ชั้นสามไปไหน
ความเป็นอุตสาหกรรม การอพยพโยกย้ายแรงงานจากภาคเกษตรกรรมมาเป็นอุตสาหกรรม จากการใช้แรงงานในการทำไร่ ทำนา ทำสวน จับจอบ ไถ พลิกแผ่นดินให้เป็นเงิน เปลี่ยนมาเป็นการทำงานกับเครื่องจักร
นี่แหละความเป็นภาคอุตสาหกรรม
สิ่งที่ขาดหายไปของแรงงานคือ ความอบอุ่นจากครอบครัว
ภาวะความจำเป็นของคนบางครอบครัว ต้องแยกกันอยู่เพื่อการทำงาน เพื่อการแลกกับเงิน
ใช่หรือไม่ ?
คนทำงาน กรรมกร คนงาน พนักงาน ลูกจ้าง เท่ากับ ผู้ใช้แรงงาน มีหน้าที่ทำงานตามคำสั่ง ตามหน้าที่ เพื่อให้ได้มาซึ่งเงิน ค่าแรง หรือค่าจ้าง
สถานประกอบการ มีหน้าที่จัดสรรงานให้ผู้รับจ้าง หรือผู้ใช้แรงงานทำ โดย จ่ายเงินให้เป็นค่าตอบแทน เรียกว่า “ผลประโยชน์ ต่างตอบแทน”
ในรั้วของโรงงาน ที่ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แห่งหนึ่ง มีบริษัทที่ผลิตชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิคส์ อยู่ด้วย โดยใช้อาคารสำนักงาน ชั้นสอง และชั้นสาม เป็นสถานที่ทำงานผลิตสินค้า
อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ส่วนมากจะเป็นผู้ชาย
อุตสาหกรรมอิเล็คทรอนิคส์ส่วนมากจะเป็นผู้หญิง
ความก้าวหน้า ความเจริญเติบโตของธุรกิจ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
เพิ่มจำนวนพนักงานอีกเท่าตัวในสายการผลิต เพื่อเปิดกะกลางคืน
เพื่อเพิ่มยอดการผลิต ให้ได้ตามความต้องการของลูกค้า
แปดโมงเช้า ถึง ห้าโมงเย็น เป็นกะกลางวัน
สองทุ่มถึงตีห้า เป็นกะกลางคืน
หากผลผลิตยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ลูกค้าต้องการ ก็ต้องเปิดการทำงานล่วงเวลา
แปดโมงเช้าถึงสองทุ่ม กะกลางวัน
สองทุ่มถึงเจ็ดโมงเช้ากะกลางคืน
ชีวิตที่อยู่ในภาคเกษตรกรรมส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ที่บ้าน จากจำนวน 365 วัน ชีวิตที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่โรงงาน 277 วัน จาก 365 วัน ถ้าต้องทำงานล่วงเวลามากจำนวนวันที่อยู่โรงงานก็จะมากขึ้น จำนวนชั่วโมงที่อยู่โรงงานก็จะมากขึ้นตามไปด้วย
การรวมตัวกันอยู่หลายๆ คน ในห้องเดียวกัน ใครเป็นไข้ เป็นหวัดซักคน ก็อาจจะเป็นตามกันไปได้มาก
ห้องพยาบาลก็เป็นเหมือนสถานพยาบาลในเบื้องต้นที่ที่สถานประกอบการจัดไว้ให้เพื่อเป็นการบรรเทา หรือรักษาในเบื้องต้นเพื่อไม่ให้อาการลุกลามใหญ่โตต่อไป
ห้องพยาบาลจึงมีพนักงานเข้าออกมาก ต่อวัน
การจัดการด้านการรักษาพยาบาล เจ้าหน้าที่พยาบาลวิชาชีพที่ประจำอยู่ในห้องพยาบาลของบริษัท ก็ต้องจัดทำประวัติการรักษาพยาบาลของพนักงานไปด้วย นอกจากการวิเคราะห์ วิฉัยโรคและจ่ายยา ให้กับพนักงานที่เจ็บป่วย
ชั้นสามของบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่เป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิคส์ ก็เริ่มย้ายของไปยังที่ใหม่ ที่บริษัทเตรียมให้และอาคารต่างๆ ก็เรียบร้อยแล้ว ทำให้เริ่มขนย้ายไลน์การผลิตไปติดตั้งและย้ายคนงานไปด้วยโดยเริ่มที่ชั้นสามก่อนเป็นอันดับแรก
ห้องพยาบาลฃองบริษัทอิเล็คทรอนิคส์ ตั้งอยู่บนดาดฟ้าของอาคาร พนักงานที่เหลือก็จะอยู่บนชั้น 1 และชั้น 2 เพราะชั้น 3 ย้ายไปแล้ว
คืนหนึ่งที่มีความมืดปกคลุมโลกนี้เหมือนเดิม มีคนขึ้นไปหาพยาบาลเพื่อหายากินเหมือนเดิม และส่วนมากจะมากันทีละ 2 คนเพราะผ่านชั้น3 ที่มันว่างเปล่าและเงียบ
คนเรานอกจากกลัวความมืดแล้วความเงียบก็กลัว ... แปลกมั้ยหละ!
พนักงานหญิงคนหนึ่งขึ้นไปหาพยาบาลเพื่อขอยามาบรรเทาอากรปวดหัว
เลขที่บัตรอะไรจ๊ะ ?
แล้ววันนี้เป็นอะไร?
หมอและพยาบาลนี่แปลกนะ ชอบอยากรู้เรื่องชาวบ้านไปหมด วันนี้เป็นอะไร ชื่ออะไร นามสกุลอะไร ไปทำอะไรที่ไหนมา ไปกินอะไรมา อาการอย่างไร
น้องนางคนนี้ก็บอกกับพยาบาลว่าปวดหัวมากเลย เป็นมานานแล้วไม่หาย ขอยากินหน่อย ยาอะไรก็ได้ที่กินแล้วหายปวดหัว
พยาบาลก็บอกเป็นเชิงแนะนำว่ากลางวันก็ไปหาหมอที่โรงพยาบาลหรือคลีนิคก็ได้ ไปให้หมอตรวจดู จะได้ยามากินที่ถูกโรค จะได้หาย ไม่เป็นเรื้อรัง
บอกพรางก็จัดยาไปพลางเพื่อให้เป็นการบรรเทาก่อนที่จะไปหาหมอ เช่น
ยาแก้ปวด ลดไข้
ยาแก้แพ้(อากาศ)
ยาแก้อักเสบ
ยาลดน้ำมูก เป็นต้น
ช่วงที่รอพยาบาลจัดยา เธอก็ถามถึงคนชั้นสาม ว่าหายไปไหนกันหมด
พยาบาลก็ยังตอบแบบไม่คิดอะไรมาก
“นี่เธอไปอยู่ไหนมา ถึงไม่รู้ว่าชั้นสามเข้าย้ายไปอยู่โรงใหม่แล้ว”
อ้าวหนูก็อยู่ชั้นสามไม่เห็นมีใครบอกเลยนี่นา.. แล้วเขาย้ายกันไปนานหรือยัง ... เอ! ทำไมหนูไม่รู้เรื่องนะ
เมื่อเธอรับยาแล้วก็จากไป
พยาบาลก็บันทึกข้อมูลลงสมุดว่า ใคร รหัสอะไร แผนกไหน เป็นอะไร จ่ายยาอะไรให้ไปบ้าง และมารักษาเมื่อเวลาเท่าไร
เจ้าหน้าที่พยาบาลคนนี้บังเอิญเป็นพยาบาลแทนไม่ใช่พยาบาลที่อยู่ประจำเพราะวันนี้คนเดิมที่มาประจำเขาลา
อีกสักพักใหญ่ๆ ต่อมา
มีพนักงานหญิง สองคนขึ้นมาหาพยาบาล
เป็นอะไรกันจ๊ะ ?
หนูไม่เป็นไรหรอกแต่คนนี้มันเป็น หนูมาเป็นเพื่อนมันเท่านั้นแหละ
พนักงานทั้งสองคนที่ขึ้นมาคราวนี้เป็นพนักงานที่ทำงานอยู่ที่ชั้นล่าง อีกคนเป็นไข้ แต่อีกคนมาเป็นเพื่อน
พยาบาลก็เลยจัดยาให้
ขณะที่จัดยาก็นินทาคนที่เพิ่งมารับการบริการไปเมื่อครู่นี้ให้ฟังว่า
เมื่อกี้มีอยู่คนหนึ่งมาหา เธอบอกว่าปวดหัวมาก ละยังถามอีนะว่าคนที่ชั้นสามไปไหนกันหมด ช่างไม่รู้เรื่องเอาซะเลยจริงๆ นะ มิหนำซ้ำยังบอกว่าอยู่ชั้นสามอีก สงสัยจะโกหกเราแน่ๆ เลย
พนักงานทั้งสองคนมองหน้ากัน แล้วถามเกือบจะพร้อมกันเลยทีเดียวว่า
“ชื่ออะไรหรอ”
นี่ไงชื่อเขา
พอสองคนได้เห็นชื่อเท่านั้นแหละครับ เป็นกอดกันกลมเลยทีเดียวพรางบอกพยาบาลว่า คนนี้ ตายไปแล้ว โดยถูกรถบัสชนขณะออกกะ กลับบ้านตอน เจ็ดโมงเช้าเมื่อสองเดือนที่แล้วที่หน้าบริษัทนี่เอง
ทั้งสามคนคราวนี้นับรวมพยาบาลไปด้วย ถึงกับทำอะไรไม่ถูก พูดไม่ออก เลยต้องโทรเรียกหัวหน้าให้ขึ้นมารับลงไป เพราะมันต้องผ่านชั้นสาม และผีที่มาขอยาเมื่อครู่นี้ทำงานอยู่ชั้นสามด้วย
พอหัวหน้าขึ้นมารับ ตอนลง ลงกันไปหมดเลยครับทั้งพนักงาน ทั้งหัวหน้าและทั้งพยาบาลด้วย ไม่อยู่รอจ่ายยาแล้ววันนี้
และพยาบาลคนนี้ก็ไม่มาแทนใครที่นี่อีกเลยคงกลัวและเข็ดมากเลยนะจ๊ะ คุณพยาบาล
แต่ เอ!..... ผีปวดหัวด้วยหรือนี่
ชั้นสามเขาย้ายแล้วก็ยังไม่รู้ คงมาทำงานทุกวันมั้ง แต่ไม่มีใครเรียก ไม่มีใครชวนก็เลยไม่ได้ไปทำงานที่ใหม่กับเขาแล้วซี.........
sekpornsawan boonpetch