ก่อนวันหยุดยาวในโอกาส “วันแม่” ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๓ ดิฉันตั้งใจว่าจะใช้เวลาสะสางงานเอกสารที่ตกค้างมายาวนานเสียที ดังนั้นในกระเป๋าเสื้อผ้าที่ต้องขนขึ้นกรุงเทพฯ จึงมีเอกสารต่างๆ ครึ่งกระเป๋า ออกเดินทางจากนครศรีธรรมราชไปกรุงเทพฯ ด้วยบริการของนกแอร์ที่เลื่อนเวลาบิน (เช่นเคย) จากเย็นไปค่ำของวันที่ ๑๑ สิงหาคม
วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๓
ลูกชายคนเล็กบอกว่าแม่จะไปไหนจะพาไปทั้งวัน เราเลยตกลงกันว่าจะทำกับข้าวที่ลูกๆ ชอบให้กินกัน ดิฉันตื่นไปตลาดแต่เช้าหลังจากที่หยุดทำหน้าที่จ่ายตลาดมานับสิบปี ตลาดสดที่หน้าหมู่บ้านคึกคักกว่าแต่ก่อนมาก ผู้คนมาจ่ายตลาดกันจำนวนมาก ถนนและซอยต่างๆ มีรถจอดเต็มไปหมด อาหารสดมีให้เลือกซื้อครบทุกอย่าง เช้าๆ อย่างนี้มีพระมาบิณฑบาทหลายรูป เวลาเดินจึงต้องหลบหลีกให้ดี
สำรวจตลาดเสร็จดิฉันตัดสินใจทำกับข้าว ๒ อย่างคือมะระยัดไส้และหมูเค็ม พร้อมซื้อผักและผลไม้ติดมือมาด้วย หิ้วของหนักจึงซื้อได้ไม่มาก แม่บ้านบางคนมีตะกร้าที่มีล้อเข็นก็เดินได้สบายหน่อย กลับมาบ้านเริ่มต้นตั้งแต่หั่นหมู สับหมู ปรุงไปตามสูตรเฉพาะของตัวเอง กว่าจะทำกับข้าวแล้วเสร็จก็ ๑๐ น.กว่าแล้ว ได้หมูเค็ม ๑ ชามใหญ่ (ไม่ได้ถ่ายรูปไว้) มะระยัดไส้ ๒ หม้อใหญ่ ชิมแล้วชมฝีมือตัวเองว่าอร่อย
หน้าตามะระยัดไส้
เช้านี้ลูกชายที่เรียนอยู่ที่อเมริกาโทรศัพท์มาหาเป็นคนแรก ตามด้วยลูกสาวคนโต ส่วนลูกชายคนเล็กอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว
เราแบ่งกับข้าวที่ทำไว้เป็น ๓ ส่วน สำหรับบ้านตัวเอง บ้านลูกสาวคนโต และคอนโดฯ ของลูกชายคนเล็ก หลังกินอาหารกลางวันเสร็จเราก็เอากับข้าวไปส่งให้ลูกสาวคนโตที่บ้านแถวบางแค ได้เยี่ยมหลานชายที่มีอายุใกล้ ๓ เดือนแล้วด้วย
ลูกชายคนเล็กและหลานชายคนแรก
พอเริ่มเย็นเราก็เดินทางกลับโดยแวะไปจ่ายตลาดที่ Golden Place พระรามเก้าอีก ที่ไปที่นี่เพราะจะไปซื้อกาแฟดอยตุงที่ต้องดื่มประจำทุกวัน ได้อาหารสำเร็จรูป ผักสด และขนมหลายอย่าง
ใช้เวลาหมดไปหนึ่งวัน ยังไม่ได้ทำงานที่ขนมาเลย
วัลลา ตันตโยทัย