กำลังเคลิ้มๆ ก็รู้สึกว่ามีบุรุษ แต่งกายด้วยโจงกระเบนหยักรั้ง รัดกุม ใส่เส้อกั๊กลงยันต์ สีแดง ถือดาบโดดลงมาจากหลังคา มาตามเสาโรงงาน แล้วมายืนที่ปลายเท้า ทำท่าจะฟันผม

เจ้าที่โรงงาน 

หลายต่อหลายคนบอกว่า ช่วงที่สร้างโรงงานมีคน ตายตรงนั้น มีตายตรงนี้

ก็ตายแล้ว ป่านนี้คงไปเกิดใหม่แล้วมั้ง ไม่อยู่แล้ว เพราะที่นี่ก็ไม่ใช่บ้านเขา

คนก่อสร้างเอาไฟฟ้าไปชอ็ตปลา ในบ่อเก่าก่อนถมถูกไฟดูดตาย

คนก่อสร้างนอนตายในแค้มป์ตรงข้างโรงอาหารปัจจุบันนี้แหละ

ก็ที่ไหนไม่มีคนตายบ้างหนอ

พระพุทธเจ้าเองยังเคยบอกเป็นอุบายธรรม ให้ไปเอาเถ้าดินในเตาของบ้านที่ไม่เคยมีคนตายมาเป็นส่วนผสมของยาอายุวัฒนะ และก็หาไม่ได้แสดงว่า ทุกที่ ทุกบ้าน ล้วนมีคนตายเกิดขึ้นทั้งนั้น เป็นสัจจธรรม เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสิ่งที่สัตว์โลกต้องได้พบ หนีไม่พ้น

ตายแล้วไปไหน

ไปสู่อบาย สู่ภพ ตามเวรตามกรรของแต่ละบุคคล ใช่หรือไม่

ยากที่จะพิสูจน์ เพราะไม่มีใครเขียนจดหมายมาบอก หรือไม่มีใครโทรศัพท์มาบอกเลยสักคนหลังจากตายแล้ว

วันนั้น รู้สึกไม่สบาย กินยาแก้ไข้ เข้าไปรู้สึกง่วงมาก ทนไม่ไหว

ประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ

บอกลีดเดอร์ทุกคนไว้ว่า ถ้ามีปัญหาให้ขึ้นไปเรียกนะ จะนอนอยู่บนชั้นลอย ตรงโต๊ะทำงานนี่แหละ วันนี้ไม่ไหวขอนอนพักสักงีบ

เอากระดาษไปปูนอน เพราะยากำลังออกฤทธิ์ คงจะหลับสักงีบตื่นมาคงดีขึ้น

กำลังเคลิ้มๆ ก็รู้สึกว่ามีบุรุษ แต่งกายด้วยโจงกระเบนหยักรั้ง รัดกุม ใส่เส้อกั๊กลงยันต์ สีแดง ถือดาบโดดลงมาจากหลังคา มาตามเสาโรงงาน แล้วมายืนที่ปลายเท้า ทำท่าจะฟันผม

ผมก็ลุกขึ้นมานั่ง มองดู

มันก็กระโดดกลับไปทางเก่า

ผมก็นั่งดูอยู่พักหนึ่งก็ไม่เห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้นอีก ก็เลยพูดกับตัวเองว่า

“อะไรวะ! คนไม่สบาย ขอนอนหน่อยไม่ได้รึไง”

แล้วก็ล้มตัวลงนอนใหม่

มาอีกครับ ไม่พูดไม่จา ไม่ว่า ไม่คุย เงื้อดาบจะฟันท่าเดียว

“เออ กูไม่นอนก็ได้วะ”

ผมก็เลย ลงไปนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ลีดเดอร์มันก็มาถาม ว่าทำไมไม่ไปนอนพัก

นอนไม่หลับว่ะ!

มันก็เลยพูดก่อนไปทำงานต่อว่า

“นอนไม่หลับหรือเจอดีมาแล้ว”

ผมไม่ตอบได้แต่หัวเราะเสียงดัง

อีกหลายวันต่อมาจึงเล่าเรื่องนี้ให้บรรดาลีดเดอร์ผมฟัง ซึ่งหลายๆ คนก็เจอเรื่องคล้ายๆ อย่างนี้เหมือนกัน

ไม่เชื่อครับเพราะพิสูจน์ไม่ได้ ทั้งๆ ที่เจอกับตัวเองอาจเป็นเพราะช่วงนั้นเราเป็นไข้อยู่ก็ได้ เลยเห็นแบบนั้น

ในโลกนี้ ถึงแม้ความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุ จะก้าวหน้าไปมาก ในเขตเมือง

แต่ตามชนบท ที่ชาวบ้านเขายังใช้ชีวิต มีความเป็นอยู่ที่ ปกติเหมือนอดีต สมัยปู่ย่า ตายาย ก็ยังมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะเป็นไปได้ ก็ยังคงอยู่

ยุคที่ต้องพิสูจน์ตามหลักการของวิทยาศาสตร์ เพื่อความเป็นไปได้ เพื่อความน่าเชื่อถือ

แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้และยังเป็นที่ยอมรับและเชื่อ ของกลุ่มคนแต่ละกลุ่ม เหล่านั้นล้วนเป็นปัจเจกบุคคล

ถ้าความเชื่อเหล่านั้นไม่ได้ทำร้ายใคร จะไปลบความเชื่อเขาทำไม

ให้เขาปฏิบัติด้วยความสบายใจและความสุขดีกว่า

รวมถึงเรื่องผี ๆ ต่างๆ ที่พ่อ แม่ วงค์ญาติ และผองเพื่อนได้เล่าให้ผมฟังมาหลายเรื่อง บางเรื่องยังจำไม่ได้ก็เลยไม่ได้เล่าต่อ ที่เล่าให้ฟังเป็นส่วนหนึ่งที่จำได้

น้องชายเคยบอกว่า สงสัยอะไรก็รีบถามซะนะ ยังนั่งล้อมวงกินข้าวกันอยู่ครบ ถ้าไม่ครบแล้วก็จะถามไม่ได้

ก็จริง

ท่านล่ะ ยังถามได้อยู่หรือเปล่า เรื่องที่ท่านอยากรู้ รีบถามซะนะก่อนที่ท่านจะไม่อยู่ตอบ

ทุกวันนี้ผมเองก็เชื่อวิทยาศาสตร์ ไม่เชื่อเรื่องภูติผี ซักเท่าไหร่ แต่ก็พอมีคาถาอาคมบ้างพอป้องกันตัว

ไม่เชื่อแล้วมีทำไมก็ไม่รู้นะ

แล้วท่าน แล้วคุณ แล้วเธอละ เชื่อหรือไม่ว่า

“ผี.......(ไม่).. มี จริงหรือ”

.............................................................................................

ระวังคืนนี้มันจะมาหา หุ หุ หุ หุ หุ หุ หุ หุ หุ หุ

sekpornsawan  boonpetch