ไม่ทราบว่าขณะนี้ท่านผู้อ่านมีความสุขในชีวิตหรือไม่ครับ คนส่วนใหญ่มักจะมองตนเองว่ายังไม่มีความสุข โดยเฉพาะเรื่องของการทำงาน เหมือนกับมองว่า ถ้าเรายังต้องเหนื่อยในการทำงานอยู่ ก็แปลว่าเรายังไม่มีความสุข
หลายๆ คนเข้าใจว่า คนที่มีความสุขก็คือ คนที่อยู่สบายๆ ไปวันๆ และไม่ต้องทำงานหนักอะไรมากมาย ซึ่งเรารู้สึกว่าเขาช่างสบายจังเลย ทำงานก็ไม่ต้องเหนื่อยยากอะไร แต่ก็อยู่อย่างสบาย ถามว่าจริงๆ แล้วใช่หรือไม่ คนๆ นั้นกำลังมีความสุขอยู่จริงหรือ
แล้วความสุขมันคืออะไรกันแน่
ผมเชื่อว่าแต่ละคนจะมีคำนิยามของความสุขที่แตกต่างกันออกไป และความสุขของคนหนึ่ง ก็อาจจะไม่ใช่ความสุขของอีกคนหนึ่ง ดังนั้นเราไม่อาจที่จะนำสิ่งที่เรียกกว่า ความสุข มาเปรียบเทียบกันได้ ว่าใครที่มีความสุขมากกว่ากัน ความสุขจะต้องอยู่ที่ตัวของเราเอง ทำไมเราจึงต้องไปเปรียบเทียบกับคนอื่นด้วยล่ะครับ ถ้าเรามีความสุขมันก็จบในตัวของมันเองแล้ว
เคยได้ยินคำพูดในลักษณะนี้หรือไม่ครับ
“ถ้าเราเป็นได้ครึ่งหนึ่งของเขา เราก็คงมีความสุขแล้ว” หรือ
“นี่ถ้าเรามีเงินเยอะๆ แบบเขาก็คงจะมีความสุขมากมายเลย” หรือ
“ถ้าหากว่าเราได้เลื่อนตำแหน่งสูงๆ แบบเพื่อนเรา ก็คงจะมีความสุขมาก” ฯลฯ
ถ้าผมถามต่อว่า เมื่อเรามีอย่างที่คนอื่นมีแล้ว เราจะมีความสุขจริงหรือ คำตอบก็คือ มันไม่แน่นอน จริงมั้ยครับ เพื่อนๆ ผมหลายคนเป็นคนที่เรียกว่ามีฐานะร่ำรวยคนหนึ่ง ก็ยังอิจฉาคนที่มีเงินน้อยกว่าเลยว่า จนเคยพูดออกมาว่า “ถ้าเราไม่ต้องมีเงินมากมายแบบนี้ก็คงจะมีความสุขกว่า เพราะไม่ต้องมานั่งเครียดเรื่องพวกนี้”
แล้วความสุขมันคืออะไรกันแน่ ในความเห็นผมนั้น ความสุขก็คือ ความพึงพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงาน เงิน ครอบครัว ฯลฯ เราพอใจในการทำงานของเราหรือไม่ ถ้ารู้สึกพึงพอใจ รู้สึกสนุก นั่นก็เรียกว่ามีความสุขได้เช่นกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้ท่านขวนขวายหาความก้าวหน้านะครับ เพียงแต่การขวนขวายนั้น จะทำอย่างไรให้มีความสุขไปด้วย
ผมเห็นผู้ใหญ่หลายคน ที่เป็นนายเก่าของผม และคนที่ผมนับถือ ผู้ใหญ่เหล่านี้ เขาทำงานอย่างมีความสุข เขาใช้ชีวิตทุกวันอย่างมีความสุข ถามว่าปกติเขาไม่เครียดหรืออย่างไร ก็ไม่ใช่ เห็นบางวันก็ยังทำงานเครียดอยู่ที่โต๊ะเลยครับ แต่เขารู้สึกสนุก และอยากทำงานนั้นให้สำเร็จ เพราะทำแล้วมีความสุข
ผมเชื่อว่าทุกคนต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้น และพยายามขวนขวายหาหนทางที่จะไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อความสุขในวันข้างหน้า เรามองไปไกลมาก จนเราลืมกันไปหรือเปล่าว่า เราสามารถทำทุกวันให้มีความสุขได้ เราไม่จำเป็นที่จะต้องรอจนถึงอายุ 40 ก่อนแล้วถึงจะมีความสุข ไม่จำเป็นที่จะต้องรอให้มีเงินล้านแล้วจึงจะมีความสุข
เราเลือกที่จะมีความสุขในแบบของเราในทุกวันได้ เพียงแค่ทำใจของเราให้มีความสุข มองโลกในแง่ดีเข้าไว้ วันไหนงานเยอะ ก็คิดในแง่ดีว่า ดีกว่าไม่มีงานให้ทำ วันไหนโดนนายตำหนิ ก็คิดว่า คำตำหนินี่แหละที่จะทำให้เราก้าวหน้า วันไหนลูกน้องทำงานไม่ได้ดั่งใจ ก็คิดว่า ถ้าเขาทำได้ดี ก็คงไม่ต้องมาเป็นลูกน้องเรา ฯลฯ
ดังนั้นความสุขทุกอย่างอยู่ที่ใจของเราครับ อ่านจบแล้ว ลองหลับตา แล้วทำใจให้มีความสุขสิครับ แล้วท่านก็จะมีความสุขครับ
สวัสดีค่ะ
ครูอ้อย เห็นด้วยกับบทความนี้ ทุกประการ
ครูอ้อย ไปเยี่ยม เจ้านายของคุณพ่อท่านหนึ่ง ที่อายุ 80กว่าปีแล้ว ตอนครูอ้อยยังเล็ก ครูอ้อย ไปวิ่งเล่นที่บ้านของท่าน เพราะลูกของท่านวัยเดียวกันกับครูอ้อย
ต่อมาลูกสาวของท่านคือเพื่อนของครูอ้อย เสียชีวิตกระทันหัน
ครูอ้อยอยู่ต่างจังหวัด ท่านได้ โทรศัพท์เรียกตัวครูอ้อยมาด่วน มางานศพของเพื่อน
จากนั้นมา ครูอ้อยจึง เหมือนเป็นลูกสาวของท่าน
บ้านของท่านราคาสิบกว่าล้านใหญ่โต แต่ไม่มีลูก
ครูอ้อยไปเยี่ยมท่าน เหมือนท่านจะบอกครูอ้อยว่า..ไม่มีความสุขเลย และมีความสุขมากที่ครูอ้อยไปหา ไปเยี่ยม
จริงอย่างที่ท่านเขียนค่ะ ร่ำรวยเงินทอง แต่ไม่มีความสุขค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ ที่ให้ข้อคิด เตือนใจ ในยามเช้าค่ะ
มีความสุขมากมายนะคะ
ความคิดเป็นตัวกำหนดชีวิตคะ
มองสิ่งรอบตัวเป็นอย่างไรใจเราก็เป็นเช่นนั้นนะคะ
ใจที่เบิกบานก็อิ่มเอิบด้วยความสุขคะ
ทุกข์สุขเป็นของคู่กัน
สำหรับตนเองแล้วชีวิตมีสุขคะ ทุกข์น้อยนิดเหลือเกินคะ
บางครั้งคนเราทุกข์แล้วมักจะคิดว่าคนอื่นทุกข์มากแบบเราก็มีนะคะ
ไม่เคยมองว่าชีวิตเกิดมามีแต่ทุกข์เลยคะ
แต่ละวันที่ผ่านไปก็ไม่ได้คิดเรื่องทุกข์อยู่ในสมองเลยนะคะ