกไม่เป็นไรคะ
-ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่น้องครู ป.1 พูดมา มันช่างเป็นเรื่องของวัยรุ่น ที่เหมือนกันเด๊ะเลยคะ แม้จะว่าไม่ดี เราก็ไม่ได้บังคับเขาคะ เพราะในคอม พอโตขึ้นมา เขาไม่สนใจเกมส์คะ ไปสนใจอย่างอื่นเรื่องอื่น ไปตามวัยคะ
-ดีแล้วที่เขาไม่ออกนอกบ้าน ไปนานๆ ไปติดเพื่อนที่เสพยา กินเหล้า หรือสิ่งไม่ดีอื่นๆๆ หรือไปจนกู่ไม่กลับ อาจจะเป็นเพราะเราบังคับเขาเกินไป หรือ เปล่า
-ต่อไป ก็คงจะคอยสังเกต หลานบรีม ก็คงจะเป็นเหมือนกันคะ
นึกถึงพี่อยู่เสมอเช่นกันครับ เมื่อวันแม่ก็กลับบ้านที่ดอนเจดีย์ครับ ผ่านหน้าบ้านพี่ นึกว่าร้านขายต้นไม้ ต้นชวนชมชมสวยมากครับ และยังเล่าบทความเรื่องที่พี่พูดถึง การกอดแม่ก่อนที่จะไม่มีแม่ให้กอด พ่อผมก็ชมพี่ครับ นึกถึงอยู่เสมอครับ
สวัสดีค่ะคุณครูป1
...เหมือนกัน เกือบทุกข้อเชียวค่ะ แต่ที่บ้านไม่ติด จานค่ะ เพราะพี่ฝ้ายเรียนในเมืองต้องตื่นเช้าหน่อย ถ้าไม่ได้ดูก็ไม่ได้ดูกันทั้งบ้าน
...ส่วนเรื่องคอม..ก็เผลอไม่ได้ เล่นเกม แอบโหลดเพลง พ่อเค้าก็เป็นคนคอยลบออก
...มือถือ เธอก็ขอเปลี่ยนเมื่อเร็วๆนี้ โดยอ้างว่า ปุ่มกดไม่ได้บ้าง อ้างสารพัด ก็เลยต้องใจอ่อน
...เรื่องเม้าท์ลูก เนี่ย เท้าท์ไม่มีวันจบค่ะ เพราะ เราก็มีกันอยู่เท่านี้ อิอิ
..คุณครูสบายดีนะคะ คิดถึงค่ะ
มาเป็นแม่กอบ้างสิค่ะ อิอิ
อยากให้แม่เลี้ยงกัยไอที จะได้ไม่ต้องกินข้าว ไม่อ้วน
สวัสดีค่ะ
Krudala ไม่มีลูกชาย จึงไม่มีทักษะในการเลี้ยงลูกชายค่ะ ลูกเป็นผู้หญิง 2 คน สมัยที่ยังไม่มี com จะชอบเล่นขายของ
เล่นหม้อข้าวหม้อแกงจนวันหนึ่งผู้ใหญ่ข้างบ้านมาเห็นพูดว่า โตเกือบเป็นสาวแล้วยังเล่นขายของอยู่อีก ลูกก็มาถาม Krudala ถามลูกว่าชอบไหม เขาตอบว่าชอบมากเล่นแล้วเขามีความสุข ก็บอกว่าถ้าลูกมีความสุขไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็เล่นไปเลย ลูกทั้งสองคนก็เล่นหม้อข้าวหม้อแกงกันอยู่สองคน จนโตอยู่ชั้นมัธยมมีการบ้านมากเขาก็เลิกเล่นไปเอง การเรียนเขาก็เก่งเป็นเด็กเรียน และตอนนี้จบปริญญาโทแล้วทั้งสองคนค่ะ
สวัสดีค่ะพี่สาว
อาจจะเป็นเพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนไปมั้งค่ะ
น้องแพรวาอายุสองปีก็มีมือถือเป็นของตัวเองแล้ว