ติดตาม และเติมเต็มกำลังใจให้กับแกนนำ
เพราะ ผอ.เห็นความสำคัญของการขับเคลื่อนไปเป็นองค์กรไร้พุง เมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม 2553 ที่ผ่านมา ท่านจึงพยายามปลีกเวลามาชวนแกนนำคุย มาคราวนี้นอกจากพบปะสอบถามแกนนำเกี่ยวกับเรื่องราวที่กลับไปดำ เนินการในแต่ละงานแล้ว ท่านยังให้กลุ่มบุคลากรที่ต้องเข้า ค่าย Basic Boot Camp มาร่วมด้วย นัยว่าเป็นการให้รับรู้ด้วยกันทั้งแกนนำและผู้ที่ยินดีเข้าค่ายฯ
ผอ.นพ.ชัยพร พรหมสิงห์
กำลัง ลปรร.กับแกนนำ
ส่วนหนึ่งของแกนนำ
ที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันนั้น
การเตรียมความพร้อมสำหรับคนเข้าค่ายฯ ที่จะจัดขึ้นใน วันที่ 23-25 สิงหาคม 2553 ที่สนามสมโภช์ เชียง ใหม่ 700 ปี โดยผู้เขียนในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ อยากคิดใหม่ ทำใหม่ คราวนี้อยากฉีกแนวออกไปให้พ้นวงการสาธารณสุข อยากให้มีนักวิทยาศาสตร์การกีฬาสาวๆหนุ่มๆ จากการกีฬาแห่งประเทศ ภาค 5 เชียงใหม่ มาเป็นวิทยากรดูสักตั้ง ดูซิว่าจะสามารถกระชากใจป้าๆลุงๆให้หันมาใส่ใจออกกำลังกันจริงจังได้ไหม ????
และเพื่อให้วันเข้าค่าย ไม่มีการเรียกรถ Ambulance มาคอยให้บริการ เราจึงจำเป็นต้องมาเตรียมความพร้อมกันไว้ก่อน เพราะการเข้าค่ายกับผู้นำด้านกีฬา หรือที่เรียกกันง่ายๆว่า " โค้ช" ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เราคิด เพราะผู้เขียนเองก็เคยทำหน้าที่นี้มาก่อน เมื่อสมัยที่รับผิดชอบดูแลนักกีฬาจักรยานเยาวชน ถ้าบอกว่า "ต้องทำ" เราก็ต้องการให้คนที่เราบอก "ทำ" ประมาณนั้น อันนี้ไม่ได้ขู่ เพียงแต่อยากให้เตรียมใจบ้างเท่านั้นแล อิอิ
โดย ผอ.บอกว่า ช่วงนี้เรามีเวลาประมาณเกือบ 1 เดือน ขอเราไปฟิตๆกันไว้บ้างนะ (รวมทั้ง ผอ.ด้วย อิอิ )
วันนั้นผู้เขียนแอบเห็นผู้ที่จะเข้าค่ายกระชุ่มกระชวยในหัวใจอยากให้ถึงวันเข้าค่ายกันเร็วๆ และผู้เขียนสัญญาว่าจะเก็บภาพและรายละเอียดมาประจาน เอ๊ย..เล่าถ่ายทอดกันฟังค่ะ
วันนั้น ท่าน ผอ.ยังย้ำแกนนำและฝากให้เขียน One Page Summary มาส่งอีกคนละ 1 แผ่น เป็นการบ้าน เกี่ยวกับว่า
-
แกนนำได้กลับไปดูแลลูกทีมในหน่วยงานอย่างไรบ้าง
-
แกนนำได้ชักชวนใครมาออกกำลังกายเพิ่ม ใครบ้าง











คนตางนอกเปิ้นฮับเข้าค่ายตวยก่นิ...
น่าสนใจ๋เนาะ!!!!กำนี่จะบ่ามี๋ขี้ปุ๋มแล้วhahahahahaha
วันตี้ 23-25 จะไปผ๋กผ่อเน้อเจ้า..
ยิ๋นดีเจ้า
จะได้ยับเข้าค่ายโตย อิอิ
สวัสดีค่ะคุณหมอเขี้ยวที่คิดถึง
* มาชม มาเชียร์ และให้กำลังใจแกนนำโครงการไร้พุงค่ะ
* ครูใจดีป่วยอยู่ตั้งนาน แต่พุ่งไม่ยอมหายซักที ทำงัยดีคะ.... คือเป็นคนประหลาดไม่เหมือนชาวบ้านเขา คนอื่นป่วยเข้าจะผอม แต่ครูใจดีป่วยจะอ้วนเอ๊าอ้วนเอาค่ะ... เพราะว่าได้นอน กินครบ 3 มื้อเพราะต้องกินยา เลยบวมอ้วนตุ้ยนุ้ย พุงพุ้ยเชียว ฮา....
* ขอบคุณ คุณหมอเขี้ยวมากๆ นะคะที่ไปเยี่ยมและเป็นกำลังใจให้ยามเจ็บป่วย... ช่วงนี้อาการดีขึ้นบ้างแล้ว เพราะคุณหมอประจำตัว ท่านกลับมาจากต่างประเทศแล้ว ได้รับการตรวจรักษาจากท่าน แต่ก็ยังไม่เห็นเป็นปกติเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นจะนั่งหน้าจอนานๆ เหมือนก่อนไม่ได้ จะปวดหัวมากๆ เลย... ขอบคุณในความห่วงใย และน้ำใจที่มอบให้ค่ะ
* คิดถึงเสมอค่ะ
ดีใจด้วยที่อาการดีขึ้น
ฟื้นจากนี้ไป
เริ่มขยับ เท่ากับ ออกกำลังกายบ้างนะคะ
หัวใจจะได้ฟิตๆ ไม่เจ็บไม่ป่วยอีกค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัึสดีเจ้าปี้เขี้ยว...
บ่าเดี๋ยวนี้กะปู๋มมีน้อย ๆ แล้ว...
ยะจะใดดีหา...
สวัสดีค่ะพี่มนัญญา
เป็นกิจกรรมที่ดีและน่าสนใจมากค่ะ
ชื่นชมแกนนำทุกท่านค่ะ
มาชม
คนไร้พุงนี่
ดูดีนะครับผม...อิ อิ อิ
คุณมนัญญา สวัสดี ครับ
แวะมาเชียร์ บันทึกนี้ ของคุณ นะครับ
...โครงการไร้พุง....หลับตาเป็นภาพที่สวยงาม มาก ๆ เลย นะครับ
..
ด้วยความระลึกถึง ครับ
สวัสดีเจ้าปี้เขี้ยวอ่านจากพี่ๆตางบนนั้นก็น่าม่วนเนาะขยันออกกำลัง ทำไงน่ะต้องใหญ่ยื่นออกนัก..กว่านมน่ะ..ฮ่าๆๆๆ จัดก๋านอย่างไดนิ..ลดพุงเมื่อไหร่เป็นได้ดมยา อิดๆๆๆๆ..ขนาด..
ขอบคุณค่ะ
ออกกำลังกายเป็นยาวิเศษ แต่แปลกที่คนมักไม่ยอมทำ
ขอบคุณค่ะพี่คิม
สำหรับกำลังใจ เขี้ยวก้เล่นอยู้พักนึง
เดี๋ยวนี้เบื่อแล้ว
เล่นกับเฌอวาบ่อยๆ
เดี๋ยวจะลดไปเองเจ้า
บ่าเดี๋ยวนี้หายละยังเจ้า อิอิ
ขอบคุณค่ะ
ถ้าชวนมาเข้ากิจกรรมแกนนำจะชอบ
แต่คนที่แกนนนำต้องกลับไปดูแล ไม่ค่อยจะชอบ อิอิ
อันตี่ว่าก้มลงแตะพื้น พี่ยังย๊ะได้อยู่
แต่ออกกำลังกายแล้ว ปิ๊กมากิ๋น บ่าอู้จะว่าอะหยัง อิอิ
ขอบคุณค่ะอาจารย์
ทั้งๆที่รู้ว่าดูดี
แต่มันทำยากเนาะ
ต้องการกำลังใจกันสุดๆ
ขอบคุณสำหรับความระลึกถึง
เมื่อไหร่ไร้พุง
ลืมตัวมองตัวเอง ช่างสวยงาม
แต่ถ้ามีพุง ไม่อยากเปิดตามาดูเลย
ช่วงนี้บ้านเฮาฝนตกตึงวัน
บ่าได้ออกไปเดินแถวๆป่าเยี่ยวใกล้บ้านกับเจ้าตัวเล็กเลย
พุงเริ่มออกแล้วเหมือนกันเจ้า อิอิ