แตรวง ศิลปพื้นบ้าน

บรรยากาศแห่งความสนุก

    การแห่แตรวงพื้นบ้าน ชาวสุพรรณบุรี ญาติพี่น้องสนุกสนาน ก็เลยพาให้เรานักดนตรีทั้งหลายมีความสุขไปด้วย ถึงแม้แดดจะร้อน หรือ อาจจะเหนื่อยไปบ้าง ก็มีความสุขดี

จนในบางครั้งบางที จะมีนางรำ ทักว่า "ไอ้หนู เราพักร่มกันแถวนี้กันก่อนไหม แล้วเดี๋ยวค่อยไปต่อ"  ก็มีความเป็นกันเอง

    จากประสบการณ์ในการเล่นของบุคคลากรนั้น มากมายเหลือเกิน ถึงแม้จะมีเด็กรุ่นหลังๆ มาเล่นด้วยแต่เด็กก็จะคอยพยายามสังเกตุวิธีการเล่นแบบดั้งเดิม คือ เป็นแตรล้วนๆ หมายถึง เป็นเครื่องเป่า ได้แก่ ทรัมเป็ท ทรอโบน ยูโฟเนียม เทนเนอร์ แซกโซโฟน อัลโต้ แซกโซโฟน  และเครื่องประกอบจังหวะพวกกลองเบสดัมม์ และกลองโซโล่ (บางคนเรียก:ทรีโอ)

    การถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ผู้จัดประกายในการเล่นแตรวง ก็คือ ลุงอนันต์ ดีปานแก้ว ซึ่งเป็นลุงของผมเอง ก็ดูท่านมาตั้งแต่เล็ก แล้วก็มีน้าในวงคนหนึ่ง ถือ เป็นแรกที่สอนผมเล่นเครื่องดนตรี อัลโต้ แซกโซโฟน น้าสงบ แล้วก็สืบทอดกันมาหลายๆ รุ่น  จนถึงตอนนี้ ก็รุ่นน้องบางคนก็เป็นลูกศิษย์ของผมเอง ประณต ณรงค์ พีท เหว่า แล้วก็รุ่นเล็กสุดท้องตอนนี้ ซ่าน แท๊ก

    การบรรเลงเดินแห่ดำเนินมาเรื่อยๆ จนถึงบ้านงาน ก็ได้เวลาอาบน้ำนาคตามประเพณี แตรวงก็จะต้องมีการบรรเลง เพลงที่บรรเลงส่วนใหญ่ ก็จะมีเพลงไทย ตัวผมเองจะเป่าเดี่ยว ลาวแพน ซึ่งตรงนี้ผมยอมรับว่าผมมีครูอีกท่านหนึ่งที่เรียกว่าสุดยอดของผมเลย ครูโกมิน สุนทรวิภาต ท่านเป็นลูกศิษย์ของ อาจารย์ลำจวน คงสำราญ และครูโกมิน นี่เอง ที่ท่านได้มอบโน๊ตเพลงลาวแพน ที่เป็นทางเดี๋ยวให้กับผม แล้วสอนผมจนผมเป่าได้ เป็นการสืบทอดเพลงของอาจารย์ลำจวน ไม่ให้สูญหาย ส่วนอีกเพลงก็คือ เพลงบรรเลงแขกเชิญเจ้า เป็นเพลงไทยเหมือนกัน นอกจากนี้ก็ยังมีเพลงลูกทุ่งอีกสองเพลงที่เรียกได้ว่า เป็นเพลงยอดนิยม คือ จิ๊กโก๋ลาบวช และ ค่าน้ำนม

     และนี่ก็คือที่มาของคำว่า   บรรยากาศแห่งความสนุก ไม่มีวันสิ้นสูญ เพราะยังมีคนรุ่นหลังสืบทอดจากรุ่นสู่ร่น

    เอาล่ะวันนี้ก็พอแค่นี้ก่อนแล้ววันต่อไปผมจะเอาเรื่องราวของแตรวง ศิลปะพื้นบ้านของคนไทยมาเล่าอีกน่ะครับ