คุณรักตัวเขา ที่เขาเป็นอยู่จริงๆ หรือรักเขา ที่เป็นเขาในภาพความทรงจำของคุณเอง

     แล้ววันต่อมาฉันก็ได้รับข่าวดี ว่าฉันเป็นคนหนึ่งที่ได้รับโอกาสสนทนาธรรมกับหลวงพี่ โดยจะได้สนทนากับหลวงพี่ถ่งขัน ภิกษุณีชาวเวียตนามที่มีชื่อในภาษาไทยว่าหลวงพี่เบิกบานเพราะเวลาที่ท่านยิ้มจะเหมือนดอกไม้ค่อย ๆ แย้มบานทุกคนที่เห็นรอยยิ้มของท่านจะรู้สึกเบิกบานก็เลยตั้งชื่อให้ท่านอย่างนี้ และอีกอย่างอายุของท่านก็เพื่งจะ ๒๐ ต้น ๆเอง

     "เรา" หมายถึงหลวงพี่เบิกบาน ฉันและคุณโก๋ผู้ทำหน้าที่เป็นล่าม เลือกสถานที่สนทนาตรงใต้ต้นไม้ที่สงบร่มรื่นไม่ไกลจากห้องประชุม  การสนทนาเริ่มด้วยการแนะนำความเป็นมาของฉันเท่าที่จำเป็น เช่น อายุเท่าไหร่ ทำงานอะไร มีลูกกี่คน เรียนหรือทำงานอะไร ก่อมที่จะเข้าสู่ประเด็นที่เป็นความทุกข์ ท่วงทีของหลวงพี่รวมทั้งคุณโก๋ที่สงบสำรวมเต็มไปด้วยเมตตาไมตรี ช่วยให้การเปิดปัญหาเพื่อขอความช่วยเหลือของฉันเป็นไปได้อย่างง่ายดาย(ทั้ง ๆ ที่ควรจะยากมากสำหรับคนอย่างฉันที่ทั้งชีวิตแทบจะไม่ยอมปริปากขอความช่วยเหลือจากใคร โดยเฉพาะเรื่องในชีวิตส่วนตัว)

     คำถามที่หลวงพี่ถามหลังจากที่ฉันเล่าความทุกข์ก็คือ "คุณคิดว่าคุณรักเขามากใช่ไหม?" ฉันตอบว่าใช่ "คุณกำลังรักตัวเขา ที่เขาเป็นอยู่จริง ๆ หรือรักเขา ที่เป็นเขาในภาพความทรงจำของคุณเอง?"  คำถามนี้ทำเอาฉันนิ่งอึ้ง..นึกไปถึงเหตุการณ์ตอนที่เขาโกรธจัดถึงขั้นขวางปาข้าวของเสียหาย ฉันตกใจและโกรธถึงขีดสุด ความรู้สึกทั้งเจ็บปวดและทั้งสูญเสียอย่างที่สุด เพราะสำหรับฉันเวลานั้นที่เสียหายอย่างยับเยิน  ไม่ใช่สิ่งของ แต่เป็นภาพความทรงจำที่งดงาม( ภาพของผู้ชายที่อ่อนโยน อบอุ่น เสียสละ เป็นนักต่อสู้ที่มีอุดมการณ์กล้าหาญ ฯลฯ)ในหัวใจฉัน ที่ฉันรักและหวงอย่างชนิดที่ไม่ยอมให้ใครแตะต้องตลอดเวลาที่ผ่านมา หากคนที่ทำลายมัน เป็นคนอื่นก็คงไม่เจ็บปวดเท่านี้ แต่นี้เขาเองเป็นผู้ทำลายมันฉันมองเขาอย่างโกรธแค้น อย่างจะไม่ยอมให้อภัย อย่างที่จะต้องโต้ตอบและเอาคืนให้สาสม  และสิ่งที่ตามมาก็คือความสัมพันธ์ที่แตกหักเสียหายกลายเป็นบาดแผลในใจทั้งสองฝ่าย

        คำถามของหลวงพี่ทำให้คิดได้ ว่าแท้จริงแล้วที่ผ่านมาฉันรักอย่างไม่รู้ และรักเขาอย่างไม่จริง รักอย่างไม่รู้ก็คือไม่รู้จักตัวตนของเขาทุก ๆ ด้านที่ต้องมีทั้งข้อดีและข้อด้อยและไม่รู้จริงว่าธรรมชาติย่อมเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป(เปลี่ยนแปลง-ไม่จีรัง) รักอย่างไม่จริงก็คือไม่ได้รักที่ตัวเขาจริง ๆ แต่รักที่ภาพของเขาที่ฉันสร้างขึ้นมาเก็บไว้ในใจมากกว่าตัวจริง ของเขาเสียอีก

     นี่คือความร้ายแรงอันเนื่องมาจากความหลงผิด ความเขลาเบาปัญญาที่ไม่เคยรับรู้ถึงความเป็นอนิจจัง ไม่รู้ตัวว่ากำลังยึดมั่นถือมั่นอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทั้งยังไม่เคยรู้ไม่เคยเข้าใจว่าความรักที่มีเมตตานั้นเป็นอย่างไร แต่อย่างน้อยฉันก็เริ่มตาสว่างแล้ว  และกำลังมองหาทางออก ในการสนทนาธรรมคราวนี้หลวงพี่จะเป็นคนชี้ทิศทางให้ แต่ฉันต้องเดินไปด้วยตัวเอง ต้องพบและผ่านปัญหาอุปสรรคที่รออยู่ไปให้ได้