เพื่อนร่วมเดินทางบางคนสงสัยว่า เหตุใดที่อิตาลีจึงมีข่าวเรื่องโจรกรรมมากนัก คนอิตาเลี่ยนอดอยากยากจนหรืออย่างไร

แผ่นดินสวิสเซอร์แลนด์-2

โสภณ  เปียสนิท

........................

 

                เพื่อนร่วมเดินทางบางคนสงสัยว่า เหตุใดที่อิตาลีจึงมีข่าวเรื่องโจรกรรมมากนัก คนอิตาเลี่ยนอดอยากยากจนหรืออย่างไร ได้คำตอบว่าที่มีการขโมยกันซึ่งหน้านั้นเป็นเพราะพวกยิปซีเร่ร่อนจำนวนมากอพยพเข้ามาทำมาหากินในเมืองท่องเที่ยว

 

                อากาศวันนี้ค่อนข้างสดใน ฟ้าหลังฝนไม่ว่าที่เมืองไทยหรือสวิสสวยงามไม่แพ้กัน แสงแดดอ่อนสาดส่อง ต้นไม้บางต้นเป็นสีเหลืองแก่ golden leaves ถนนหนทางบ้านเรือนดูสวยงามเป็นระเบียบ รถลอดใต้สะพานข้ามหลายแห่งจนผมเริ่มตั้งข้อสังเกต เรามุ่งหน้าสู่ทิศเหนือไปเรื่อย มองสองข้างทางเพลิน ๆ ไม่นานนักรถหยุดลงในสถานที่ค่อนข้างใหญ่โตแต่กว้างขวางอ้างว้าง เราถึงก่อนเวลานัดหมาย คงต้องรอราวครึ่งชั่วโมง เราต่างมีภารกิจที่ต้องทำนั้นคือการถ่ายรูปกลางแสงแดดและความหนาวเย็น

 

                 สถาบันการศึกษาซึ่งมีชื่อเสียงของประเทศสวิสมายาวนาน ETH Zurich (THE SWISS FEDERAI INSTITUTE OF TECHNOLOGY ZURICH) เป็นสถานศึกษาชั้นนำของโลกทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทียบได้กับสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลของประเทศไทยเหมือนกัน (ผมว่าเองนะครับ) เน้นคุณภาพการศึกษา อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการศึกษาพร้อม ผู้มีชื่อเสียงและได้รับรางวัลโนเบล มีส่วนสัมพันธ์กับสถานศึกษาแห่งนี้ถึง 21 คน รวมอัลเบิร์ท ไอสไตน์ด้วย

 

                  สถานศึกษาแห่งนี้จัดการศึกษาระดับปริญญาตรีโทและเอกในด้านวิศวกรรมศาสตร์ การก่อสร้าง คณิตศาสตร์ สถาปัตยกรรม เป็นต้น มีศาสตราจารย์มากถึง 356 คน และมีร้อยละ 58 คนที่ไม่ใช้ชาวสวิส มีการเรียนการสอนแบบสากล คือใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาเยอรมัน

 

                  ศาสตราจารย์มุลเล่อร์ ชายชราผมขาวโพลน คะเนอายุราว 60 ปี ท่าทางใจดีเดินออกมาต้อนรับคณะของเราด้วยร้อยยิ้มแห่งไมตรีจิต พาเราทั้งคณะเดินทางเยี่ยมชมห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ จุดชมวิวบนดาดฟ้าอาคารหลังหนึ่ง มองเห็นทัศนียภาพเมืองอุตสาหกรรมซูริคได้อย่างชัดเจน แล้วพาเข้าห้องโถง เชิญคณะบดีอีกคนเป็นผู้บรรยายการจัดการศึกษาของสถาบัน โดยใช้แผ่นโปร่งใสประกอบการบรรยาย

 

                พบนักศึกษาหญิงไทยคนหนึ่งได้ทุนรัฐบาลมาเรียนได้ราวหนึ่งปี คุยให้ฟังว่ายังลำบากด้านภาษาในการเรียนการสอนอยู่บ้าง เพราะยังมีอาจารย์หลายคนที่สอนด้วยภาษาเยอรมัน หรือภาษาอังกฤษสำเนียงเยอรมัน ซึ่งฟังให้เข้าใจได้อย่างลึกซึ้งค่อนข้างยาก ผมนึกชมอยู่ในใจ ผู้หญิงคนเดียวยืนหยัดเรียนรู้ท่ามกลางนักศึกษาต่างชาติ

 

                ผ่านแถวนักศึกษาใหม่จำนวนนับร้อยคนกำลังเข้าแถวลงทะเบียนเรียน จึงขอถือโอกาสถ่ายภาพแถวยาวของนักศึกษาระหว่างทำกิจกรรมเพื่อเป็นที่ระลึกเสียหน่อย

 

                หลังจากท่านศาสตราจารย์ชรานำเราเดินเยี่ยมชมขึ้น ๆ ลง ๆ จนเหนื่อยอ่อนกันพอควร จึงพาเข้าห้องอาหาร canteen ในสถาบัน และเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารว่าง ผมรับกาแฟหนึ่งถ้วยมานั่งดื่มเงียบ ๆ จดบันทึกความประทับใจในการเยี่ยมชม ท่ามกลางกิจกรรมอันหลากหลาย

 

                เจ้าหน้าที่ประจำร้านคงสับสนกับความไม่เป็นระเบียบของกระเหรี่ยงอย่างเรา จึงหายไปหลังร้าน ไม่นานนักมีพนักงานอีกคนออกมานั่งประจำที่แทน หน้าตาคล้าย ๆ กลุ่มเรา หลังการทักทายจึงรู้ว่าเป็นสตรีเหล็กจากประเทศไทยอีกคนที่ต่อสู้อยู่ที่นี่มานานหลายปี

 

                เสร็จภารกิจการเยี่ยมชม หัวหน้ากลุ่มมอบของที่ระลึกแด่ท่านศาสตราจารย์ผู้ให้การต้อนรับ เราต่างซึ้งน้ำใจในความน่ารักของชายชราผู้ทรงความรู้คนนี้ แม้หลังการอำลาภายในห้องอาหารเรียบร้อยแล้ว ยังเดินมาส่งพวกเราขึ้นรถ และรอจนกระทั่งรถบัสของเราออกเดินทางแล้วจึงเดินกลับสู่ตัวอาคาร

 

ลาก่อนชายชราผู้ทรงความรู้ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของสถานศึกษาแห่งนี้ ที่ก่อร่างสร้างชื่อเสียงด้วยการผลิตนักศึกษารุ่นแล้วรุ่นเล่าออกไปรับสังคมในและต่างประเทศจำนวนมาก ตลอดเวลาอันยาวนาน แม้ว่าจะมีอายุกาลยาวนาน แต่มองไม่เห็นร่องรอยของความชราในสถานศึกษาแห่งนี้เลย