เรื่องที่ 1 บทสัมภาษณ์นักธุรกิจไทยในรัสเซีย
คุณคิม หรือ คุณกีรชัย กิติยาดิศัย ถือเป็นนักธุรกิจไทยคนแรกๆ ที่เริ่มเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศรัศเซียตั้งแต่ช่วงที่ยังเป็นสหภาพโซเวียต โดยเริ่มจากการค้าขายกับประเทศโปแลน์หลังจากนั้นก็ได้เริ่มบุกเบิกเข้ามาพยายามติดต่อหาลู่ทางการค้าขายในประเทศรัสเซีย เบื้องต้นการค้าขายละสถานการณ์ต่างๆค่อนข้างผันผวนมากไม่มีอะไรที่แน่นอน ทุกๆๆอย่างเปลื่ยนแปลงตลอดเวลา อาทิ สถานการณ์การเมือง อัตราแลกเปลื่ยน การทำธุรกิจช่วงนั้นเป็นอะไรที่ยากลำบากมาก แต่ขณะเดียวกัน โอกาสทางการค้านั้นมีสูงมากจนไม่น่าที่จะเชื่อ อะไรอะไรก็ขายได้ ประเทศอยู่ระหว่างเปิดตัวเอง เพราะฉะนั้นความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคเรียกว่าไม่มีขีดจำกัดประเทศนั้นขาดสิ่งของเรียกได้ว่าแทบทุกอย่าง ปัญหาขณะนั้นก็คือจะนำเงินนั้นส่งออกมานอกประเทศได้อย่างไร ซึ่งนั้นก็คือ สามจุดหลักๆในการทำธุรกิจช่วงนั้น
การทำธุรกิจในรัสเซียนั้นต้อองมี local partner และจะต้องหวังว่าจะเป็นคนที่ดีด้วย ซึ้งคือกุญแจสำศัญไปสู่ความสำเร็จ ขณะเดียวกันก็ต้องมีวิธีป้องการไม่ให้เขามาโกงเราด้วยเช่นกัน
คุณคิมได้กล่าวถึงการทำธุรกิจในรัสเซียว่า มีความสำคัญอยู่ที่ว่า คุณรู้จักใคร และ คนที่คุณรู้จักมีตำแหน่งอะไร
ดังนั้นการหาหุ้นส่วนทางธุรกิจ (Business Partner) รัสเซียที่ดีและเชื่อถือได้จึงถือเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนี้ต้องมีการระบุส่วนแบ่งที่ชัดเจนระหว่างหุ้นส่วนทางการค้าไว้ในการจดทะเบียนบริษัทด้วย เพื่อรับประกันส่วนแบ่งที่แต่ละฝ่ายต้องได้คืนในกรณีทีธุรกิจมีปัญหา และอีกสิ่งหนึ่งที่ควรทราบ คือ เรื่องชำระเงินของรัสเซียที่ไม่นิยมการจ่ายเป็นเงินสดทันทีหลังจากได้รับของ แต่จะใช้เป็นการให้ Credit Term
30 – 60 วันแทน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
จากอดีตถึงปัจจุบัน คุณคิมได้ทำการค้าสินค้าหลากหลายชนิด ตั้งแต่อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง เสื้อผ้า และเครื่องสำอาง เป็นต้น
มุมมองเกี่ยวกับตลาดการค้าของรัสเซียในทัศนะของนักธุรกิจไทยที่ประสบความสำเร็จในตลาดรัสเซียและยุโรปตะวันออก คุณคิมมองว่าถึงแม้ปัจจุบันจะมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นในตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่การเริ่มธุรกิจใหม่ก็ยังสามารถทำได้ เพียงแค่ตัดความกลัวของตัวเอง แล้วหาผู้สนับสนุนที่ดี โรงงานที่สามารถรองรับกำลังการผลิตที่ต้องการ และระบบการขนส่ง (Logistics) ที่มีประสิทธิภาพที่จะช่วยให้การดำเนินธุรกิจ การค้าในรัสเซียประสบความสำเร็จได้
จุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ คือ แผนที่แสดงออกในรูปของผลงานที่จะต้องกระทำให้สำเร็จจุดมุ่งหมายในที่นี้คลุมถึงจุดสุดท้ายของการวางแผนและทิศทางของหน้าที่ด้านบริหาร
แบ่งโดยอาศัยการกระทำเป็นหลัก ซึ่งมี 2 ประเภทคือ
ก แผนเพื่อการกระทำซ้ำไป หรือเรียกอีกว่า แผนถาวร แผนในรูปนี้จะรวมนโยบาย วิธีการ และแนวปฎิบัติ
เข้าไว้ด้วยรวมถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยในองค์การ
นโยบายเป็นเป็นแผนถาวรที่กว้างที่สุด และเป็นแนวปฎิบัติไปสู่พฤติกรรมองค์การทั้งเป็นแผนทั่วๆไปของการกระทำ ซึ่งนำสมาชิกองค์การไปสู่ทิศทางของการปฎิบัติงายที่ต้องการ
วิธีการปฎิบัติงานเป็นเช่นเดียวกับนโยบาย แต่มีลักษณะทั่วไปน้อยกว่า แผนถาวรนี้เหมาะสมกับกิจกรรมที่ต้องการทำซ้ำกันในองค์การทุกขนาดไม่ว่าของเอกชนหรือรัฐบาล
ข แผนเพื่อแก้ปัญหาเกิดขึ้นไม่ซ้ำกัน ได้แก่แผนซึ้งกำหนดแนวการกระทำเพื่อใช้ในสถานการณ์หนึ่งโดยเฉพาะ
3. แบ่งโดยอาศัยเวลาเป็นหลัก แบ่งได้ 3 ระดับ
1.แผนระยะยาว ควรมีระยะเวลาดำเนินงาน5ปีขึ้นไป
2.แผนระยะปานกลาง มีระยะเวลาดำเนินงาน2ถึง5ปี
3.แผนระยะสั้น มีระยะดำเนินการ 2ปีลงไป
การวางแผนบริหาร
คือ การวางแผนทางด้านปฏิบัติงานให้การบริหารงานได้ผลและมีประสิทธิภาพ
การวางแผนโครงการต่อโครงการ
การวางแผนพัฒนาประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจแบบผสมมักเริ่มต้นด้วยการวางแผนย่อยหรือโครงการต่างๆขึ้น แต่ละโครงการมักไม่ค่อยประสานสอดคล้องกันมากนักและมิได้สอดคล้องกับแนวความคิดของแผนในระดับชาติ โครงการต่างๆจะถูกมาเรียงกันเพื่อผลทางงบประมาณ
การวางแผนการลงทุนของรัฐ ถ้ามีการเตรียมกันอย่างดีจะเริ่มกันด้วย
1.การประมาณทรัพยากรการลงทุนของรัฐที่มีอยู่ทั้งหมด
2.แบ่งทรัพยากรจากข้อ1ทั้งภายในและภายนอกประเทศโดยแบ่งออกเป็นกลุ่มการลงทุน
การวางแผนรวม เป็นการวางแผนการพัฒนาที่ก้าวหน้าที่สุด เพราะเป็นการวางแผนที่ครอบคลุมอย่างกว้างขวาง และคำนึงถึงสภาพทางเศรษฐกิจของสังคม
จากหนังสือ หลักและเทคนิคการวางแผน
เรียบเรียง อนันต์ เกตุวงค์
เรื่องที่ 2 บทสัมภาษณ์ "คุณแดง" สุรางค์ เปรมปรีดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุจำกัด
หลักการบริหาร
ต้องมุ่งมั่น ตั้งใจจริงกับการทำงานยิ่งถ้าประสบความสำเร็จแล้วก็ต้องช่วยคนอื่นด้วย เพราะถ้ากว่าที่เราจะมาถึงวันนี้ได้นั้นเราก็ต้องลองผิดลองถูกมาเยอะ อย่าหวงในวิชาความรู้
จาก www.siamdara.com
เรื่องที่ 3 แพทย์หญิงนลินี ไพบูลย์ ผู้บริหารกิฟฟารีน
วางแผน
หาจุดต่างแจ้งเกิด
จุดต่างแจ้งเกิด(Differentiation)ในการวางแผน(Positioning)ของสินค้าเป็นสูตรที่หลายๆสินค้าและบริการมาใช้เสมอ จุดต่างจึงต้องมีในสองส่วน คือผลิตภัณฑ์ที่เสนอต่อลูกค้า และระบบบริหารเครือข่าย คือ นอกจากให้ส่วนแบ่งเปอร์เซนต์ที่สูงแล้ว ยังให้ความรู้สึกต่อสมาชิกว่าเสมือนผู้ถือหุ้นบริษัทเช่นกันที่สามารถรับรู้รายรับ รายจ่ายบริษัทอีกด้วย
สูตรบริหาร
หลักการแรก คือต้องระมัดระวัง เมื่อมีข้อผิดพลาด ให้เร่งหาสาเหตุโดยเร็วที่สุดเพื่อแก้ปัญหาให้ถูกจุด
หลักการที่ 2 ใช้หลักจิตวิทยาในการบริหารบุคลากร และเครือข่ายของกิฟฟารีน ด้วยหลักการคิดที่ว่าทำให้คนที่ทำงานด้วยมีความสุข
โดย www.bangkaew.com