พระสูตรอันเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนของผู้ครองเรือน

อบายมุข ๖ ประการ

[๒๔๗] อริยสาวกไม่ข้องแวะอบายมุข ๖ ประการ แห่งโภคะทั้งหลาย อะไรบ้าง คือ

๑.การหมกมุ่นในการเสพของมึนเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นเหตุแห่งความประมาท เป็นอบายมุขแห่งโภคะทั้งหลาย

๒.การหมกมุ่นในการเที่ยวไปตามตรอกซอกซอย ในเวลากลางคืน เป็นอบายมุขแห่งโภคะทั้งหลาย

๓.การเที่ยวดูมหรสพ เป็นอบายมุขแห่งโภคะทั้งหลาย

๔.การหมกมุ่นในการเล่นการพนันอันเป็นเหตุแห่งความประมาท เป็นอบายมุขแห่งโภคะทั้งหลาย

๕.การหมกมุ่นในการคบคนชั่วเป็นมิตร เป็นอบายมุขแห่งโภคะทั้งหลาย

๖.การหมกมุ่นในความเกียจคร้าน เป็นอบายมุขแห่งโภคะทั้งหลาย

โทษแห่งสุราเมรัย ๖ ประการ

[๒๔๘] คหบดีบุตร การหมกมุ่นในการเสพของมึนเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นเหตุแห่งความประมาทมีโทษ ๖ ประการนี้ คือ

๑.เสียทรัพย์ทันตาเห็น

๒.ก่อการทะเลาะวิวาท

๓.เป็นบ่อเกิดแห่งโรค

๔.เป็นเหตุให้เสียชื่อเสียง

๕.เป็นเหตุให้ไม่รู้จักอาย

๖.เป็นเหตุทอนกำลังปัญญา

คหบดีบุตร การหมกมุ่นในการเสพของมึนเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นเหตุแห่งความประมาทมีดทษ ๖ ประการนี้แล

โทษแห่งการเที่ยวกลางคืน ๖ ประการ

[๒๔๙] คหบดีบุตร การหมกมุ่นในการเที่ยวไปตามตรอกซอกซอย ในเวลากลางคืน มีโทษ ๖ ประการนี้ คือ

๑.ชื่อว่าไม่คุ้มครองตน ไม่รักษาตน

๒.ชื่อว่าไม่คุ้มครอง ไม่รักษาบุตรภรรยา

๓.ชื่อว่าไม่คุ้มครอง ไม่รักษาทรัพย์สมบัติ

๔.เป็นที่สงสัย๑ ของคนอื่นด้วยเหตุต่างๆ

๕.มักถูกใส่ร้ายด้วยเรื่องไม่เป็นจริง

๖.ทำให้เกิดความลำบากมากหลายอย่าง

คหบดีบุตร การหมกมุ่นในการเที่ยวไปตามตรอกซอกซอย ในเวลากลางคืน มีโทษ ๖ ประการนี้แล

โทษแห่งการเที่ยวดูมหรสพ ๖ ประการ

[๒๕๐] คหบดีบุตร การเที่ยวดูมหรสพมีโทษ ๖ ประการนี้ คือ

๑.มีการรำที่ไหน (ไปที่นั่น)

๒.มีการขับร้องไหน (ไปที่นั่น)

๓.มีการประโคมที่ไหน (ไปที่นั่น)

๔.มีเสภาที่ไหน (ไปที่นั่น)

๕.มีการบรรเลงไหน (ไปที่นั่น)

๖.มีเถิดเทิงที่ไหน (ไปที่นั่น)

คหบดีบุตร การเที่ยวดูมหรสพมีโทษ ๖ ประการนี้แล

(ยังมีต่อ)

........................................................

เป็นที่สงสัย ในที่นี้หมายถึงถูกสงสัยว่าเป็นผู้ทำกรรมชั่วทั้งที่ไม่มีส่วนในกรรมชั่วนั้น (ที.ปา.อ. ๒๔๙/๑๓๗)