ในการประชุมประจำสัปดาห์ของสถาบันฯ ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2549 ได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในหัวข้อ                                 "ความสำเร็จโดย 5 ก " ซึ่งได้นำข้อมูล มาจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ( วันที่ 7 เมษายน 2548 )

ความสำเร็จโดย 5
ศ.ดร.ลิขิต   ธีรเวคิ

ความสำเร็จในการทำงานก็ดี ความสำเร็จในชีวิตก็ดี  จะประกอบด้วยคุณลักษณะ 5 ประการ ที่เรียกว่า 5 ก ดังต่อไปนี้  คือ
  1. ก่ง   คนที่จะประสบความสำเร็จได้จะต้องมีความเก่ง   กล่าวคือ   มีความรู้และความสามารถซึ่งขึ้นอยู่กับยุคสมัย   ในสมัยโบราณคนที่รู้บาลีสันสกฤต   มีความสามารถในการแต่งโคลง   แต่งกลอน   ซึ่งถือว่าเก่งในทางอักษรศาสตร์ก็จะถือว่าประสบความสำเร็จในการเป็นกวีเช่น สุนทรภู่   และศรีปราชญ์   เป็นต้น   ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าจะต้องมีความเก่งในเรื่องนั้นเหนือคนอื่นๆ   แต่ความเก่งนั้นจะต้องเป็นที่นิยมของคนในสังคม   โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนชั้นสูงที่สามารถให้คุณให้โทษได้  
ความเก่งอีกด้านหนึ่งคือความสามารถในการรบ  คนที่รบเก่งมีความรู้ซึ้งในตำราพิชัยสงคราม  จะประสบความสำเร็จในการรบยกทัพจับศึกจนมีชื่อเสียงขึ้นชื่อลือชา  ความสำเร็จดังกล่าวนั้นอาจจะนำไปสู่การได้ตำแหน่งบริหารบ้านเมือง เป็นขุนนางสำคัญของแผ่นดิน  หรือกล่าวอีกด้านหนึ่งคือความเก่งในด้านรบหรือการมีศาสตร์และศิลป์ด้านสงครามในการรบก็จะนำไปสู่ความสำเร็จในชีวิต เช่น  เจ้าพระยาบดินทร์เดชา  (สิงห์ สิงหเสนีย์) เป็นตัวอย่างของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ในยุคล้นเกล้ารัชกาลที่ 3 ที่มีความเก่งกล้าในการรบจนได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าพระยาล้นเกล้ารัชกาลที่ 3 เมื่อทรงดำรงตำแหน่งเป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์  ผู้กำกับการเจ้าท่า  ทรงประสบความสำเร็จอย่างมากในการค้าขายกับต่างประเทศ  จนมีฐานะร่ำรวยขึ้นตามลำดับ  จนพระบิดาคือล้นเกล้ารัชกาลที่ 2 ทรงล้อว่า เจ้าสัว”  ความเก่งของล้นเกล้ารัชกาลที่ 3 ในการค้าขายนี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้ได้รับการสนับสนุนจากเจ้า  ขุนนาง  และมหาเถระผู้ใหญ่  ให้ขึ้นครองราชบัลลังก์  พระองค์เป็นนักบริหารชั้นยอดเยี่ยมและมีพระเนตรอันยาวไกล  ทรงเตือนให้ระวังอันตรายจากชาติตะวันตกซึ่งจะมาคุกคามประเทศสยามในอนาคต  และนี่คือตัวอย่างของความเก่งในเรื่องการค้า และการบริหารปกครองโดยสรุปก็คือ  ความสำเร็จในการงานและในชีวิตจะต้องประกอบด้วย ก ตัวแรกคือ  ความเก่ง  อันได้แก่ความรู้ความสามารถในกิจกรรมที่ตนถนัด  จนมีความเด่นดังเป็นที่ยอมรับตามที่ได้กล่าวมาเบื้องต้น

องค์ประกอบของความสำเร็จในชีวิตและการงาน

2. คือ ความกล้า   ซึ่งได้แก่   ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวในการตัดสินใจ   และการปฏิบัติการ   กล้าเสี่ยง   ความกล้าหรือความกล้าหาญนี้แตกต่างจากความกล้าอย่างบ้าบิ่น   ซึ่งหมายถึงการสุ่มเสี่ยงในลักษณะของนักการพนันโดยไม่ได้ดูถึงความเป็นไปได้ของความสำเร็จหรือความล้มเหลว   อาศัยโชคเป็นหลัก   ความกล้าหมายถึงกล้าที่จะตัดสินใจ   กล้าที่จะกระทำการ   กล้าที่จะรับผิดชอบต่อผลที่ตามมา   ไม่ลังเลเมื่อมีความมั่นใจว่าสิ่งที่กระทำนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องสมเหตุสมผล   และถ้าเกิดความล้มเหลวก็จะนำมาพิจารณาถึงสาเหตุเพื่อจะแก้ไขต่อไป ความกล้าที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล   เป็นตัวแปรสำคัญที่จะนำไปสู่การงานและความสำเร็จของชีวิต   แต่ความกล้าแบบนักการพนัน   เช่น   การกู้เงินดอกเบี้ยถูกจากต่างประเทศ   ลงทุนการค้าอย่างไร้เหตุผลทางธุรกิจนำไปสู่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้   ซึ่งนำไปสู่การแตกของเศรษฐกิจฟองสบู่   เป็นความกล้าหาญที่ก่อให้เกิดอันตรายได้  

3.องค์ประกอบที่สามของความสำเร็จคือคำว่า ไกล   ซึ่งได้แก่การมองเห็นการณ์ไกลหรือการมีวิสัยทัศน์   บุคคลที่จะมองเห็นการณ์ไกลนี้จะต้องเป็นบุคคลที่ช่างสังเกต   มีข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับวิวัฒนาการในเรื่องนั้นๆ   หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง   บุคคลนั้นจะต้องรู้ความเป็นมาของอดีต   สามารถเข้าใจปัจจุบันโดยวิเคราะห์จากข้อมูลอย่างถ่องแท้   และคาดการณ์ในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร   ยกตัวอย่างเช่น   เมื่อมีการค้นพบโทรศัพท์เป็นครั้งแรกนั้น   คนซึ่งมองไม่เห็นการณ์ไกลก็เห็นเป็นเรื่องตลกว่าเป็นเรื่องของเด็กเล่น   แต่คนที่มองเห็นการณ์ไกลจะรู้ทันทีว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการสื่อสารแบบใหม่ที่สำคัญยิ่ง   เพราะมนุษย์ที่อยู่ห่างไกลในทางภูมิศาสตร์ที่ต้องการจะสื่อสารบอกข่าวสารเพื่อให้มีปฏิกิริยาตอบโต้   ในอดีตนั้นใช้วิธีส่งสารโดยใช้ม้าเร็ว   สื่อสารโดยการยิงธนูเป็นทอดๆ   โดยมีข้อมูลติดอยู่บนดอกธนู   หรือการใช้วิธีการสื่อสารโดยนกพิราบ   หรือโดยใช้สัญญาณควัน   หรือจากเสียงกลอง   หรือโดยวิธีการอื่นใดก็ตามก็จะไม่เร็วเท่ากับการสื่อสารที่รับได้ฉับพลันโดยเริ่มต้นจากการส่งโทรเลข   แต่โทรเลขก็ต้องมีการถอดรหัส   ในกรณีของโทรศัพท์นั้นสามารถจะพูดคุยกันได้เสมือนหนึ่งอยู่ในที่เดียวกัน   เพียงแต่ว่าไม่เห็นหน้าค่าตาเท่านั้น   คนที่เห็นการณ์ไกลจะเห็นความสำคัญดังกล่าวได้ทันที   เพราะนั่นคือมิติใหม่ที่จะทำการปฏิวัติการสื่อสาร   ดังนั้น   นักธุรกิจที่มีความเก่งในการคิด   มองเห็นการณ์ไกลก็ย่อมกล้าที่จะลงทุนในกิจการดังกล่าวก็จะทำเงินกำไรได้อย่างมหาศาล  

  4.องค์ประกอบที่สี่ของความสำเร็จคือคำว่า กลั้น   ได้แก่ความอดทนอดกลั้น   ต่อสู้กับอุปสรรคความยากลำบากทั้งทางกายและทางใจ   อดทนต่อความผิดหวัง   ความขมขื่น   โดยหวังผลว่าจะประสบความสำเร็จตามที่มุ่งหมายเอาไว้   ความอดทนอดกลั้นยังหมายถึงความขยันหมั่นเพียร   เอาจริงเอาจังกับสิ่งที่กระทำอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน   การทำงาน   หรือการเล่นกีฬา   ความสำเร็จที่เกิดขึ้นง่ายดายโดยไม่ต้องผ่านความลำบาก จะมีก็แต่เป็นข้อยกเว้น   ผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตไม่ว่าจะเป็นการประกอบธุรกิจ   การเป็นนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ   การเป็นนักวิชาการที่โด่งดัง   การเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง ฯลฯ   ล้วนแล้วแต่ต้องมีการทำงานหนัก   ขยันขันแข็ง   หมั่นเพียร   อุตสาหะวิริยะ   ทนต่อความทุกข์ทรมาน   และความยากลำบากทั้งทางกายและทางใจ   ต้องทนอยู่กับความวิตกกังวลและการสูญเสียโอกาสในการหาความสุขในบางครั้ง   ผู้ที่จะประสบความสำเร็จจะต้องเป็นผู้ซึ่งมีตัว ก ที่ 4 ซึ่งได้แก่   กลั้น   ตามความหมายที่กล่าวมาเบื้องต้น

5.องค์ประกอบของความสำเร็จตัวสุดท้าย   เป็นองค์ประกอบที่จะทำให้เกิดความสำเร็จที่ต่อเนื่องและยั่งยืน   เพื่ออำนวยประโยชน์ต่อสังคมส่วนใหญ่   นั่นคือ   กฎ    กฎมีความหมายกว้าง   เริ่มต้นจากกฎที่เป็นทฤษฎีการบริหารธุรกิจ   การลงทุนตามหลักวิชาการ   ไม่บุ่มบ่ามเป็นแมลงเม่าที่บินเข้าสู่กองเพลิง   หรือไม่ตกใจเป็นกระต่ายตื่นตูม   นอกจากนั้นกฎยังหมายถึงการปฏิบัติตามกฎหมาย   ไม่ละเมิดกฎหมายสร้างความเสียหายให้แก่บ้านเมือง   กฎยังครอบคลุมถึงจริยธรรมหรือศีลธรรมบนฐานกฎแห่งกรรม   ความสำเร็จที่ตั้งอยู่บนฐานของความเก่งและความกล้าของการมองเห็นการณ์ไกล   ถ้าไม่มีจริยธรรม   ศีลธรรม   เป็นประทีปชี้ทางก็จะนำไปสู่ผลเสียต่อตนเองหรือสังคมได้   ไม่ว่าบุคคลคนนั้นจะมีความเก่ง   มีความสามารถ   มีความกล้าหาญ   มีความขยันขันแข็ง   อดทนอดกลั้น   มีความฉลาดที่มองเห็นอนาคตของการกระทำไม่ว่าจะเป็นในเชิงธุรกิจหรือการบริหารราชการแผ่นดิน   ถ้าปราศจากเสียซึ่งจริยธรรมและศีลธรรมผลที่ได้อาจจะกลายเป็นผลในทางลบต่อสังคมโดยรวมได้   ความสำเร็จของการทำงานและความสำเร็จในชีวิต   จึงต้องประกอบด้วย 5 ก คือ   เก่ง   กล้า   ไกล กลั้น   และกฎ   อย่างครบถ้วน   ขาดตัวใดตัวหนึ่งก็จะไม่สมบูรณ์และอาจจะไม่ได้ผลสำเร็จเท่าที่ควร คำถามก็คือ   คนเราจะพัฒนาความเก่งขึ้นมาได้อย่างไร   และจะสร้างความกล้าโดยวิธีใด   ทำอย่างไรจึงจะมีวิสัยทัศน์อันยาวไกล   และจะกล่อมเกลาให้เกิดจิตใจและบุคลิกภาพที่คำนึงถึงความถูกความผิด   จริยธรรมและศีลธรรม   กฎเกณฑ์ของสังคม   การปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างไร   นี่คือประเด็นสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในสังคมไม่ว่าจะในวงการใด   เช่นในวงการธุรกิจ   ทำอย่างไรจึงจะมีนักธุรกิจที่มีความเก่งในการประกอบธุรกิจ   สามารถทำกำไรได้   ขณะเดียวกันมีความกล้าหาญที่จะลงทุนเพื่อแข่งขันกับต่างชาติ   มีวิสัยทัศน์ที่จะคาดการณ์ล่วงหน้าว่าควรจะทำการลงทุนในส่วนใด   จำนวนเท่าไหร่   และที่สำคัญที่สุดในการบริหารและการทำกำไรนั้นตั้งอยู่บนฐานของความถูกต้องตามกฎหมาย   จริยธรรมและศีลธรรม   หรือไม่อย่างไร   ทั้งหลายทั้งปวงดังกล่าวนี้ย่อมขึ้นอยู่กับตัวแปรหลัก 2 ตัว นั่นคือการศึกษาและวัฒนธรรม   รวมตลอดทั้งคำสอนของศาสนา   และค่านิยมของสังคมที่มุ่งเน้นในการสร้างสังคมที่ดี กระบวนการที่จะสร้างคนในสังคมให้เป็นคนเก่ง   มีความสามารถ   เป็นคนกล้าหาญ   ทำสิ่งที่ถูกต้อง   เห็นการณ์ไกล   และมีกฎเกณฑ์ของความถูกผิด   ศีลธรรมและจริยธรรมเป็นฐานนั้น   เป็นกระบวนการที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ   เพราะสังคมและประเทศชาติจะก้าวไปไกลเพียงใดนั้นย่อมขึ้นอยู่กับตัวแปรสำคัญที่สุดนั่นคือตัวแปรที่เป็นมนุษย์   ลัทธิจูเช่ของเกาหลีเหนือได้กล่าวไว้ว่า   มนุษย์เป็นตัวแปรสำคัญที่สุดเพราะมนุษย์เป็นผู้สร้างสังคม   ในค่านิยมของวัฒนธรรมจีนก็เน้นที่ทรัพยากรมนุษย์   และในลัทธิขงจื๊อจะเน้นที่การเป็นคนที่มีคุณธรรม   มีความรับผิดชอบ   จนมีคำกล่าวว่า   คำสอนของลัทธิขงจื๊อเป็นคำสอนที่มุ่งการเรียนรู้ วิธีของการเป็นคน" ( How to be a human-being)  ซึ่งหมายถึง   เป็นมนุษย์ที่ประสบความสำเร็จใน ภารกิจแห่งชีวิต ” (The toils of life) ในสังคมนั้นๆ