ความเปราะบาง ลดช่องว่างได้มาก

    เรื่องนี้เขียนจากเรื่องจริงครับ เป็นเรื่องของ "นาย" ผมเอง  

 

     นายของผมเป็นผู้ใหญ่ที่ใจดีครับ  ผมชอบบุคลิกและบทบาทของท่านในการเป็นประธานการประชุม 

 

       ท่านมี "ความกล้า" ที่จะแสดงตัวตนที่แท้จริงของท่านออกมา ให้ที่ประชุมทราบ  นั่นคือ ท่านยอมรับว่า ท่านไม่ใช่เป็นคนเก่ง  ไม่ใช่เป็นคนรู้ไปทุกเรื่อง  และ  ยอมรับว่าบางครั้งท่านก็ทำงานผิดพลาด  ตัดสินใจผิดพลาด   ตัวตนแบบนี้ ผมขออนุญาตเรียกว่าเป็นตัวตนที่เปราะบางครับ

 

       เมื่อวานเข้าประชุม   ผมก็หารือเรื่องงานๆหนึ่งที่ให้ผมรับผิดชอบว่าไม่ชัดเจน เป็นอย่างไรกันแน่   ท่านก็ยอมรับว่า  งานนี้ท่านเองก็ไม่ชัดเจนเหมือนกัน  เพราะงานมันมาก  ก็ขอยอมรับว่าผิดพลาด  ขอให้พวกเราช่วยกันแก้ไขด้วย   

 

      ครับ เมื่อนายยอมรับว่าผิด  ก็ได้ใจไปเต็มๆครับ  ปัญหาที่เกิดจากการทำงานก็จบ   ผมเองก็ไม่ติดใจอะไร  ทุกคนที่เกี่ยวข้องก็ยื่นมาเข้ามาช่วยกันแก้ไข   

 

      พอถึงวาระอื่นๆ เรื่องอื่นๆ สมาชิกในที่ประชุม   ก็กล้าพูด  กล้าแสดงความคิดเห็น   ใครพูดอะไร  ท่านก็รับฟังหมดครับ 

 

      เวลาท่านไม่เห็นด้วย  ท่านก็แย้งแบบนิ่มๆเป็นกันเอง   ไม่แย้งแบบอำนาจ   ทำให้บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยดีครับ  สมาชิกทุกคนเดินออกจากที่ประชุมอย่างมีความสุข  

 

               

 

      ขออนุญาตสรุปบทบาทของนายผม  

    1.  ท่านกล้าแสดงความเปราะบางของท่านออกมา 

    2. ท่านไม่โยนความผิดให้ใคร 

    3. ท่านไม่โทษคนอื่น

    4. ท่านรับฟังความคิดเห็นของทุกคนโดยตลอดรอดฝั่งอย่างเต็มใจ  

 

     ผลที่ได้  คือ 

    1. สมาชิกในที่ประชุมรู้สึกตัวเองเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

   2.  เป็นการประชุมที่ลดช่องว่าง 

    3. เป็นการประชุมที่สร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วม

    4. เป็นการประชุมที่สร้างบรรยากาศของความสามัคคี  

 

    ครับ ผมยอมรับนายผมว่า "เป็นคนรุ่นใหม่"   ครับทั้งๆที่อายุของท่านจะเกษียณกันยายนนี้

 

    ผมจะจำมาเป็นต้นแบบของ "ครูบริหาร"  ครับ  ว่าหัวใจที่สำคัญที่สุดของผู้บริหาร อยู่ที่ "ความเปราะบาง"   หาใช่   การวางมาดเข้มเป็น perfect man หรือ untouchable man แต่อย่างใด