เคล็ดลับสุขภาพดี 8 ประการ


คุณบุหงา ตัวแทนทีมPCUคลองเตย-คลองเรียน นำมาฝากชาวPCU คะ

 

ทีมคลองเตย-คลองเรียน  เอาเรื่อง 

 เคล็ดลับสุขภาพดีของดร.อู๋

แปลและเรียบเรียง โดย แพทย์หญิงอินทิรา พัวสกุล

มาฝากชาวPCU คะ

 

  ทฤษฎีนี้เชื่อว่าร่างกายของมนุษย์เรามีพลังในการซ่อมแซมตนเอง ระบบภูมิคุ้มกันจะมีกลไกการ ป้องกัน โดยการยับยั้ง และทำลายแบคทีเรียและไวรัสที่เข้ามาในร่างกาย และมีกลไกในการ เยียวยาฟื้นฟูร่างกาย เมื่อเราเป็นหวัดและกินยา ยาไปฆ่าไวรัสได้แต่ระบบภูมิคุ้มกันจะไม่ทำ งานเต็มที่ และประสิทธิภาพอาจจะลดต่ำลงเป็นผลให้ร่างกายติดเชื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น

  หลักการของ ดร.อู๋ คือ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง  หลีกเลี่ยงการใช้ยาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หนังสือที่เขาเขียนได้ให้แนวทางทำให้สุขภาพดี 8 ประการคือ

1. ควรขับถ่ายอย่างน้อย วันละ 3 ครั้ง

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพคนอื่น อาจแนะนำ ให้ขับถ่ายวันละ 1 ครั้ง แต่ ดร. อู๋ กล่าวว่าไม่เพียง พอจำเป็นต้องขับถ่ายวันละ 3 - 4 ครั้ง เพื่อขับไล่ อุจจาระที่สะสมอยู่ในลำไส้ออกไป ตับจะไม่แบกภาระ มากและจะช่วยลด Cholesterol ในร่างกายด้วย

2. ในแต่ละวันควรดื่มน้ำผลไม้ปั่น หรือ น้ำผักปั่น อย่างน้อยวันละ 3 แก้ว

นี่คือหนทางที่จะได้รับ Phytochemicals อย่างเพียงพอ และทำให้เซลล์ของร่างกายและระบบ ภูมิคุ้มกันแข็งแรง ผักและผลไม้ควรกินทั้งเปลือก เนื้อ และเมล็ดปั่นเป็น Smoothies เนื่องจากเปลือก และเมล็ดมี Phytochemicals มาก เมล็ดผลไม้ส่วน ใหญ่มี Cyanide ในปริมาณน้อย จะไปฆ่า Bacteria และ Virus โดยไม่ทำอันตรายต่อเรา ถ้าจะให้ดี ต้องดื่ม Smoothies วันละ 6 แก้ว เช้า 2 แก้ว ก่อนอาหารกลางวัน 1 แก้ว บ่าย 2 แก้ว อีก 1 แก้วก่อนอาหารเย็น แต่บางคนอาจรู้สึกมากไป ก็เริ่มด้วยวันละ 3 แก้วก็ได้ ใช้ High Powered Blender (อยู่ต่ำ 3 แรงม้า) วิธีนี้จะไปดึง Phytochemicals จากเส้นใยผักและผลไม้ออกมา เลือกผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวดีที่สุด เช่น แอปเปิ้ลเขียว แอปเปิ้ลแดง องุ่น สับปะรด กีวี และมะนาว

3. ได้รับแสงแดดวันละ 30 นาที

เรามักได้ยินเสมอว่า UV จากแสงอาทิตย์ทำลายผิวหนัง และหลายคนต้องทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน แต่ ดร. อู๋ กล่าวตรงกันข้าม เขาบอกว่าแสง UV กลับไปเปลี่ยน Cholesterol ใต้ผิวหนังให้เป็นวิตามิน A ซึ่งช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และป้องกันมะเร็งผิวหนัง ส่วนวิตามิน D ช่วยป้องกันหวัด กระดูกพรุนและมะเร็งบางชนิด ดังนั้นร่างกายของเราควรได้รับแสงแดดวันละประมาณครึ่งชั่วโมง เวลากลางวันในช่วงเวลาที่เหมาะสมของแต่ละพื้นที่ แสงอาทิตย์จะช่วยให้สุขภาพดี

4. ออกกำลังกายวันละ 30 นาที

อย่าออกกำลังกายวันละมากกว่า 30 นาที มิฉะนั้นร่างกายจะ Overworked หัวใจ และร่างกายของเราจะทำงานหนักเกินไป

5. อาบน้ำร้อนแล้ว ตามด้วยน้ำเย็น

อาบน้ำร้อน 3 นาที แล้วตามด้วยน้ำเย็นครึ่งนาที ทำสลับอย่างนี้ 3 รอบ วิธีการนี้จะทำให้เลือดวิ่งไปเลี้ยงทั่วร่างกาย และเพิ่ม energy ด้วย ซึ่งช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน เพิ่มการไหลเวียนเลือด และเพิ่มเมทาบอลีซึม

6. ดื่มน้ำมาก อย่างถูกวิธี

ในวันหนึ่งเราต้องการน้ำมากเท่าใด ขึ้นอยู่กับว่า ขณะนั้นเราอยู่ในสถานะอย่างไร เช่น ถ้าอยู่ในห้องแอร์ ก็ดื่มน้ำประมาณ 6 แก้วก็เพียงพอ ถ้างานที่ทำต้องมีการเดินมาก ต้องดื่มน้ำประมาณ 8 - 10 แก้ว ถ้าทำงานกลางแจ้ง กลางแดด ควรดื่มน้ำ 10 - 12 แก้วต่อวัน วิธีการดื่มน้ำก็สำคัญ วิธีที่ดีคือ ดื่มทีละน้อยๆ บ่อยๆ เพื่อให้เซลล์ของร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ดี แต่ถ้าเราดื่มทีเดียวครั้งละมากๆ เซลล์จะไม่สามารถดูดซึมได้หมด และถูกขับทิ้งทางปัสสาวะไป

7. กินตามชนิดของกลุ่มเลือด

กลุ่มเลือดมีความสำคัญที่จะบอกว่า เราควรกินอะไร ถ้ากินอาหารผิดจะทำให้ป่วยได้  คนที่มีเลือดกรุ๊ป O ต้องกินเนื้อสัตว์ ถ้ากินแต่ผักเป็นเวลานาน ร่างกายจะไม่ดูดซึม แร่ธาตุหรือสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างภูมิคุ้มกัน ดังนั้นคนเลือดกรุ๊ป O ควรกิน ผัก 75 % ผลไม้ 10 % เนื้อ 10 % อาหารทะเลและนมแพะ 10 % (หลีกเลี่ยงนมวัว) ธัญพืช 5 %

คนที่มีเลือดกรุ๊ป A ต้องหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์และนม และเพิ่มการกินผลไม้และธัญพืช

8. กินตามนาฬิกาชีวภาพ

มนุษย์ทุกคนมีนาฬิกาชีวภาพ ที่จะบอกเราว่าเมื่อไรจะกิน นอน ตื่นนอน ถ้าเราไม่ปฏิบัติตามนี้ก็จะเสียสมดุล สารพิษ (Toxins) และของเสีย (Wastes) ไม่สามารถถูกขับออกจากร่างกายได้และ ในไม่ช้าเราก็จะป่วย

นาฬิกาชีวภาพ ของ ดร. อู๋ แบ่งเป็น 3 ระยะ

จากตี 4 ถึง เที่ยงวัน เป็นเวลาขับถ่าย เป็นช่วงที่ลำไส้เคลื่อนไหว ดังนั้น ในตอนเช้าจึงต้องกินอาหารที่มีไฟเบอร์มาก เช่น พวกผักและผลไม้ปั่น

จากเที่ยงวัน ถึง 2 ทุ่ม เป็นเวลาดูดซึมสารอาหาร ร่างกายจะดูดซึมอาหาร มื้อเที่ยง จึงเป็นอาหารมื้อสำคัญที่สุด ขอแนะนำอาหารพวกสลัดผัก และธัญพืช และเพิ่มปลา ไข่ต้มด้วยก็ได้ มื้อเย็นควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ เพราะอมิโนแอซิดจากเนื้อจะไปรบกวนการนอนหลับ สำหรับมื้อเย็นควรกินก่อน 18.00 น.

จาก 2 ทุ่ม ถึง ตี 4 เป็นเวลาแจกจ่ายสารอาหาร สารอาหารและพลังงานที่ได้รับจากอาหารจะกระจายไปยังอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย

เวลาทองของการนอนหลับ (The Golden time for your sleep) อยู่ระหว่าง 4 ทุ่ม ถึง ตี 2 ซึ่งเป็นเวลาที่ระบบภูมิคุ้มกันและการซ่อมแซมร่างกาย จะทำงานได้ดีที่สุด

ดร. อู๋ คือใคร :

ดร. ทอม อู๋ เป็นแพทย์ชาวจีน เมื่ออายุ 30 ปี เขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอด และได้รับคำบอกเล่าว่า เขาจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน

อย่างไรก็ตาม ดร. อู๋ ซึ่งบัดนี้ อายุ 70 ปี ได้คุยกับ my life เมื่อเร็วๆ นี้ว่า เขายังคงดูหนุ่มและสุขภาพดีเหมือนคนอายุ 50 ปี

ดร. อู๋ กล่าวว่า ร่างกายและความรู้สึก บอกผมว่า ผมสบายดี ผมมีสุขภาพดีจริงๆ

เขากล่าวว่า ยาสามารถรักษาโรคได้ไม่มีข้อสงสัย แต่พลังแห่งการซ่อมแซมภายในของเรา ระบบภูมิคุ้มกันของเราก็สามารถเช่นกัน สิ่งที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงคืออาหารธรรมดาๆ จาก Mother Nature และ Healthy lifestyle ในทัศนะของเรา ดังเช่น มะเร็ง เบาหวาน โรคหัวใจ สามารถเอาชนะได้โดยเปลี่ยนแปลงอาหารการกิน

ดร. อู๋ กล่าวว่า คนเราเจ็บป่วยเพราะกินอาหารผิด อาหารทอดทำให้เกิดหลอดเลือดแดงอุดตัน การไหลเวียนไม่ดี มีปัญหา Cholesterol และโรคหัวใจ แทนที่จะกินยาลด Cholerterol เขาน่าจะลดอาหารมันมากกว่า และแนะนำว่าให้กินอาหารสะอาด มี Phytochemicals สูง

Phytochemicals เป็นตัวทำความสะอาดโดยธรรมชาติ (Natural Cleansing Agents) จะไป

ละลาย Plague ในหลอดเลือด Psytochemicals มาจากอาหารธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้ เมล็ดพืช และสมุนไพรต่างๆ Phytochemicals จะทำให้สดชื่นมีพลังต่อสู่สิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย

 

จุดเด่นของ ดร. อู๋ คือ การพัฒนายาจากธรรมชาติ ทำให้เขาได้รับรางวัล “World Famous Doctor Award” จาก UN ในปี 2001 และ “The Best Wellness Doctor of the World Award” จาก India’s World Wellness Open University ในเดือนมีนาคม

ความลับที่เขาสามารถเอาชนะโรคมะเร็งปอด และยังคงมีสุขภาพแข็งแรงดี เขาได้เขียนไว้ในหนังสือ Dr. Wu’s Principle of Natural Cures เป็นภาษาจีน และได้แปลเป็นไทย ชื่อหนังสือ “ธรรมชาติช่วยชีวิต” จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์นานมีบุ๊ค จำหน่ายในเดือนมีนาคม

ดร. อู๋ กล่าวว่า เขาเขียนให้เข้าใจง่ายๆ เพราะผู้เขียนเป็นทั้งแพทย์และผู้ป่วยในคนเดียวกัน ดังนั้น Ideas และ Guidelines ทั้งหมดจึงมาจากประสบการณ์ของเขาเอง และสิ่งที่ได้เรียนรู้จากผู้ป่วย

ดร. อู๋ หันมาสู่ Natural Medicine

เริ่มแรก ดร. อู๋ เรียนการแพทย์ตะวันตกที่ประเทศฝรั่งเศส จากนั้นศึกษาการแพทย์ทางเลือกจนได้รับ ดอกเตอร์ จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาป่วยเป็นมะเร็งปอดตอนอายุ 30 แพทย์บอกเขาว่าหมดหวัง สายเกินกว่าจะรักษาได้ และคงอยู่ได้อีก 2 - 3 เดือน

สิ้นหวัง ดร. อู๋ หยิบไบเบิ้ลมา และสวดมนต์ถึงพระเจ้า ขณะนั้น ไบเบิ้ลตกลงพื้น ดร. อู๋ หยิบขึ้นมาและอ่านหน้าที่เปิดอยู่นั้น หน้านั้นกล่าวถึงพระเจ้าสร้างโลก และให้ทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับมนุษย์ จากนั้นพระเจ้าได้สร้าง Adam และ Eve และให้พืชผัก ผลไม้ เมล็ดผลไม้ เป็นอาหาร

ดร. อู๋ กล่าวว่า เมื่อก่อนผมกินเนื้อสัตว์ ปลา อาหารปิ้ง ย่าง ทอด ขนมหวาน แต่พระเจ้าต้องการให้เรากินผัก ผลไม้ชนิดเปรี้ยว ผมกลัวว่าอีกหน่อยผมคงอ่อนเพลีย เพราะกินแต่ผักมาก กินเนื้อน้อย แต่เขาก็ทำตามในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล โดยกินผักและผลไม้มาก ดื่มน้ำสะอาด ปรับแนวทางการดำเนินชีวิต การนอน การหายใจ และการออกกำลังกายเป็นประจำ

9 เดือนผ่านไป เขาไปตรวจสุขภาพ ไม่มีเซลล์

มะเร็งหลงเหลืออยู่เลย น่าประหลาดมาก เขาจึงแนะนำครอบครัวและเพื่อนบ้าน และศึกษา Natural Medicine จนได้รับ Doctor ate degree ด้าน Naturopathy และ Nutrition จาก US

ดร. อู๋ ได้รับเชิญไปบรรยายตามที่ต่างๆ ทั่วโลกบ่อย เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการบำบัดโดยใช้ธรรมชาติ และ Organic food และแนะนำประชาชนทั่วไปให้ใช้อาหารธรรมดา หนทางธรรมชาติในการต่อสู้กับการเจ็บป่วย และดูแลรักษาสุขภาพ

ที่มา : Bangkok Post mylife, May 7-13 2009, Vol 2 : 059

by : ANJIRA ASSAVANONDA

หมายเลขบันทึก: 382022เขียนเมื่อ 5 สิงหาคม 2010 15:50 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 23:19 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (5)

สวัสดัครับคุณ พยาบาล pcu

ขอบคุณที่นำข้อมูลดีๆมาแบ่งปันครับ

และขอฝากข่าวถึงชาวลูกจ้างกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมประชุมวิชาการ และแสดงมุฑิตาจิต ในวันที่ 4 กันยายน ณ. โรงแรมวรบุณี อโยธยา ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมสามารถ เบิกค่าเดินทาง ค่าที่พักได้ตามระเบียบของทางราชการครับ

  • สวัสดีครับ
  • ขอบคุณที่นำบันทึกดีๆ มาแบ่งปันครับ
  • โดยเฉพาะเรื่องอาหารผมมีประสบการณ์คือ มีป้ามาช่วยเลี้ยงลูกแล้วเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ซึ่งดูแลตัวเองดีมาก กินแต่แกงเห็ด ใส่ฟักทองใส่ปลา กับน้ำพริกผักลวก ผมก็ขี้เกียจทำกับข้าวหลายอย่าง ก็เลยกินด้วยทำอยู่อย่างนี้ 5-6 เดือน โคเลสเตอรอล ลดจาก 190 เหลือ 160 การกินที่เคร่งครัดช่วยเรื่องสุขภาพจริงๆ ครับ

สวัสดีคะคุณ วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei และชำนาญ เขื่อนแก้ว

ก็ช่วยconfirmความรู้เรื่องวิถีธรรมชาติการกินอยู่ที่เหมาะสมของมนุษย์ว่าเป็นวิธีที่ถูกต้อง ส่วนงานมุฑิตาจิต ในวันที่ 4 กันยายนที่ทำงานของพยาบาลPCUมีจนท.เกษียณอายุ 1 ท่านจะส่งข่าวให้ไปร่วมถ้าเจอฝากดูแลด้วยนะคะ

สิรามล เรืองพิศาล

ขอบคุณที่ให้ความรู้ดีๆ เเต่ขอให้บอกกลุ๊ปเลือด อื่นๆด้วย

ศิษย์ ดร.อู๋ ท่านใดพอมีข้อมูลช่วยอนุเคราะห์ด้วยนะคะ คนที่ไม่ไช่ gr.A และ gr.O ก็สนใจอยากทำตามเหมือนกันคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี