การเตรียมการเพื่อการพัฒนาและรับรองคุณภาพและรพ.ส่งเสริมสุขภาพ (HA-HPH)
ตามที่ทราบกันอยู่แล้วก็คือปัจจุบันการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลโดยเฉพาะโรงพยาบาลของรัฐจะต้องพัฒนากระบวนการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพควบคู่ไปด้วย ซึ่งเป็นนโยบายระดับกระทรวงที่เกิดจากการร่วมมือกันระหว่างสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล(พรพ.) , สปสช .และกรมอนามัย ในการมุ่งเน้นให้กิจกรรมทั้งสองดำเนินการควบคู่กันไปทั้งเชิงรับและเชิงรุกซึ่งคาดว่าผลรับที่ดีจะเกิดขึ้นกับประชาชนระดับประเทศทั้งระยะสั้นและระยะยาว
แนวทางการพัฒนาและรับรองคุณภาพทั้ง HA และ HPH เริ่มถูกจัดให้มีการพัฒนาแบบบูรณาการควบคู่กันไปตั้งแต่ ปี 2547 โดย พรพ.เริ่มจัดหลักสูตรอบรมผู้เยี่ยมให้คำปรึกษาแบบบูรณาการ HA / HPH ตั้งแต่บันไดขั้นที่ 1 และ 2 โดยมุ่งเน้นการต่อยอดจากโรงพยาบาลที่ผ่านการรับรอง HA ขั้นที่ 1 สามารถที่จะเข้าสู่กระบวนการได้เลย ส่วนโรงพยาบาลที่ยังไม่ผ่านการรับรองก็ให้เริ่มพัฒนาทั้ง HA และ HPH ไปพร้อม ๆ กันเลยตั้งแต่ขั้น 1 ถึงขั้นที่ 3
ทั้งนี้หากจะแบ่งการพัฒนาตามบันได 3 ขั้นของ พรพ. เพื่อให้เห็นระดับของการพัฒนาอย่าเป็นขั้นตอนทั้ง HA และ HPH ก็พอจะแบ่งได้ดังนี้
บันได 3 ขั้นของ HA
บันไดขั้นที่ 1 : เน้นการทบทวนความเสี่ยงโดยใช้ 12 กิจกรรมทางคลินิก เพื่อวางแนวทางในการป้องกันแก้ไขที่ดี
บันไดขั้นที่ 2 : เปลี่ยนจากการตั้งรับปัญหามาสู่การวิเคราะห์และวางระบบที่ดี มุ่งเน้นการวางระบบป้องกันความเสี่ยงและการพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายและบริบทของหน่วยงาน
บันไดขั้นที่ 3 : มีการนำมาตรฐานสู่การปฏิบัติอย่างครบถ้วน ใช้นวัตกรรม มีการประเมินผล เรียนรู้ และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น หรือการบรรลุเป้าหมายขององค์กร มีวัฒนธรรมคุณภาพและวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้
บันได 3 ขั้นของ HPH
บันไดขั้นที่ 1 : เน้นการทบทวนความเสี่ยงโดยใช้ 12 กิจกรรมทางคลินิก ร่วมกับแนวคิดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ( H-E-L-P ) และเริ่มมีแนวคิดตั้งแต่นโยบายและโครงสร้างที่ต้องเริ่มมีการบูรณาการ
บันไดขั้นที่ 2 : มีนโยบายบูรณาการ HA-HPH ที่ชัดเจน มีการปรับโครงสร้างเพื่อการบูรณาการ เริ่มมีการดำเนินการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตามมาตรฐานในองค์ประกอบที่ 1-6
บันไดขั้นที่ 3 : มีการนำมาตรฐานสู่การปฏิบัติอย่างครบถ้วนทั้ง 7องค์ประกอบ มีกิจกรรมเพิ่มขึ้น มีนวัตกรรม (Good Practice) มีการเชื่อมโยงการดูแลรักษาถึงชุมชน มีกิจกรรมเชิงรุกในชุมชน (เกิดชุมชนเข้มแข็งอย่างน้อง 1 ชุมชน)
ทั้งนี้บทบาทหน้าที่ของกรมอนามัยก็ยังมีส่วนช่วยในการพัฒนาด้านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพเป็นอย่างมากโดยเริ่มตั้งแต่ศูนย์อนามัยทั้ง 12 เขตที่คอยเป็นพี่เลี้ยงให้โรงพยาบาลต่าง ๆ ในความรับผิดชอบพัฒนาด้านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ และให้การตรวจเยี่ยมและประเมิน Healthy Thailand ซึ่งเปรียบได้เท่ากับบันไดขั้นที่ 2 ของ HPH ส่วนกรมอนามัยเองก็มีผู้เยี่ยมสำรวจหลายท่านที่ช่วยประเมินขั้นที่ 3 ของ HPH ส่วนแนวทางของที่ปรึกษาและผู้เยี่ยมสำรวจที่ผ่านการอบรมตามหลักสูตรของ พรพ. (Module 8) ซึ่งเป็นการเยี่ยมให้คำปรึกษาแบบบูรณาการ บันไดขั้นที่ 1 จะมุ่งเน้นให้โรงพยาบาลมีการทบทวนความเสี่ยงทางคลินิก 12 กิจกรรม ร่วมกับแนวคิดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ( H – E –L – P )โดยโรงพยาบาลควรเริ่มมีนโยบาย, ปรับโครงสร้างทั้งนี้เพื่อให้เกิดการบูรณาการ HA – HPH บันไดขั้นที่ 2 โรงพยาบาล ต้องเริ่มวิเคราะห์ปัญหาและวางระบบที่ดีครอบคลุมความเสี่ยงที่สำคัญ และการพัฒนาต่อเนื่อง มีนโยบายบูรณาการ HA-HPH ที่ชัดเจน มีการปรับโครงสร้างเพื่อการบูรณาการ และเริ่มมีการดำเนินการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพในองค์ประกอบที่ 1-6 บันไดขั้นที่ 3 โรงพยาบาลต้องแสดงผลลัพธ์ที่ดีขึ้นชัดเจนขึ้น และปฏิบัติได้ตามมาตรฐานทั้ง HA (มาตรฐาน 20 บท หรือมาตรฐานฉบับใหม่) และ HPH (มาตรฐานองค์ประกอบที่ 1 – 7 )
ฉะนั้นถ้าโรงพยาบาลคิดที่จะดำเนินการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ คงต้องเริ่มที่ผู้นำ และทีมนำที่ต้องมีนโยบายที่ชัดเจน (Commitment) ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เข็มมุ่ง แผนยุทธศาสตร์ มีการปรับโครงสร้างการพัฒนาคุณภาพแบบบูรณาการ รวมทั้งการจัดบริหารทรัพยากรและทรัพยากรบุคคล ( องค์ประกอบที่ 1 และ 2 ) ที่ต้องมีความชัดเจนว่าต่อไปนี้โรงพยาบาลของเราต้องดำเนินการเรื่องนี้ จากนั้นก็คงต้องมีการสื่อสารนโยบายลงสู่ผู้ปฏิบัติทุกระดับ โดยทีมนำและคณะทำงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรศึกษามาตรฐานองค์ประกอบทั้ง 7 องค์ประกอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ โดยที่ทีมนำหรือทีม HPH (อาจเป็น ทีม Steering Team) ต้องมีการติดตาม กำกับ ดูภาพรวมของกิจกรรมและผลลัพธ์ทั้ง 7 องค์ประกอบ ส่วนทีมที่เกี่ยวข้องกับงานดูแลผู้ป่วย คงต้องมีการกำหนดแผนกลยุทธ์ หรือกิจกรรมในองค์ประกอบที่ 3 , 4 , 5 และ 6 (และการเชื่อมโยงการดูแลผู้ป่วยลงสู่ชุมชน) ส่วนหน่วยงานสนับสนุนต้องมีการกำหนดแผนกลยุทธ์ หรือกิจกรรมในองค์ประกอบที่ 3 และ 4 โดยองค์ประกอบที่ 1 และ 2 เป็นหน้าที่หลักของผู้นำและทีมนำที่จะต้องมีการกำหนดนโยบาย และปรับเปลี่ยน ( ซึ่งจะไม่ลงลึกในรายละเอียด )
องค์ประกอบที่ 3 เรื่องสิ่งแวดล้อม ให้คำนึงถึงการสร้างบรรยากาศที่ผู้ที่เข้ามารับบริการรู้สึกว่าเหมือนอยู่ที่บ้าน เช่นไม่แออัด ไม่มีกลิ่นเหม็นน้ำยา มีที่นั่งพักสบาย ๆ มีต้นไม้ มีทัศนียภาพที่ดี รวมถึงบรรยากาศของการต้อนรับที่เป็นมิตร เรียกว่าพอเดินเข้ามาโรงพยาบาลจะรู้สึกถึงกลิ่นไอของความโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพและความเป็นมิตรภาพ นอกจากนี้ต้องเน้นบรรยากาศของการส่งเสริมเรียนรู้เรื่องสุขภาพ โดยมีสื่อในรูปแบบต่าง ๆ ในทุกจุดที่ผู้ป่วยรับบริการ (ควรเป็นสื่อที่ดูแล้วน่าสนใจ น่าอ่าน น่าฟัง น่าดู และเกี่ยวข้องกับโรคตนหรือญาติกำลังรับการรักษา ซึ่งก็น่าจะเป็น Top 5 Diseases โดยเฉพาะมุ่งเน้นโรคที่สามารถป้องกันได้ นอกจากนี้สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยก็ยังเป็นปัญหาในหลายโรงพยาบาลเช่นการเก็บถังออกซิเจน การดูแลกำจัดขยะมูลฝอย และการดูแลระบบบ่อบำบัดน้ำเสีย ฯลฯ
องค์ประกอบที่ 4 การส่งเสริมสุขภาพบุคคลากร มักเป็นเรื่องที่ยากและถ้าทายที่จะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ของเรา ฉะนั้นแต่ละโรงพยาบาลคงต้องงัดกลยุทธ์ วิธีการ แทคติกต่าง ๆ ตามบริบทของโรงพยาบาล ทั้งนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคน สนใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสม รวมทั้งมีการดูแลสภาวะสุขภาพของเจ้าหน้าที่ เช่นการตรวจสุขภาพประจำปี การทำกิจกรรมบำบัดในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วย
องค์ประกอบที่ 5 การส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยและญาติ เป็นจุดเน้นที่สำคัญที่สุด ต้องส่งเสริมสุขภาพกันตั้งแต่เริ่มให้บริการเลยตั้งแต่ด่านหน้า เช่น OPD , ห้องยา , LAB , ER , ห้องตรวจ จากนั้นเมื่อผู้ป่วยเข้ารับบริการในแผนกผู้ป่วยในก็ต้องเน้นการส่งเสริมสุขภาพเป็นพิเศษ อาจเป็นรายกลุ่มหรือเฉพาะราย โดยเน้นการดูแลแบบองค์รวม (Holistic) ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง มีปัญหาด้านจิตสังคม ด้อยโอกาส หรือผู้ป่วยที่สูญเสียภาพลักษณ์ เป็นต้น และ(Empowerment) คือการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ป่วย, ตรงตามความต้องการ , ผู้ป่วยมีส่วนร่วม และสามารถกลับไปดูแลตนเองต่อได้อย่างมั่นใจ ซึ่งทีมงานต้องทำความเข้าใจหลักการของการสร้างพลัง ความมั่นใจ ในระดับของกิจกรรมก็คือ Work With คือผู้ป่วยมีส่วนร่วมคิดร่วมวางแผนร่วมทำและทำได้ (ไม่ใช่ Work For การให้ความรู้สุขศึกษา และ Work On การนำผลงานใด ๆ ที่ ผป.และชุมชนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องมานำเสนอ) และการเชื่อมโยงการดูแลต่อเนื่องในกลุ่มเป้าหมาย (Discharge Planning to Community) ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ถ้าปลูกฝังแนวคิดความเอื้ออาทร หรือการดูแลผู้ป่วยเหมือนกำลังดูแลญาติของเรา ก็มักจะเกิดกิจกรรมที่ดี ๆ แก่ผู้ป่วยอย่างมากมาย
องค์ประกอบที่ 6 การส่งเสริมสุขภาพในชุมชน ทีนี้ทีมที่ลงชุมชนกับทีมที่ดูแลรักษาต้องมีการเชื่อมโยงประสานข้อมูลกันเป็นอย่างดี ซึ่งต้องมีการปรับเปลี่ยนทัศนคติเดิม ๆ ที่ฝ่ายส่งเสริมก็ทำงานชุมชน (นอกรั้ว) ส่วนฝ่ายรักษาก็ดูแลแต่ผู้ป่วย (ในรั้วโรงพยาบาล) ต้องสลายกำแพงกั้นตรงนี้ออกไปโดยทีมงานทั้งสองต้องร่วมมือกันทำงานแบบเป็นทีม มีการประชุมร่วมกัน มีการรับทราบกรณีผู้ป่วยที่ส่งต่อ และมีการ Feed Back ข้อมูลในชุมชนกลับสู่ทีมรักษา (PCT) ทั้งนี้เพื่อวิเคราะห์ วิถีชีวิตของและสิ่งแวดล้อมผู้ป่วยรวมทั้งความเสี่ยง ( Life Style ) รวมทั้งแนวคิดเชิงรุกที่จะป้องกันการกลับเป็นซ้ำของผู้ป่วยรายนี้ หรือผู้ป่วยกลุ่มโรคนี้ ( Prevention ) ถ้าทีมงานมีการเชื่อมโยงที่ดี มีการวิเคราะห์ปัญหา และแก้ไขที่ดี ก็เหมือนการทำ Root Cause Analysis ที่ชุมชนหรือต้นตอของปัญหา (โรค) อย่างแท้จริง ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดจะส่งผลถึงสุขภาพที่ดีขึ้นของผู้ป่วยในชุมชน และสามารถต่อยอดให้เกิดชุมชนเข้มแข็งผู้ป่วยที่มารับการรักษาก็จะลดลง และสามารถขยายผลสู่กิจกรรมเชิงรุกระดับประเทศ ดังได้มีตัวอย่างที่ดีเกิดขึ้นในหลาย ๆ ที่แล้ว
ตัวอย่างนวัตกรรมการเชื่อมโยงการดูแลรักษาและวิเคราะห์ชุมชน
1. โรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่งพบว่าโรค COPD เป็นปัญหาสำคัญ ( Top 5 ) ทำให้ผู้ป่วยกลับมารับการรักษาที่โรงพยาบาลบ่อยครั้งและทำให้เสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ทีมงานวิเคราะห์ปัญหาทั้งระบบ ได้มีการปรับปรุงแนวทางในการดูแลรักษา ให้ข้อมูลผู้ป่วยที่โรงพยาบาล (Empowerment) และพบว่าปัญหาเกิดจากค่านิยมคนในหมู่บ้านชอบสูบบุหรี่ จึงจัดกิจกรรมเชิงรุกในชุมชนรณรงค์งดการสูบบุหรี่มีการประกวดหมู่บ้านปลอดบุหรี่จนทำให้ผู้สูบบุหรี่ลดลงจำนวนมาก ผลลัพธ์ทำให้ผู้ป่วย COPD ทั้งรายใหม่และรายเก่าลดลง
2. โรงพยาบาล A ได้พัฒนารูปแบบการดูแลแบบแกะรอยการรักษาผู้ป่วย Upper GI Bleeding (Clinical Tracer) โดยได้พัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยทุกจุดบริการตั้งแต่มีแนวทางปฏิบัติ CPG และ Clinical Risk ที่ ER มีการทำ Discharge Planning ตั้งแต่แรกรับ มีการพัฒนา Clinical CQI การลดภาวะ Hypovolemic Shock มีการพัฒนาแนวทางการผ่าตัดรักษาโดยทีมศัลยแพทย์ และมีทีมเยี่ยมบ้าน (HHC) พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ซื้อยาแก้ปวดกินประจำเพราะปวดเมื่อยจากการกรีดยางจึงได้ประสานกับ PCU , อสม. , ในการแนะนำเรื่องการรับประทานยาแก้ปวด การให้ความรู้เรื่องอาหารและปัจจัยเสี่ยง ทำให้ผู้ป่วย Upper GI Bleeding ลดลงมาก
3. โรงพยาบาล B พบว่าโรค Top 5 ที่ OPD คือโรค OA Knee ในผู้สูงอายุ พบว่าปัญหาที่สำคัญได้แก่ผู้ป่วยส่วนใหญ่นั่งพับเพียบประจำเมื่อไปวัดและใช้ส้วมนั่งยอง ทีม PCT ได้มีกิจกรรมเชิงรุกในชุมชนโดยประสานงานกับเจ้าคณะอำเภอ/เจ้าอาวาสในการจัดเตรียมที่นั่งให้กลุ่มผู้สูงอายุ และทำนวัตกรรมม้านั่งคร่อมโถส้วมให้กับผู้ป่วย ให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและครอบครัวในชุมชนรวมทั้งร้านขายยา นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเยี่ยมบ้านแนะนำเรื่องการบริหารกล้าเนื้อเข่าและการควบคุมน้ำหนัก และทำกิจกรรมกลุ่มเพื่อให้ความรู้อย่างสม่ำเสมอ
4. โรงพยาบาล C พบว่าเด็ก New born ในเขตความรับผิดชอบ มีภาวะตาฝ้าขาวที่กระจกตาจนถึงตาบอดเป็นจำนวนมากจึงได้ทำวิจัยพบว่าเด็กเหล่านี้มารดาให้กินนมข้นหวานและขาดวิตามิน A ได้ประสานไปยังกระทรวง ฯ จึงได้มีคำสั่งให้บริษัทผลิตนมข้นหวานทุกยี่ห้อต้องผสม วิตามิน A ในนมข้นหวาน หลังจากนั้นจึงไม่พบเด็กมีฝ้าขาวที่ตาอีก
5. ศูนย์อนามัย D ทำการวิจัยพบว่าเด็กในภาคอิสานมีระดับ IQ ต่ำกว่าเด็กภาคอื่น ๆ ในอายุเท่ากัน จากการวิจัยพบว่าเด็กในภาคอิสานมีภาวะซีดและขาดธาตุ Iodine จึงได้มีนโยบายแจกนมผงเติมธาตุเหล็กและธาตุ Iodine แจกให้เด็กทุกคน6. นอกจากนี้หลาย ๆ โรงพยาบาลได้พัฒนารูปแบบการดูแลรักษาโรคเรื้อรังแบบ Disease Management ที่มีการดูแลผู้ป่วยทั้งที่โรงพยาบาลและมีกิจกรรมเชิงรุกที่ชุมชนแก่กลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วย และกลุ่มพิการ อย่างครอบคลุม เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง CVA ,HIV เป็นต้น พบว่าอัตราการเจ็บป่วย อัตราการเกิดโรครายใหม่ อัตราการเกิดภาวะพิการ ลดลง
องค์ประกอบที่ 7 ผลลัพธ์ของการดำเนินงาน ผลลัพธ์ขององค์ประกอบที่ 1 และ 2 ต้องแสดงให้เห็นความสำเร็จในการบริหารจัดการ และการจัดสรรงบประมาณการพัฒนาบุคคลากร องค์ประกอบที่ 3 ต้องแสดงให้เห็นภาพของการลดความเสี่ยงเรื่องโครงสร้างทางกายภาพ การจัดการด้านกายภาพ การจัดการสิ่งแวดล้อมทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่กระตุ้นให้มีการส่งเสริมสุขภาพ ผลลัพธ์ขององค์ประกอบที่ 4 ต้องแสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีเรื่องพฤติกรรมสุขภาพ และสภาวะสุขภาพของเจ้าหน้าที่ในภาพรวม องค์ประกอบที่ 5 ให้นำเสนอผลลัพธ์ที่ดีของกิจกรรมที่เห็นผลลัพธ์ที่ดี ทั้ง นวัตกรรม , ยกตัวอย่างกลุ่มผู้ป่วยที่มีการวางแผนจำหน่ายที่ดี มีแนวทางการ Holistic care และ Empowerment ผู้ป่วยและญาติ และ การเชื่อมโยงการดูแลรักษา ส่วนองค์ประกอบที่ 6 ให้นำเสนอเป็นผลลัพธ์ที่ดีในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชุมชน รวมทั้งพฤติกรรมสุขภาพ และสภาวะสุขภาพของชุมชนทั้งกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วย และกลุ่มพิการหรือด้อยโอกาส รวมทั้งแสดงให้เห็นตัวอย่างการพัฒนาชุมชนให้เป็นชุมชนเข้มแข็งอย่างเป็นระบบ
จากประสบการณ์การเยี่ยมโรงพยาบาลพบว่า โรงพยาบาลเล็ก ๆ (10 ถึง 30 เตียง) มักติดปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ( องค์ประกอบที่ 3 ) : ส่วนโรงพยาบาลใหญ่ ๆ มักติดปัญหาเรื่องการเชื่อมโยงระหว่างทีมทั้งสอง และกิจกรรมในชุมชน (องค์ประกอบที่ 6) : ส่วนที่เป็นปัญหาเหมือนกันหมดคือ การส่งเสริมสุขภาพเจ้าหน้าที่ของเรา อย่างยั่งยืน ( องค์ประกอบที่ 4 ) : เรื่องการส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มผู้ป่วย (องค์ประกอบที่ 5 ) เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจมีน้ำใจความตระหนัก ซึ่งต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนที่สำคัญจากทีมนำลงสู่ผู้ปฏิบัติและความตระหนักของผู้ปฏิบัติเองให้เห็นความสำคัญในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพควบคู่ไปกับคุณภาพการดูแลรักษา ( HA + HPH)
หากจะมองหาจุดเน้นของการพัฒนาทั้ง HA และ HPH เพื่อการพัฒนาแบบก้าวกระโดด
จุดเน้นด้าน HA
• แบบประเมินตนเอง เล่าเป็นเรื่องต่อเนื่อง ชัดเจน มีเหตุมีผล มีผลงานเด่น
• ทีมนำต้องมุ่งมั่น และประสานทุกระดับ ได้ดี (Commitment and Implement) และการมองภาพรวมทั้งองค์กร
• ความสมบูรณ์ของเวชระเบียน , การนำข้อมูลสารสนเทศมาใช้ประโยชน์
• การทำงานเป็นทีม ( สหสาขาวิชาชีพ แพทย์ต้องมีส่วนร่วม )
• การค้นหาความเสี่ยงทางคลินิกเฉพาะโรค เฉพาะราย
• ความสมบูรณ์ของเวชระเบียน , การนำข้อมูลสารสนเทศมาใช้ประโยชน์
• การมีระบบที่ดี
• การเชื่อมโยงการดูแลผู้ป่วย แบบบูรณาการ
• ทีมนำทางคลินิก เน้น การผลลัพธ์ของการทบทวน 12 กิจกรรม ร่วนกับการใช้ RCA,CQI, Clinical CQI , นวัตกรรม และการพัฒนาระบบต่าง ๆที่ดีขึ้น
จุดเน้นด้าน HPH
• Core Value ของระดับผู้บริหารและผู้นำ
- วิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาย เข็มมุ่ง + ความมุ่งมั่น
- ผสมผสานงาน HA – HPH เป็นเนื้อเดียวกัน
• การ Implement ลงสู่ PCT และทุกหน่วยงาน ,ต้องมีการนำนโยบาย HPH ลงสู่การปฏิบัติ
• มีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เวทีนำเสนอผลงาน , IS, HA-HPH Quality round
• การทบทวน 12 กิจกรรม + การส่งเสริมสุขภาพ
• ความเชื่อมโยงการดูแลผู้ป่วยถึงชุมชน - ทีมสหสาขาวิชาชีพ ต้องมีตัวแทนเวชกรรมร่วมด้วย - มีการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยที่มีประสิทธิภาพ DP or DM or CM - มีการ FEED BACK ข้อมูลกลับมายัง PCT - เรียกประชุม PCU / PCT ให้ความรู้ การความเชื่อมโยงไปในทิศทางเดียวกัน
• สิ่งแวดล้อม - โครงสร้างด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อม สะอาด ปลอดภัย ตามข้อกำหนด มาตรฐาน บทที่ 5 - ต้นไม้เขียว สถานที่พักผ่อนสะดุดตา เหมือนอยู่ที่บ้าน (กลิ่นไอของบบรยากาศส่งเสริมสุขภาพ) - มุมส่งเสริมสุขภาพ สถานที่ออกกำลังกาย
• มีการสื่อสาร HPH ในทุก ๆ จุดเพื่อสร้างความตระหนัก เช่น บอร์ด เสียงตามสาย นิทัศน์การ มีตารางการสอนสุขศึกษา แผ่นพับ มุมส่งเสริมสุขภาพ ฯลฯ
• การ Empowerment บุคคล กลุ่ม/องค์กร และชุมชน
• Holistic care ที่แท้จริง และสามารถประเมินได้
• วัฒนธรรมองค์กรในการสร้างเสริมสุขภาพ
• เลือกชุมชนที่มีความพร้อมพลักดันให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง มีตัวอย่างการสร้างชุมชนเข้มแข็ง อย่างน้อง 1 ชุมชน
• มีนวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ หรือผลงานเด่น ๆ
ทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์ที่เก็บเกี่ยวได้จากการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล (HA+HPH) ของโรงพยาบาลของผู้เขียนเองและจากการเยี่ยมให้คำปรึกษาโรงพยาบาลต่าง ๆ ซึ่งมุมมองอาจแตกต่างกับท่านอื่นบ้าง แต่ก็หวังว่าคงมีประโยชน์กับผู้อ่านบ้างนะครับ
บันทึกที่เขียนเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากค่ะ ขออนุญาต copy เพื่อนำไปให้บุคลากรในฝ่ายพยาบาลอ่านด้วยนะคะ ( รวมทั้งบันทึกตอนแรกด้วยค่ะ )
ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
ด้วยความยินดีครับ ขอบคุณครับที่เห็นความสำคัญ
เฉลิมพงษ์
อ่านเข้าใจดีคะ เหมือนทำง่ายอยากทำ ที่รพ.ดำเนินการผ่านบันไดขั้นที่ 1แล้วและHPHก็ผ่านขั้นรับรองกระบวนการ จะทำขั้นที่2 ต่อ แต่ไม่รู้จำทำอย่างไร
ขออนุญาตคัดลอกข้อมูลสำหรับ อาจารย์หัวหน้าภาควิชา พื้นฐานฯ ที่วพ.พปก.นี่ สักหน่อยนะคะ เนื่องจาก ท่านต้องการ ข้อมูล เกี่ยวกับ Good Practice ที่ เขาปฏิบัติกันที่ Er ของโรงพยาบาล ท่านจะพานักศึกษาขึ้นไปฝึกค่ะ จึงอยากให้ ดิฉันช่วยค้นข้อมูลให้ บังเอิญเปิดเข้ามาพบ ก็ขอคัดลอกเอาไว้ก่อนนะคะ ขอบคุณค่ะ (ไม่ทราบว่าจะอนุญาตหรือเปล่า แต่ก็คัดลอกไปแล้วค่ะ )
ด้วยความยินดีครับคุณสุมาลี
อ่านแล้วทำให้เข้าใจขึ้นเยอะค่ะ แต่กรณีรพ.เอกชน น่าจะเล่นเรื่องอะไรดีคะ คิดไม่ออก
อาจารย์พอมีตัวอย่างบ้างไมค่ะ ถ้าพอดีIdea ช่วยส่งให้ด้วยค่ะ
Email;[email protected]
ขอตัวอย่าง Service Profile ของแผนก Admission คือการประเมินค่าใช้จ่ายและการจองหักพักให้กับผู้ป่วย
หนูนั่งเขียน Service Profile HHCปวดหัวหมดแล้วคะง่วงนอนด้วย
อ่านแล้วเข้าใจมากขึ้น หนูอยู่รพ.เอกชนรบกวนขอตัวอย่าง Service Profileของห้องผ่าตัดค่ะ ขอบคุณอ.ล่วงหน้าค่ะ