ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) เป็นหน่วยงานการศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ ภายใต้การบริหารจัดการของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภออมก๋อย (ศบอ.) โดยมีศศช.ทั้งหมด 102 ศศช. แต่ละศศช.จะมีนักเรียนประมาณ 40 - 80 คน ในหมู่บ้านขนาด 30 - 65
หลังคาเรือน ครูศศช. 1-2 คน จัดการศึกษาโดยยึดหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียน ตั้งแต่ช่วงชั้นที่ 1 - 2 ในช่วงเวลากลางวัน และสอนผู้ใหญ่ (ผู้ไม่รู้หนังสือ) ในตอนกลางคืน รวมทั้งบางส่วนจัดการศึกษาระบบทางไกลสำหรับเยาวชนหลังช่วงชั้นที่ 2 - 3 โดยครูจะสอนหนังสือที่ศศช. 20 วัน และครูเดินทางเข้าเมืองเพื่อประชุม ซื้ออาหารกลางวันให้นักเรียน และทำธุระส่วนตัว อีก 10 วัน
ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง ประชากรในวัยผู้ใหญ่เกือบทั้งหมดจะมีปัญหาเรื่องการพูดและฟังภาษาไทย ในชุมชนมีเพียงศศช.และครูศศช. เท่านั้นที่เป็นหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(มจธ.) และหน่วยงานภาคี เข้าพื้นที่ และร่วมกันระดมสมองร่วมกับครูนิเทศก์ 15 กลุ่มศศช. (ปัจจุบันมี 16 กลุ่มศศช.) โดยครูนิเทศก์ 1 คน ดูแลศศช. 6-7 ศศช. จากทั้งหมด 102 ศศช. เพื่อกำหนดและร่างแนวคิดการทำงานเพื่อตอบโจทย์ของโครงการตามพระราชดำริ ฯ คือการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารให้มีโภชนาการดี สุขภาพแข็งแรง มีความซื่อสัตย์ เสียสละ สามัคคี และเมตตาผู้อื่น มีความรู้และทักษะทั้งทางวิชาการ และอาชีพ ที่เป็นพื้นฐานการพึ่งตนเองและพัฒนาท้องถิ่นได้ โดยการบูรณาการ 4 ด้านเข้าด้วยกัน (การศึกษา, ภาวะโภชนาการ, อาชีพ ,สิ่งแวดล้อม) ยึดหลักการการพึ่งตนเอง ความร่วมมือจากทุกส่วน ใช้การศึกษาเป็นแกน และการพัฒนาแบบองค์รวมยึดเด็กและเยาวชนเป็นศูนย์กลาง ผ่านกระบวนการเรียนรู้ เริ่มดำเนินงานใน 5 ศศช.นำร่อง ที่กระจายใน 5 ตำบล ได้แก่ ยองแหละ พลั่งแท ปิตุคี อูแจะและขุนตื่นใหม่ เป็นศศช.ที่คณะทำงานเข้าไปดำเนินงานด้วย เพื่อเป็นศูนย์กลางการขยายผลในอนาคต และพบว่าครูศศช.กลุ่มขุนตื่นใหม่จะมีการร่วมแรงร่วมใจในการทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จึงเกิดศศช.ที่ดำเนินงานร่วมกันอีก 5 ศศช. ได้แก่ ห้วยโป่ง เลอะกลา บราโกร ปรอโกร และทะโกรเด ปัจจุบันมีศศช.นำร่องทั้งหมด 10 ศศช.โดยได้กำหนดแผนงานและเป้าหมาย 5 แผนงาน ภายหลังจากการดำเนินงานไปแล้วประมาณปีเศษ พบข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ว่าเด็กในพื้นที่ติดพยาธิกว่า 60% จึงเกิดแผนงานที่ 6 (การลดพยาธิในเด็กและเยาวชน) ดังนี้
แผนงานที่ 1: การสร้างความสามารถให้ชุมชนพึ่งตนเองได้ในด้านอาหารและพลังงาน (Food, feed and fuel: 3 F)
แผนงานที่ 2 การสร้างความสามารถของครูและการมีส่วนร่วมของชุมชนด้านการบูรณาการการเรียนการสอน
แผนงานที่ 3: การประยุกต์เทคโนโลยีและการจัดการเทคโนโลยีที่เหมาะสม
แผนงานที่ 4: การสร้างความสามารถเยาวชนและชุมชนด้านการสื่อสารภาษาไทย
แผนงานที่ 5: การพัฒนาระบบการจัดการองค์ความรู้และระบบฐานข้อมูล
แผนงานที่ 6: การพัฒนาภาวะสุขอนามัยในเด็กและเยาวชน
จากกิจกรรมทั้ง 6 แผนงานข้างต้น ครูเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงานโดยเฉพาะด้านการถ่ายทอดความรู้ทั้งแก่เด็ก เยาวชนและชุมชน แต่ยังมีขีดจำกัดอีกมากมายที่ส่งผลให้การจัดกระบวนการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพน้อยลง ได้แก่ ขาดสื่อการเรียนการสอน ห้องเรียนไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน พลังงานไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนในศศช. ฯลฯ จากสาเหตุดังกล่าวคณะทำงานได้เห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพของเด็กและเยาวชนในด้านการศึกษาและสุขอนามัย จึงเกิดโครงการและกิจกรรม ดังนี้
1. ศศช.ส่วนใหญ่มีอาคารเรียน 1 หลัง ขนาด 7 * 12 เมตร แบ่งเป็นห้องพักครู 1 ห้อง ห้องน้ำห้องส้วม 1 ห้อง (อีกหลาย ๆ ศศช.อาจจะแบ่งห้องครัวอีกห้องหนึ่งสำหรับประกอบอาหารให้นักเรียน) ส่วนพื้นที่ที่เหลือจะเป็นห้องเรียนที่จุนักเรียนหลาย ๆ ระดับชั้นไว้ด้วยกัน (ระดับชั้นละมุมของห้อง) เป็นห้องรับประทานอาหาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการเรียน ทำให้นักเรียนขาดสมาธิ ทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่สะดวก คณะทำงานจึงได้ร่วมกันทอดผ้าป่าและสร้าง “อาคารรวมใจ 1” ณ ศศช.ยองแหละ ตำบลอมก๋อย จำนวน 1 หลัง ขนาด 8 * 14 เมตร พร้อมรางรินและถังเก็บน้ำฝนเพื่อบริโภคขนาด 4 ลบ.มล. งบประมาณ 250,000 บาทต่อ 1 อาคาร เพื่อลดปัญหาความแออัดในชั้นเรียน
2. เนื่องด้วยครูศศช.มีเวลาเข้าพื้นที่ 20 วัน อีก 10 วันที่เหลือครูจะลงพื้นที่เพื่อประชุมหรือทำภาระกิจส่วนตัว จึงทำให้ขาดความต่อเนื่องในการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชนและชุมชน จึงเกิดโครงการ “วังเด็กและเยาวชน” ในพื้นที่ 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านยองแหละ บ้านปิตุคี และบ้านบราโกร ในวังเด็กจะประกอบด้วยสื่อการเรียนการสอนต่าง ๆ เช่น หนังสือ ลูกโลก ของเล่น อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ตแห้ง ฯลฯ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในชุมชน แต่ถ้าทุกคนจะเข้ามาใช้สื่อต่าง ๆ ในวัง ฯ จะต้องแลกกับการทำคุณประโยชน์ต่อชุมชนก่อน เพื่อสร้างจิตสำนึกที่ดีให้แก่ชุมชน โดยมีคนในชุมชนร่วมกันดูแล
3. พลังงานเป็นปัจจัยสำคัญในการจัดการเรียนการสอน (กลางคืน) และสนับสนุนสื่อการเรียนจำพวก VCD โทรทัศน์ และคอมพิวเตอร์ พลังงานที่มีในชุมชนส่วนใหญ่มาจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือระบบโซล่าเซลล์ แต่อุปกรณ์ดังกล่าวมีข้อจำกัดของอายุการใช้งานและราคาแพง คณะทำงานจึงเห็นว่าควรจะมีการสำรวจแหล่งพลังงานในชุมชน เช่น พลังงานน้ำ พลังงานลม เพื่อพัฒนาเป็นพลังงานที่ใช้ในชุมชนและศศช.ต่อไป
4. ศศช.ส่วนใหญ่ยังขาดแคลนสื่อและอุปกรณ์การเรียนวิทยาศาสตร์ ซึ่งคณะทำงาน เห็นว่าสื่อและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์เป็นปัจจัยส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนค่อนข้างมาก เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ ทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจ เพิ่มพูนทักษะและประสบการณ์ สร้างสถานการณ์การเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาศักยภาพทางการคิด ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจความคิดรวบยอดได้ง่ายและเร็วขึ้น ส่งเสริมให้เกิดความสร้างสรรค์ สร้างสภาพแวดล้อมและประสบการณ์การเรียนรู้ที่แปลกใหม่ น่าสนใจ ดังนั้นการส่งเสริมสนับสนุนสื่อและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ประกอบการเรียนรู้ของนักเรียนศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) จึงเป็นแนวทางเลือกหนึ่งที่จะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพด้านการเรียนรู้ของผู้เรียนในพื้นที่ห่างไกลได้
การให้ความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพของเด็กและเยาวชนในด้านการศึกษาและสุขอนามัย ไม่ได้เริ่มที่ ศศช.นำร่องเท่านั้น หากแต่พยายามจะทำกับศศช.ทั้ง 102 ศูนย์ เพื่อให้เกิดกิจกรรมและการเรียนรู้ที่ทัดเทียมกัน และร่วมกับการปลูกจิตสำนึกของคนในชุมชนที่มุ่งมั่นแก้ปัญหาและพึ่งตนเอง
ท่านที่มีจิตกุศล อยากทำบุญ หรือให้ความช่วยเหลือพวกเขาเหล่านี้ สามารถบริจาค
เงิน สื่อการเรียนการสอน อุปกรณ์การเรียน ของเล่น คอมพิวเตอร์ เครื่องเล่น VCD โทรทัศน์ อุปกรณ์
ด้านพลังงาน เช่น แผงโซล่าเซลล์ แบตเตอร์รี่ หลอดไฟ ฯลฯ
ติดต่อ
1. สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ (สรบ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี126 ถนนประชาอุทิศ แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพ ฯ 10140 คุณสุเมธ ท่านเจริญ โทร.089-6682865, 02-4709711, โทรสาร 02-4523455
2. ศูนย์ส่งเสริมและสนับสนุนมูลนิธิโครงการหลวงและโครงการตามพระราชดำริ 128 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตภาคพายัพ ถ.ห้วยแก้ว อ.เมือง จ. เชียงใหม่ 50300 โทร.053-893066 คุณบวรศักดิ์ เพชรานนท์ โทร. 081-9137252, คุณมธุรา สิริจันทรัตน์ 081-4447450
เด็กหญิง ดอกหญ้า ... เดี๋ยวครูจะแจ้งให้ทางทีมงานช่วยประชาสัมพันธ์ให้อีกแรงนะ ;)
แต่ยังไงต้องนำภาพของเด็ก ๆ มาให้ทางผู้มีจิตศรัทธาได้เห็นด้วยครับ
"ภาพหนึ่งภาพ แทน คำพันคำ" ... จำได้ไหม ;)
หนูแอดภาพไปแล้วบางส่วนนะคะ ขอบพระคุณมากนะคะที่จะช่วยประชาสัมพันธ์ สิ่งที่อาจารย์เคยสอนหนูจำได้อยู่แล้วคะ (จริงหรือ..)
ครูดอกหญ้าเขียนเล่าอาการ กินข้าวแล้วอาเจียนทุกที เป็นมมนานถึงสองปี ให้คนมีความรู้ช่วยตอบ ขอตอบนะครับว่า ต้องไปหาหมอครับ อย่าได้กลัวหมอเลย ไม่มีอะไรที่ต้องกลัว
ขอบคุณคะครูหยุย