ในขณะที่เด็กเกิด และมีการแจ้งการเกิดภายในกำหนดเวลา ๑๕ วัน ในขณะนั้นยังไม่มีหนังสือสั่งการออกมาว่าจะปฏิบัติกับการแจ้งเกิดของแรงงานต่างด้าวที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติอย่างไร การแจ้งเกิดจึงแจ้งไปตามความเข้าใจของนายทะเบียนว่าจะต้องแจ้งเกิดแบบแรงงานต่างด้าวแบบเดิมเท่านั้น

เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๓ , Than Than Cho (a) Mee Ngal หรือนางสาวมิต้า มาปรึกษาผมเรื่องการแจ้งเกิดลูก

คุยไปคุยมาปรากฏว่าเธอแจ้งเกิดลูกเรียบร้อยแล้วที่เทศบาลเมืองระนอง ลูกเธอด.ช.เซเมียวละ ได้รับสูติบัตร ท.ร.๐๓ มีหมายเลข ๑๓ หลัก คือ ๐๐-๘๕๙๙-xxxxxx-x

ดูเหมือนว่าน่าจะหมดปัญหาแล้ว แต่ก็มีปัญหาเนื่องมาจากเธอเล่าว่า เธอและสามีผ่านการพิสูจน์สัญชาติ ได้รับหนังสือเดินทาง (Temporary Passport) โดยเธอเข้าเมืองไทยมาตั้งแต่วันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ โดยได้รับวีซ่าเป็นเวลา ๒ ปี ถึงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๔  ส่วนสามีเธอเข้าเมืองไทยมาตั้งแต่วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๒ โดยได้รับวีซ่าเป็นเวลา ๒ ปี เช่นกัน

และได้ให้กำเนิดด.ช.เซเมียวละ ซึ่งเป็นลูกเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๒ ที่โรงพยาบาลระนอง ซึ่งเป็นคนเดียวกับด.ช.เซเมียวละข้างต้น เธอถามผมว่า ในเมื่อสถานะทางกฎหมายของเธอและสามีเปลี่ยนไปจากแรงงานเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย มาเป็นแรงงานที่เข้าเมืองโดยถูกกฎหมายตั้งแต่วันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ เธอควรที่จะได้รับผลดีของการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายนี้ด้วย เธอจะแจ้งเกิดใหม่ได้ไหม ต้องเตรียมเอกสารใดบ้าง

จริงด้วยสิ กรณีเช่นนี้จะสามารถแจ้งยกเลิกสูติบัตร จำหน่ายรายการทะเบียน แล้วขอแจ้งเกิดใหม่ตามสถานะที่ถูกต้องได้หรือไม่ เสียดายตอนที่ร่วมกับ SWIT ในการทำหนังสือปรึกษาหารือเรื่องการแจ้งเกิดสำหรับแรงงานต่างด้าวที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ  ตกประเด็นนี้ไป

เพราะในขณะที่เด็กเกิด และมีการแจ้งการเกิดภายในกำหนดเวลา ๑๕ วัน ในขณะนั้นยังไม่มีหนังสือสั่งการออกมาว่าจะปฏิบัติกับการแจ้งเกิดของแรงงานต่างด้าวที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติอย่างไร การแจ้งเกิดจึงแจ้งไปตามความเข้าใจของนายทะเบียนว่าจะต้องแจ้งเกิดแบบแรงงานต่างด้าวแบบเดิมเท่านั้น (แจ้งด้วยแบบท.ร.๓๘/๑ และใบอนุญาตแรงงาน)

ด.ช.เซเมียวละจึงได้รับการแจ้งเกิดแบบท.ร.๐๓ มีหมายเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข ๐๐

การแจ้งเกิดของ Than Than Cho (a) Mee Ngal หรือนางสาวมิต้า จึงมิได้เป็นการดำเนินการไปโดยมิชอบ หรืออำพรางข้อเท็จจริงแต่ประการใด ซึ่งตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๓๔ มาตรา ๑๐ นายทะเบียนมีอำนาจสั่งจำหน่ายรายการทะเบียน เพิกถอนหลักฐานทะเบียนให้ถูกต้องตามความเป็นจริงได้[i] ซึ่งหมายความว่านายทะเบียนสามารถยกเลิกสูติบัตร แล้วออกให้ใหม่ตามข้อเท็จจริงที่ถูกต้องได้

นอกจากนี้หนังสือสั่งการที่ มท ๐๓๐๙.๑/ว ๘ ฉบับลงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เรื่องการจัดทำทะเบียนราษฎรสำหรับแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติตามยุทธศาสตร์การจัดการแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองทั้งระบบ ก็ยอมรับว่า ในการรับแจ้งการเกิดบุตรของแรงงานต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทยและไม่ได้รับสัญชาติไทย ถ้าในขณะที่บุตรเกิดบิดาและมารดาเป็นแรงงานต่างด้าวที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติกับประเทศต้นทาง หรือบิดาหรือมารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติและฝ่ายที่เหลือเป็นคนต่างด้าวประเภทใดก็ตาม นายทะเบียนจะต้องรับแจ้งการเกิดและออกสูติบัตร ท.ร.๓ กำหนดเลขประจำตัวประชน[ii] 

ส่วนการที่หนังสือสั่งการฉบับดังกล่าวมิได้เอ่ยถึงแนวทางปฏิบัติว่าจะต้องทำเช่นไรกับกรณีแจ้งการเกิดลูกไปแล้ว จะมาขอยกเลิกสูติบัตร เพื่อแจ้งเกิดใหม่ตามสถานะที่ถูกต้องว่าจะเป็นอย่างไร ก็มิอาจที่จะยกเลิกไม่ได้ เนื่องจากพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร มาตรา ๑๐ บัญญัติไว้ชัดเจนอยู่แล้ว

ผมจินตนาการออกได้เท่านี้ ไม่รู้ว่านายทะเบียนจะจินตนาการตรงกันหรือไม่ หากจินตนาการไม่ตรงกัน ผลการดำเนินการเป็นเช่นไรจะมาแจ้งให้ทราบครับ


[i] มาตรา ๑๐ วรรค ๓ ในกรณีปรากฏหลักฐานเชื่อได้ว่า การดำเนินการแจ้ง การรับแจ้ง การบันทึก หรือการลงรายการเพื่อดำเนินการจัดทำหลักฐานทะเบียนต่าง ๆ ตามพระราชบัญญั ตินี้ ได้ดำเนินการไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ  หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งไม่รับแจ้ง จำหน่ายรายการทะเบียน เพิกถอนหลักฐานทางทะเบียนและดำเนินการแก้ไขข้อความรายการทะเบียนให้ถูกต้องแล้วแต่กรณี

[ii] หนังสือสั่งการที่ มท ๐๓๐๙.๑/ว ๘ ข้อ ข. การรับแจ้งการเกิดและการออกสูติบ้ตร