ระมัดระวังความล้มเหลวเอาตอนท้าย หากบทเรียนที่ดีไม่มีการสื่อสารที่ดี วงจรการถอดบทเรียนจึงจำเป็นต้องออกแบบอย่างประณีตตั้งแต่ต้นจนจบ

เตรียมงานกันมาหลายครั้งผ่านการสื่อสารผ่านอีเมล  จึง ถือโอกาสนัดหมายทีมงานมานั่งพูดคุย เพื่อเตรียมงานถอดบทเรียนที่จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ที่ จ.กระบี่ ภายใต้โครงการ “ถอดบทเรียนการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุในจังหวัดต้นแบบ  ของ สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย  ซึ่งงานนี้มีจังหวัดต้นแบบ 9 จังหวัด (จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ชัยภูมิ อำนาจเจริญ ตราด ราชบุรี สตูล นครศรีธรรมราช และตรัง) มีการดำเนินกิจกรรมทั้ง 3 กิจกรรมไปพร้อมๆ กัน กิจกรรมดังกล่าวได้แก่ การใส่ฟันเทียมพระราชทาน,การส่งเสริมสุขภาพช่องปากในชมรมผู้สูงอายุ และการป้องกันโรคในช่องปาก ตามชุดสิทธิประโยชน์ทางทันตกรรม

 

ส่วนหนึ่งทีมงาน Facilitators

คำถามหลักๆ ที่ทางสำนักทันตสาธารณสุข สนใจก็คือ กระบวนการที่นำมาซึ่งความสำเร็จในการดำเนินงานทั้ง 3 กิจกรรมของจังหวัดเหล่านี้ ว่ามีอย่างไร? สิ่งที่ต้องการคือบทเรียนเพื่อการเรียนรู้และต่อยอดในปีต่อไป

 

แนวคิดการส่งเสริมสุขภาพที่เน้น การเพิ่มพลังให้กับผู้คน ชุมชน ในการดูแลสุขภาพตนเอง รวมไปถึงการสร้างเครือข่ายทางสุขภาพที่เข้มแข็ง ทำให้งานสำเร็จมากกว่าการมุ่งแก้ไขปัญหาโดยภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียว การลงทุนทางด้านสุขภาพในการส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่ ถือว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องล้วนแต่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ร่วมกันมองผลลัพธ์สุดท้ายคือ “สุขภาวะ” แน่นอนว่า ทางเดินของการขับเคลื่อนพัฒนาของแต่ละที่แตกต่างกันตามบริบท ความพร้อมในด้านต่างๆ ความหลากหลายของความสำเร็จ ไม่ได้ประจักษ์เพียงแค่ผลงานเชิงปริมาณ แต่ “วิธีคิด” ของคนทำงานนั้น ผมคิดว่าสำคัญมากกว่าอื่นใด เราจะไม่มีทางทำงานได้สำเร็จ(Right Actions)ได้เลย หากไม่มีมุมมองที่ดี(Right Views)   และแนวคิดที่ถูกต้อง (Right Concepts) ดังนั้น การถอดบทเรียน จึงพยายามคลี่คลายที่มาของความสำเร็จที่มากกว่า “กระบวนการ” ที่เกิดขึ้น

 

ในการออกแบบการถอดบทเรียนสำหรับประเด็นนี้ เราใช้ผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ ที่เราเรียกว่า Facilitator ทั้งหมด 9 คน สำหรับ 9 จังหวัด ความคิดเบื้องต้นมองว่า ทั้ง 9 จังหวัดมีบริบท เรื่องราว และเส้นทางความสำเร็จที่แตกต่างกัน การถอดบทเรียนที่ละเอียด น่าจะแยกกันคุยก่อน เสร็จแล้วค่อยมารวมกันแลกเปลี่ยนแบบไขว้+ รวม ประสบการณ์หลังจากนั้น

 

การประชุมเตรียมงาน และออกแบบการถอดบทเรียน เราถกกันพอสมควรว่าจะออกแบบการเรียนรู้กันอย่างไร? ทั้งนี้เพราะ กระบวนการการถอดบทเรียนไม่ใช่แค่เพียงการรีดเค้น “บทเรียน” ที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นหัวใจในการพัฒนาคือ “กระบวนการเรียนรู้” ดังนั้น การสร้างความรู้ระหว่างกระบวนการจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่เราควรให้ความสำคัญ

 

“เมื่อจบสงครามมิใช่สิ้นสุดการรบแต่ละครั้ง” เราใช้การถอดบทเรียนแบบ "การเรียนรู้หลังการดำเนินงาน" (Retrospect)  โดยหลักการ retrospect มีรายละเอียดลึกซึ้งกว่า "การเรียนรู้หลังปฏิบัติการ" (AAR) เพราะใช้ในกรณีถอดบทเรียนทั้งโครงการไม่ใช่เฉพาะกิจกรรมหากเปรียบเทียบ AAR เป็นการถอดบทเรียนหลังการปฏิบัติการรบในแต่ละครั้ง แต่ Retrospect เป็นการถอดบทเรียนเมื่อสิ้นสุดสงคราม” นัยยะคือบทเรียนที่นำไปใช้ในโครงการต่อไป มิใช่ให้ทีมบรรลุเป้าหมายของงานเดิม  คล้ายๆกับ AAR แต่ลงลึก (In-dept) กว่า เป็นการทบทวนแผนและกระบวนการ ตั้งคำถามว่า เราได้ทำอะไร เราบรรลุผลที่ตั้งใจไว้หรือไม่ เราจะดำเนินการให้ดีขึ้นต่อไปได้อย่างไร ด้วยวิธีใด ทำให้เป็นที่พอใจได้อย่างไร สุดท้ายได้ "บันทึกข้อเสนอที่เจาะจงนำไปปฏิบัติได้" (SARs : Specific Actionable Recommendations)

 

เราพูดคุยกันในทีมงานว่า เราจะต้องไม่ยึดติดวิธีวิทยา(Methodology) และส่วนตัวผมเองก็ไม่ได้ยึดเอาวิธีวิทยาจนลืมไปว่า กลุ่มเป้าหมายเราจะรู้สึกอย่างไร ความสุขของผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนยิ่งกว่า ผมมองว่าเราควรมีกรอบในการทำงาน แต่กระนั้นเอง กรอบที่เราคิดขึ้นไม่ควรมีอิทธิพลมาครอบความคิดผู้อำนวยความสะดวกในการจัดการความรู้ (Facilitator) รวมไปถึงส่งผ่านความอึดอัดติดกรอบผ่านไปยังกลุ่มเป้าหมาย(Participants)ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเรา กรอบเป็นเพียงแสงไฟนำทาง แต่บรรยากาศที่อบอุ่น ปลอดภัยในการเรียนรู้ของกลุ่มนั้น เป็นความสามารถของเหล่า Facilitators ที่ต้องออกแบบใส่ใจอย่างประณีต

การถอดบทเรียนแต่ละครั้งของเราจึงมีบทเรียนที่ทีมงานได้เรียนรู้ใหม่ๆเสมอ เริ่มตั้งแต่การเตรียมความพร้อมของทีมงานที่มีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย

 

  • “การออกแบบกระบวนการที่ดี”  ก็ถือว่าเราสำเร็จไปกว่าครึ่ง
  • “ทีมงานที่ดี” ก็ขึ้นอยู่กับเราได้ปลดปล่อยศักยภาพเราขนาดไหน? และสิ่งที่เราปลดปล่อยศักยภาพลงไปนั้นสอดคล้องกับความสุขที่สร้างสรรค์บรรยากาศกลุ่มได้แค่ไหน?
  • เราควรมุ่งเน้นเป้าหมายข้างหน้า “สิ่งควรทำอะไรในอนาคตหากมีเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกัน” มากกว่า “สิ่งที่เราทำผ่านมา”   จริงอยู่ว่าบทเรียนที่ผ่านมาสำคัญ แต่การช่วยกันคิดจากบทเรียนเดิมเพื่อไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีกว่านั้นย่อมดีกว่า เป็นพลังอย่างมากสำหรับการขับเคลื่อนงานพัฒนาใดๆ
  • สุดท้ายการนำเสนอ “บทเรียนที่มีคุณภาพสูง” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และเป็นทุนในการต่อยอด ขับเคลื่อนงานพัฒนา ต่อไปได้ เราควรสื่อสารสาธารณะบทเรียนเหล่านั้นอย่างไร?

 

ระมัดระวังความล้มเหลวเอาตอนท้าย หากบทเรียนที่ดีไม่มีการสื่อสารที่ดี วงจรการถอดบทเรียนจึงจำเป็นต้องออกแบบอย่างประณีตตั้งแต่ต้นจนจบด้วยเหตุผลข้างต้นครับ

 

::: คู่มือสำหรับทีมงาน :::

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

๑๒/๐๘/๕๓

ศาลายา,มหิดล

 เอกสารสำหรับเเลกเปลี่ยนเรียนรู้

 

 

 


 

เตรียมความพร้อมของทีมงานเพื่อถอดบทเรียน "การดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุในจังหวัดต้นแบบ" ระหว่าง วันที่ ๑๗-๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓ ณ ห้องประชุมโรงแรมอ่าวนางรีสอร์ท จ.กระบี่