มัคคุเทศก์แจ้งว่าอีกราวครึ่งชั่วโมงจึงจะถึงเวลานัดหมายขอให้ทุกคนคอยก่อนสักครู่ เนื่องจากการนัดหมายกับฝรั่งมักตรงเวลาเสมอ

เยือนเมืองวิทส์เนา-2

โสภณ เปียสนิท 

.............................................. 

 

                มัคคุเทศก์แจ้งว่าอีกราวครึ่งชั่วโมงจึงจะถึงเวลานัดหมายขอให้ทุกคนคอยก่อนสักครู่ เนื่องจากการนัดหมายกับฝรั่งมักตรงเวลาเสมอ เมื่อได้เวลาเก้านาฬิกาตรงขอให้ตามกันไปที่ตัวอาคาร 5 ชั้น ที่มองเห็นเด่นสุดสะดุดตาข้างหน้า อาคารห้าชั้นสองหลังติดกันนั้นแหละครับคือสถาบันการศึกษาอันมีชื่อเสียงของเมืองวิทส์เนา กล่าวได้อยู่ในทำเลทองที่เหมาะสม
                เก็บภาพกันอีกคนละมุมสองมุมแล้วต่างทยอยตามกันไปที่สถาบันฯ ปรากฏว่ามีสาวสวยคนหนึ่งมารอต้อนรับเราอยู่ก่อนที่เราจะเดินทางมาถึงด้วยซ้ำ จึงเดินตามกันเข้าสู่อาคารแรกสถาบันการโรงแรมและการท่องเที่ยวแห่งนี้อย่างรวดเร็ว ห้องต้อนรับอยู่ชั้นสอง สมาชิกวิทยาเขตวังไกลกังวลนั่งแถวหน้าเตรียมสอบถามข้อมูลการศึกษาที่น่าสนใจ เนื่องจากได้รับมอบหมายให้รายงานการเดินทางเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยแห่งนี้
                จากการนั่งฟังและตรวจสอบเอกสาร พบว่า DCT International Hotel & Business Management School แห่งนี้จัดการศึกษาในระดับ ปวช. ปวส. เป็นด้านหลัก แต่ถ้าต้องการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เขาก็เตรียมโครงการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซสไว้เรียบร้อยแล้ว หมายความว่าหากนักศึกษาต้องการเรียนในระดับปริญญาโทหรือเอกก็ได้
                คำนวณค่าเล่าเรียนแล้วถือได้ว่าค่อนข้างแพงสำหรับเด็กไทย ถ้าไม่อยู่ในระดับต้น ๆ ของประเทศแล้วเรียนไม่ได้แน่ เดิมทีคิดว่าจะหาทางทำโครงการความร่วมมือตามคำสั่งของเจ้านาย แต่พอได้ยินค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายของนักศึกษาแล้ว เข่าอ่อนเลยทำให้จำอะไรไม่ค่อยได้
                หลังการบรรยายแล้วเราเดินดูห้องพักนักศึกษา ห้องสันทนาการ ห้องกิจกรรม ห้องเรียนที่จำกัดจำนวนที่ 8 คน ห้องคณาจารย์ ห้องครัว อาคารห้าชั้นสองหลังนี้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของสถาบันแห่งนี้ก็ว่าได้ ที่ชั้นสี่มีดาดฟ้าสำหรับออกไปยืนชมบรรยากาศความสวยงามภายนอก ได้ทุกมุม ชายเขามีบ้านเรือนเรียงรายสูงขึ้นไปตามลำดับ เรียบริมฝั่งทั้งสองด้านก็ดูสวย หรือจะมองสายน้ำอย่างเดียวก็ชัดเจนอยู่เบื้องหน้า
                ท่านผู้บริหารที่นี่พูดได้น่าสนใจว่า “อันที่จริงแล้วไม่ต้องการให้สถานศึกษาแห่งนี้เป็นโรงเรียน แต่ต้องการให้เป็นครอบครัว ผมรู้จักนักศึกษาทุกคน” คำพูดประโยคนี้มีความหมายล้ำลึกที่สถานศึกษาอื่น ๆ ทั่วโลกควรเอาเป็นแบบอย่าง เพราะมีความหมายถึงการเอาใจใส่ดูแลนักศึกษาด้วยความตั้งใจ การที่นักศึกษาไม่ประสบความสำเร็จจะไม่เกิดขึ้นแน่
                อีกประโยคหนึ่งในการกล่าวต้อนรับประทับใจ “วันนี้ที่ท่านมาแม้อากาศจะไม่ค่อยดี แต่คนที่นี่มีแสงสว่างในใจทุกคน” ผมบันทึกความคิดเห็นไว้ในตอนนี้ว่า  “ควรให้มีโครงการผู้บริหารพบนักศึกษาทุกภาคเรียน”
            ก่อนกลับเจ้าของบ้านเชิญรับชากาแฟพร้อมขนมอีกหลายถาด ระหว่างรับประทานของว่าง มีโอกาสได้สนทนากันต่อ พบว่ามีหนุ่มรูปร่างอ้วนคนหนึ่งเคยมาเมืองไทยบ่อยมากชื่อ ลูกัส ริทเซล เป็นเจ้าหน้าที่ทางคอมพิวเตอร์ จึงเชิญให้มาเยี่ยมกันที่วิทยาเขตวังไกลกังวลบ้างเมื่อมาเมืองไทยคราวหน้า
                เคยมีนักศึกษาทำงานวิจัยเกี่ยวกับนิสัยของชาวสวิสไว้ว่า คนสวิสเป็นคนหัวแข็ง แต่เป็นมิตรกับทุกคน เป็นเจ้าของบ้านที่ไม่ค่อยต้อนรับมากนัก จะให้สิ่งใดแก่แขกผู้มาเยือนก็ระวังว่าเขาจะยินดีรับหรือไม่ ถึงอายุ 20 ปี ต้องเกณฑ์ทหารทุกคน เป็นเวลา 4 เดือน และมีการฝึกฝนทุกปี ปีละ 17 สัปดาห์ ประเทศอื่น ๆ ชอบจ้างทหารสวิสเนื่องกิตติศัพท์ความกล้าหาญและความซื่อสัตย์
                เรื่องมีอยู่ว่าครั้งหนึ่งสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 มาประทับที่ปาริส เกิดฝูงชนรวมตัวกันมากมายเพื่อประท้วงพระองค์ จึงทรงเรียกทหารซึ่งเป็นกองพันชาวสวิสมาสั่งว่าห้ามทำร้ายประชาชน กองพันทหารชาวสวิสจึงถูกชาวบ้านผู้ประท้วงทำร้ายเสียชีวิตทั้งหมด ทั้งที่มีอาวุธครบมือ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เกียรติคุณของทหารสวิสเลื่องลือ มีการแกะสลักหินเป็นรูปสิงโตถูกคมอาวุธบาดเจ็บจนถึงตายไว้ที่หน้าผาแห่งหนึ่ง เรียกว่า “ลูวินเด็งมอร์” เพื่อเชิดชูเกียรติยศและศักดิ์ศรีของชาวสวิส