พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นตรัสเวยยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า
การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์
การล่วงละเมิดภรรยาผู้อื่น และการพูดเท็จ
เรียกว่า เป็นกรรมกิเลส
บัณฑิตทั้งหลายไม่สรรเสริญ
เหตุ ๔ ประการ
[๒๔๖] อริยสาวกไม่ทำบาปกรรมโดยเหตุ ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ
ปุถุชน
๑.ย่อมถึงฉันทาคติ (ลำเอียงเพราะรัก) ทำบาปกรรม
๒.ย่อมถึงโทสาคติ (ลำเอียงเพราะชัง) ทำบาปกรรม
๓.ย่อมถึงโมหาคติ (ลำเอียงเพราะหลง) ทำบาปกรรม
๔.ย่อมถึงภยาคติ (ลำเอียงเพราะกลัว) ทำบาปกรรม
ส่วนอริยสาวก
๑.ย่อมไม่ถึงฉันทาคติ
๒.ย่อมไม่ถึงโทสาคติ
๓.ย่อมไม่ถึงโมหาคติ
๔.ย่อมไม่ถึงภยาคติ
อริยสาวกย่อมไม่ทำบาปกรรม โดยเหตุ ๔ ประการนี้
พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นตรัสเวยยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า
บุคคลใดละเมิดความชอบธรรม
เพราะฉันทาคติ โทสาคติ โมหาคติ ภยาคติ
ยศของบุคคลนั้นย่อมเสื่อม
เหมือนดวงจันทร์ข้างแรม ฉะนั้น
บุคคลใดไม่ละเมิดความชอบธรรม
เพราะฉันทาคติ โทสาคติ โมหาคติ ภยาคติ
ยศของบุคคลนั้นย่อมเจริญ
เหมือนดวงจันทร์ข้างขึ้น ฉะนั้น ๑
...................................................................................
๑ ดูเทียบ องฺ. จตุกฺก. (แปล) ๒๑/๑จ-๑๙/๒๙-๓๑
ติดตามมาค่ะ
ดีจังเลย
สติคือตัวกำกับจิตจากการล่วงละเมิดบาปกรรม...ต้องหมั่นเพียรฝึกทุกขณะ ..เวลาพวกเราเหลือน้อยแล้ว..ขอบคุณค่ะ..
มาชม
นำสิ่งดีมีสาระมาบันทึกดีจังครับผม...
ไม่รู้เหมือนกันว่า
ทำไมระยะหลังๆ..
อยากบวชอีกสักครั้ง..
อยากไปนั่งสมาธิ-ปฏิบัติธรรมที่ไหนสักแห่ง..
รู้สึกมาเป็นระยะๆ...
หากแต่ยัง ไม่สามารถสลัดพ้นจากภาระบางเรื่อง..
...
ขอบพระคุณครับ