
ในช่วงปี ๒๕๑๖-๒๕๒๔ เป็นช่วงที่ได้ชกมวยกับเวทีภูธร สัญจรไปตามเวทีบ้านนอกทุกภูมิภาค โดยเฉพาะที่ จ.ลพบุรี สระบุรี นครสวรรค์ ชัยนาท นครราชสีมา(เมืองย่าโม) และเขตปริมณฑล อีกทั้งได้เก็บตัวได้กินอยู่หลับนอนกับนักมวยใต้ จึงทำให้ได้เห็นข้อแตกต่าง ที่ตรงกับท่าน ลุงวี ลูกราชบุรี บันทึกไว้ดังนี้
มวยไทย ในยุคที่เริ่มมีการแข่งขันชกมวยจะกล่าวถึง จุดเด่นของนักมวยที่มาจาก ๔ ภาค ได้แก่ มวยโคราช มวยท่าเสา มวยลพบุรี มวยไชยา และมวยพระนคร
..มวยพระนคร เป็นมวยที่มีสังกัดและมีประสบการณ์เรียนรู้จากชาวต่างชาติ มีน้ำเลี้ยง วิธีฝึกและวิธีชกดี (จากประสบการณ์ที่เคยชกด้วย ชกสนุก เพราะเป็นมวยทางเดียวกัน สำคัญที่การฝึกซ้อม และพี่เลี้ยงช่วยแก้ทางมวยยกต่อยก ซ้อมมาดี พี่เลี้ยงสอนทางดี ชนะแน่)
..มวยไชยา มีการถ่ายทอดกลวิธีต่อสู้ในเชิงรับ รุก ที่มีรูปแบบซึ่งซับซ้อน ใช้ชั้นเชิงและสติปัญญา เป็นหลัก เชิงรับของมวยไชยามักใช้ความคล่องแคล่วในการเข้าประชิดแก้ไขสถานการณ์ (จากประสบการณ์ที่เคยชกด้วย ชนะเขายาก เพราะความคมและทางมวยเขาฝึกมาดี แม้แต่ลูกรับก็เป็นอาวุธตอบโต้เราได้ตลอดเวลา)
..มวยลพบุรี มีการฝึกที่เน้นการประสมจิต และการฝึกที่เน้นการเคลื่อนที่อันองอาจ รัดกุม มีศอกและถีบเป็นไม้เด็ด (จากประสบการณ์ที่เคยชกด้วย มีศอกแก้ลูกเข้าและอันตรายมากเมื่อเข้าวงใน และใช้ลูกถีบทำลายจังหวะเมื่ออยู่วงนอก)
..ส่วนมวยท่าเสา ใช้ท่าคุมที่มั่นคง มักใช้อาวุธเข่า และลูกแก้ที่หนักหน่วงตอบโต้
(จากประสบการณ์ที่เคยชกด้วย เป็นคู่ปรับกับมวยลพบุรี มีจังหวะเข่าที่อันตราย มีเหลี่ยมฟัดกระชากตี พวกนี้ชอบมวยตีน (ลูกเตะ) เดินหน้าเข้าดีตลอดห้ายก )
..และมวยโคราช อาศัยท่าคุมที่ยืดตรง สุขุม มีลูกอดทน ห้าวหาญ ชอบเดินก้าวสืบเท้านำเข้าแลก มีหมัดเหวี่ยงควายและการเตะที่หนักหน่วง เป็นอาวุธสำคัญ..(เคยชกกับมวยแบบนี้มันมาก ประเภทรถถังประจันบาน ถ้าไม่แข็งจริงชนะเขายาก )
ลุงวี ลูกราชบุรี ยังให้ทัศนะไว้อีกว่า "
แต่ในปัจจุบันนี้ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และศึกษาวิธีการต่อสู้ของมวยไทยกว้างขวางมากขึ้น จากการเฝ้าติดตามดูการชกมวยไทยอาชีพ ผ่านเวทีถ่ายทอดทางทีวี..สังเกตุว่า มวยที่มีภูมิลำเนาเกิดในภาคกลาง ไม่ว่าจะไปอยู่ค่ายไหน..ใจไม่นิ่ง..ดีต้นยก..มวยภาคเหนือ เน้นลูกแข็งแรง เดินแลก ชอบทวนเชิงคู่ชก..มวยภาคใต้ ชอบใช้ชั้นเชิง มาดดี แต่ลูกแก้และใจยังขาดๆเกินๆ..ส่วนมวยภาคอีสานและภาคตะวันออกดีขึ้นมากทั้งรูปแบบ จิตใจ ความพร้อมของร่างกาย..
และที่แปลกมากคือ ฝ่ายที่มีเทรนเนอร์ที่มาจากยอดมวยไทยในอดีต ส่วนใหญ่มักจะแพ้..ไม่ทราบเพราะอะไร?.."
จุดสัมผัสที่ได้กับตัวเองเมื่อสมัยยังชกมวยอยู่ ยอมรับว่า จริง...๑๐๐ %
ลุงวีนี้ เก่งมาก พบกันคราวหน้า ต้องมีของฝากไปให้

ขอบคุณท่าน ศน.ทศพล มากครับ สำหรับการถ่ายทอดประสบการณ์จริงบนเวทีให้ผู้ที่มีจิตสำนึกภาคภูมิใจในความเป็นไทย..บุรพาจารย์มวยไทย ในอดีต ได้เหนื่อยากต่อการพร่ำฝึกสอนอบรมบ่มเพาะสิ่งที่มีคุณค่าสูงยิ่งนี้ไว้ให้ลูกหลานไทย..ด้วยท่านสำนึกดีว่า แผ่นดินขวานทองนี้ มีคุณค่าอย่างมหาศาล เป็นแดนทองที่ลูกหลานจะได้อยู่กันอย่างมีความสุข..จึงจำต้องเรียนรู้ศิลปศาสตร์ที่ดีที่สุดไว้ป้องกันรักษามาตุภูมินี้ไว้..มิให้ ไอ้ อี หน้าไหนมาเข้าครอบครองได้..แต่ น่าอนาถนักที่บัดเดี๋ยวนี้ จะเหลียวหน้าไปทางไหน ก็ มีแต่ความวังเวง วิเวก วิเหว๋โหว๋..เฮ้อออออ...ขอให้ท่านรักษาสุขภาพด้วยครับ..คิดถึงเช่นกัน..
ซวด ซวด..
สวัสดีค่ะ อาจารย์
ครูอ้อย ต่อยมวยไม่เป็น แต่ ชอบดูมวย
http://gotoknow.org/blog/pandin/322248
ฉันรักเธอ
เธอเลิศเลอกว่าใครอื่น
เธอเป็นโมงยามอันหวานชื่น
ปลุกให้ฉันระริกรื่นเสมอมา
เธอก็รักฉัน
แม้บางครั้งดูเหมือนว่า
ฉันละเลยและเฉยชา
แต่เธอกลับยิ้มร่าต่อความรัก
ขอให้วันนี้ เป็นวันแห่งชีวิต...นะครับ
วันแม่ ปีนี้ ขอให้ท่านทั้งสามจงมีความสุข กุศลใด ความกตัญญูกตเวทีใดที่ท่านสร้างสมต่อคุณแม่ โปรดเป็นพลานิสงฆ์ให้ทุกท่านพบกับความสุข ความเจริญเทอญ
ตามมาจากบันทึกลุงวี ราชบุรี กำลังศึกษาเชิงมวยไชยาและมวยท่าเสา ครับ เผื่อเอาไปประยุกต์สอนนักเรียนได้ เย้ๆๆ
ดีครับ ท่านร่างกายยังดี แต่อย่าโหม เดี๋ยวเป็นอย่างผม