ในปัจจุบันด้วยความก้าหน้าของเทคโนโลยีอย่าคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการทำงานหรือศึกษาเรียนรู้มากๆ แต่ว่าเด็กไทยวันนี้นำคอมพิวเตอร์มาใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง คือส่วใหญ่นำมาใช้เพื่อความบันเทิง ในการเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ ในรูปแบบเกมส์ออนไลน์ต่างๆ ทำให้เด็กไทยขาดความสนใจในการเรียน ผมในฐานะที่เป็นครูสอนคอมพิวเตอร์ก็หนีไม่พ้นเรื่องนี้แน่นอน พบว่าเวลาที่กำลังสอนมีเด็กบางคนแอบเล่นเกมส์ตลอดพอครูเดินไปก็ทำเป็นย่อหน้าจอไว้ เด็กคิดว่ามันฉลาดแต่ก็ไม่พ้นสายตาของครู เป็นแบบนี้เรื่อยๆทุกๆวันและทุกๆกลุ่ม
ปัญหาสมัยใหม่ที่พ่อแม่ผู้ปกครอง บางคนต้องประสบก็คือปัญหาเด็กติดเกมส์ ซึ่งปัญหานี้พ่อแม่ผู้ปกครองสมัยเก่าจะไม่เคยพบ เพราะเกมส์เพิ่งจะมามีเอาเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเกมส์ที่เด็กติดนั้นจะเป็นเกมส์คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะเกมส์ออนไลน์ที่สามารถเล่นพร้อมไปกับคนอื่นที่อยู่ไกลๆกันได้ โดยอาการที่เด็กติดนั้นเด็กจะเล่นเกมส์ติดต่อกันได้นานๆหลายชั่วโมงโดยไม่ยอมหยุด หรือไปทำกิจกรรมอื่นเลย บางทีก็เล่นทั้งคืนจนสว่าง หรือเล่นทั้งวันทั้งคืนจนร่างกายทนไม่ไหวจึงจะหยุดพักผ่อน
ปัญหานี้จะสร้างความเครียด ความปวดหัวให้กับพ่อแม่อย่างที่สุด เด็กที่ติดเกมส์ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่ว่ายาก สอนยาก หรือดื้อรั้น ส่วนมากไม่ค่อยสนใจเรื่องการเรียน หรือเรียนไม่เก่ง เรื่องการงานก็ไม่ค่อยจะสนใจช่วยพ่อแม่ทำ เด็กบางคนใช้เงินที่พ่อแม่ให้ไว้กินขนมไปกับร้านอินเตอร์เน็ตจนหมด เด็กบางคนขดสนบางทีก็สร้างปัญหาเรื่องการลักขโมยขึ้นมาอีก
พ่อแม่ส่วนมากจะควบคุมลูกไม่ได้จึงทำให้ลูกติดเกมส์ หรือบางคนจะควบคุมได้แต่ลูกก็แอบหนีไปเล่นจนได้ เคยมีข่าวแม่จับลูกล่ามโซ่เพราะลูกชายแอบขโมยเงินไปเล่นเกมส์ ซึ่งแต่แรกพ่อแม่ก็ไม่เคยคิดว่าเพียงแค่ลูกเล่นเกมส์นั้นก็ดีเพราะลูกจะได้ไม่ไปไกลหูไกลตา และคิดว่าจะไม่คิดว่าจะเกิดผลเสียขนาดถึงกับทำให้ลูกเสียการเรียนและเสียอนาคตได้
โทษจากการติดเกมส์นั้นมีทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ซึ่งโทษโดยตรงนั้นก็คือทำให้เสียสุขภาพ คือเด็กจะไม่ได้พักผ่อน ไม่ได้ออกกำลังกาย เพราะเด็กจะนั่งเล่นเกมส์ติดต่อกันนานๆ อีกทั้งยังทำให้เสียเงินทองไม่ว่าจะใช้ซื้อคอมพิวเตอร์มาไว้เล่นเอง หรือไปเช่าร้านเกมส์เล่นก็ตาม เป็นต้น
ส่วนโทษโดยอ้อมก็คือทำให้เด็กเสียการเรียน เพราะเด็กบางคนไม่ยอมทำการบ้าน ไม่ยอมอ่านหนังสือเมื่อมีเวลาว่าง หรือบางคนก็แอบหนีเรียนไปเล่นเกมส์ และเมื่อการเรียนตกต่ำอนาคตก็ยากที่จะได้ดี เด็กบางคนก็หลอกเอาเงินพ่อแม่ว่าจะใช้เงินในการเรียนแต่กลับเอาเงินนั้นไปเล่นเกมส์ เด็กบางคนก็ต้องถูกจับเพราะลักขโมยเพื่อหาเงินไปเล่นเกมส์ เด็กวัยรุ่นบางคนถึงกับทำร้ายพ่อแม่เพราะพ่อแม่ไม่ให้เงินไปเล่นเกมส์หรือเด็กบางคนก
็ประชดพ่อแม่ที่ไม่ยอมให้เล่นเกมส์ถึงขนาดหนีออกจากบ้านหรือ ไปทำงานที่ไม่ดีเพื่อแลกกับเงิน เช่นขายตัว หรือขายยาเสพติด หรือทำผิดกฎหมายอย่างอื่นก็มี เด็กบางคนก็มีปัญหาทางสังคมเพราะเล่นเกมส์มากจนไม่มีเพื่อน เคยมีข่าวเด็กวัยรุ่นที่บ้าเกมส์ที่เป็นเกมส์ที่รุนแรง ชนิดยิงกัน ฆ่ากัน ทำร้ายกันแล้วมีปัญหากับคนรักก็เลยใช้อาวุธปืนไปเที่ยวยิงคนอื่นตายก็ยังมี ซึ่งเคยมีข่าวมาแล้วว่าทางประเทศจีนที่ลูกชายฆ่าแม่และทำร้ายพ่อเพราะไม่ยอมให้เงินไ
ปเล่นเกมส์ออนไลน์ เป็นต้น ปัญหาเด็กติดเกมส์นี้จึงไม่ใช่ปัญหาเล็กๆอย่างที่เราเคยคิดกันมาก่อนจริงๆ
แล้วเราจะแก้ปัญหาเด็กติดเกมส์นี้อย่างไร? ซึ่งปัญหานี้ก็เหมือนกับปัญหาอื่นๆ เช่นปัญหาเด็กติดยาเสพย์ติด ปัญหาเด็กเที่ยวเตร่ยามค่ำคืน ปัญหาเด็กยกพวกตีกัน ปัญหาเด็กผู้หญิงตั้งครรภ์หรือทำแท้ง ปัญหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นต้น ที่มันมีสาเหตุใหญ่มาจากสังคมที่เสื่อมทราม เพราะขาดปัญญาและขาดศีลธรรม
ผู้คนสมัยนี้แสวงหาความสุขใส่ตัวกันจนลืมนึกถึงว่าความสุขนั้นมันจะนำโทษภัยหรือปัญห
ามาให้อย่างไรบ้าง การที่เด็กติดเกมส์ก็เพราะการเล่นเกมส์นั้นมันให้ความสุขสนุกสนานอย่างมาก ผู้ที่สร้างเกมส์ขึ้นมาก็พยายามสร้างเกมส์ที่เด็กชอบ คือเล่นแล้วชอบหรือติดใจอยากเล่นต่อไปเรื่อยๆชนิดที่จะไม่ยอมหยุดจนกว่าร่างกายจะทนไ
ม่ไหว หรือถูกบังคับจริงๆ เกมส์ยิ่งสนุก เด็กก็จะยิ่งติด และก็เลิกได้ยาก เมื่อเล่นเกมส์นี้เบื่อแล้วก็จะต้องหาเกมส์ที่เล่นแล้วสนุกกว่าเก่ามาเล่นอีกเรื่อยไ
ป การเล่นเกมส์จึงเหมือนกับการติดยาเสพย์ติดนั่นเอง คือยิ่งเสพก็ยิ่งติดแล้วก็เลิกได้ยาก
ทำไมจึงเลิกเล่นไม่ได้หรือได้ยาก? ก็เพราะมนุษย์เรานั้นชื่นชอบหรือติดใจในความสุขด้วยกันทั้งนั้น เมื่อเสพความสุขชนิดใดใหม่ๆก็จะเห็นว่าพอใจแค่นั้น แต่พอนานๆเข้าความสุขนั้นก็จะจืดจางลงไปตามกฎของความไม่เที่ยงแท้ของธรรมชาติ แล้วก็จะทำให้เบื่อความสุขนั้น แล้วก็ไม่ใช่ว่าจะเบื่อไปหมด คือจะทำให้แสวงหาความสุขใหม่ๆที่ให้ความสุขเท่าเดิม หรือส่วนมากจะยิ่งกว่าเดิมจึงจะทำให้พอใจ แล้วก็ไปติดใจในความสุขใหม่ขั้นอีก จึงทำให้เกิดความติดอยู่อย่างนั้นเรื่อยไปยากที่จะละเลิกได้ ถ้าเกิดมีเวลาว่างขึ้นมาเมื่อใด จิตใจมันก็จะเกิดความหิวโหยอยากจะได้เสพความสุขนั้นขึ้นมาอีก ซึ่งก็คือเป็นอาการเบื่อหน่ายไม่อยากทำอะไรนอกจากจะเสพความสุขสนุกสนาน ยิ่งถ้าจำเป็นต้องทำงานหรือเล่าเรียน หรืออ่านหนังสือ หรือถูกบังคับไม่ให้ไปเสพความสุขสนุกสนานนั้นอีกก็จะไม่อยากจะเรียน ไม่อยากทำงาน ไม่อยากอ่านหนังสือหรือทำการบ้าน ถ้าจำเป็นต้องทำก็ทำอย่างไม่เต็มใจ คือทำด้วยความเบื่อหน่ายทุกข์ทรมานใจ จึงทำให้การเรียน หรือการงานที่ทำไม่ได้ดี ซึ่งการเล่นเกมส์นั้นก็อยู่ในลักษณะนี้ด้วย
การแก้ปัญหาเด็กติดเกมส์นี้จึงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ถ้าเพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คือบังคับไม่ให้เด็กเล่น หรือไม่ให้เงิน หรือไม่ให้มีคอมพิวเตอร์เป็นต้นนั้นยังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นตอ เพราะอาจจะใช้ได้เฉพาะกับเด็กบางคนที่ติดไม่มากและพ่อแม่ยังบังคับลูกได้ แต่เด็กที่ติดมามากแล้วและพ่อแม่ก็ไม่เคยบังคับลูกมาก่อนนั้นยากที่จะทำได้ ถ้าถูกบังคับก็อาจะสร้างปัญหาอื่นๆตามมาอีกก็ได้ เช่นเด็กอาจจะประชดชีวิต ไม่ยอมเรียนหนังสือ ไม่ยอมทำงาน หรือทำร้ายตัวเองหรือหนีออกจากบ้าน หรือหาเงินในทางที่ผิดกฎหมาย เป็นต้น
การแก้ปัญหาเด็กติดเกมส์นั้นจะต้องแก้กันให้หมดทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาว ซึ่งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้านั้นก็ต้องดูความเหมาะสมว่าควรใช้วิธีใดกับเด็กคนใด เช่นบางคนก็อาจใช้การบังคับไม่ให้เล่นเลย หรือบางคนก็อาจจะใช้วิธีกำหนดเวลาเล่นให้น้อยลงและเล่นตามเวลาและก็ต้องมีข้อแลกเปลี
่ยนด้วยเช่นต้องเรียนได้เกรดดีๆจึงจะให้เล่นเกมส์มากขึ้น หรือให้เด็กมีความรับผิดชอบในการทำงานเพื่อแลกเปลี่ยนก็ได้ ซึ่งเรื่องนี้พ่อแม่ก็ค้นหาวิธีการเอาเองได้ และพ่อแม่ก็ต้องใจแข็งอย่าใจอ่อนเด็ดขาด การรักลูกที่ถูกต้องไม่ใช่ว่าจะต้องตามใจลูกไปเสียทุกอย่าง นั่นเป็นความโง่เขลาของพ่อแม่อย่างที่สุด เพราะการตามใจลูกไปเสียหมดทุกอย่างนั้นจะทำให้ลูกเป็นคนมีนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง แล้วก็จะทำให้ลูกเป็นคนที่เกียจคร้าน ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ ดื้อรั้น ไม่มีความรับผิดชอบ เอาแต่สนุกสนาน ไม่ชอบทำงาน ไม่ชอบเรียน เป็นต้น แล้วลูกนั้นก็จะมีอนาคตที่ตกต่ำ หรือเสียคนได้โดยง่าย
ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาวนั้นต้องแก้กันหมดทั้งส่วนสังคมและส่วนตัว เช่นสังคมก็ต้องขจัดปัจจัยที่จะทำให้เด็กไปเล่นเกมส์ เช่น ไม่ให้มีร้านเกมส์ในเขตของตน หรือให้ร้านเปิดและปิดอย่างเหมาะสม หรือห้ามเด็กเล่นนานเกิน เป็นต้น ส่วนตัวคือทางบ้านก็ต้องควบคุมเด็กให้เล่นน้อยลง หรือถ้าเป็นไปได้ก็ห้ามเล่นเลย และถ้าเด็กคนใดที่ยังไม่เคยเล่นหรือยังไม่ติดก็ต้องควบคุมอย่างหนักเพื่อไม่ให้ไปติด
เพราะถ้าเผลอติดเข้าแล้วจะเลิกได้ยากเหมือนติดยาเสพติด
เมื่อไม่ให้เล่นเกมส์ก็ต้องหากิจกรรมอื่นมาให้เด็กทำแทน ซึ่งพอให้หากิจกรรมมาทำเราก็จะคิดกันแต่ให้ไปเล่นกีฬา ซึ่งมันมีผลน้อยเกินไป และอาจจะสร้างปัญหาใหม่ๆขึ้นมาอีก ซึ่งกิจกรรมที่จะให้ทำนั้นพ่อแม่จะต้องทำเป็นตัวอย่างด้วย ซึ่งกิจกรรมที่ดีที่สุดก็คือ การทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานอาชีพประจำ หรืองานอดิเรก หรือการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมก็ยิ่งดี ข้อนี้สำคัญมาก พ่อแม่จะต้องให้ความรัก ความอบอุ่นกับเด็ก ต้องอยู่กับเด็กอย่างใกล้ชิดให้มากที่สุด อย่าปล่อยให้เด็กไปเล่นไกลหูไกลตาหรือมีอิสระมากเกินไป การปล่อยให้เด็กมีอิสระมากเกินไปตั้งแต่ยังเด็ก แล้วจะมาบังคับตอนโตนั้นจะทำให้เด็กรับไม่ได้ เพราไม่เคยชิน เหมือนกับการใช้งานเด็ก ถ้าหัดใช้งานมาตั้งแต่ยังเล็กทีละเล็กทีละน้อย เมื่อเด็กโตขึ้นก็จะเป็นคนที่ใช้งานง่าย หรือว่าง่าย
สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การเสริมสร้างสติปัญญาให้กับเด็ก คือเราต้องรู้จักอบรมสั่งสอนเด็กให้รู้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี อะไรมีประโยชน์อะไรไม่มีประโยชน์ อะไรมีโทษ อะไรไม่มีโทษ โดยพ่อแม่นั้นจะต้องทำเป็นตัวอย่างให้กับเด็กด้วย ไม่ใช่เอาแต่สอนแต่พ่อแม่กลับไม่ทำเป็นตัวอย่างก็จะไม่ได้ผล ข้อนี้นับว่าสำคัญมาก ซึ่งพ่อแม่บางคนก็ยังทำเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกไม่ได้ ดังนั้นลูกจึงเอาอย่างพ่อแม่ คือเอาแต่พูดดีแต่ทำดีไม่ได้
สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือเรื่องสมาธิหรือความตั้งใจในการคิด การพูด และการทำงาน ถ้าเด็กขาดสมาธิ เด็กก็จะเป็นเด็กเลื่อนลอย พูดอะไรก็ฟังไม่ค่อยเข้าใจ หรือเข้าใจยาก จึงทำให้เป็นเด็กสอนยากและปัญญาทึบ และเป็นคนไม่รักความสงบ พอให้อยู่เงียบๆก็จะรู้สึกเบื่อหน่ายหรอทรมานใจจนอยู่ไมได้ และเป็นเด็กที่ไม่รู้จักคิด เอาแต่อารมณ์ ซึ่งเรื่องนี้แก้ได้โดยใช้สมาธิ
การฝึกสมาธิก็ต้องเริ่มจากพ่อแม่ที่ต้องฝึกกับลูก หรือสอนลูกและทำเป็นตัวอย่างด้วย เช่นพ่อแม่อาจจะพาลูกไปวัดหรือสถานที่ที่เขาสอนทำสมาธิ หรือแบ่งเวลาในการทำสมาธิเป็นครอบครัวอยู่เสมอๆเป็นประจำวัน การทำสมาธิก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องฝึกนั่งเสมอไป แม้การเล่นเกมส์ที่มีประโยชน์บางอย่างก็ช่วยฝึกทักษะและสมาธิได้เป็นอย่างดี อย่างเช่นเกมส์ปริศนาอักษรไขว้ หรือเกมส์ต่อคำภาษาอังกฤษ เป็นต้น สุภาษิตโบราณได้กล่าวไว้ว่า “ไม่อ่อนดัดง่าย ไม่แก่ดัดยาก” นี้เป็นคำสอนที่ถูกต้องที่สุด ดังนั้นการฝึกฝนจึงควรฝึกเด็กมาตั้งแต่ยังเล็ก ยิ่งเล็กเท่าไรก็ยิ่งดี เพราะจิตเด็กยังว่าง ยังสามารถเอาสิ่งที่ดีงามปลูกฝังเข้าไปในจิตใต้สำนึกของเด็กได้ ถ้าปล่อยให้โตแล้วจะทำได้ยาก เพราะจิตใต้สำนึกมันไม่ยอมรับ มันจะต่อต้าน เหมือนกับเราจะมาสอนเด็กติดเกมส์เอาตอนโตนี้จะยากกว่าสอนเด็กเล็กๆ จึงขอฝากให้พ่อแม่ผู้ปกครองทั้งหลายเอาเรื่องนี้ไปใคร่ครวญแล้วช่วยกันอบรมลูกหลานขอ
งเราให้เป็นคนดีของสังคมกันต่อไป.
สวัสดีครับ ผมมีประสบการณ์เรื่องเด็กติดเกมครับ แต่แก้ไม่ได้ทุกคนครับ แต่ก็ดีกว่าไม่แก้ ผมใหห้ครูนำรายชื่อมาให้ผมที่พบว่าแต่ละรายติดเกม มาฟังผมอธิบาย ผมจะไม่เป็นศัตรูกับเกม แต่ผมบอกว่าทุกวันเลิกเรียนทุกคนต้องมาพบครูที่ห้องสมุดเราจะเล่นเกมกันวันละ 60 นาทีทุกวัน ผมจะเล่นด้วยร่วมกับนกเรียน โดยฝึกการหาเกมที่เป็นวิชาการมาให้เล่น ใช้วิธีการนี้อยู่ 1 ภาคเรียนเวลาผมไม่อยู่ก็มอบหมายให้คนมาแทน ในการเล่นเกม นักเรียนต้องบันทึกด้วยว่า เล่นเกมอะไร และได้อะไรทุกคน พบว่านักเรียนไปเล่นตอบคำถามในรายวิชาที่เรียนประจำมากที่สุด ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ โดยตอบว่าถ้าเล่นเกมอื่น ๆ จะบันทึกยาก คือผลที่ได้ไม่รู้จะเขียนว่าได้อะไรนั่นเอง ผมลืมบอกไปว่า เด็กที่ผมมีรายชื่อ 63 คน แต่ผมคัดที่เหลือขอจริง ๆ มา25 คนมาเล่นเกมตามวิธีการที่ผมคิด ได้ผลเลิกเล่นเกมเลย 18 คน ที่เหลือยังกลับไปเล่นเกมอีก แต่อย่างไรก้ตามการดึงเด็กมาได้ 18 คนจาก 25 คนก็ถือว่ามหาศาล แต่อย่าลืมนะครับ คนที่ทำได้อย่างนี้ต้องมีอำนาจและบารมีครับ ทำไมผมทำได้ละครับ เพราะผมเป็นผู้อำนวยการ ผมเป็นผู้นำ ผมต้อง ผมต้องช่วยแก้ปัญหาร่วมกับครูทุกกรณี แต่ถ้าผู้อำนวยการไม่เห็นความสำคัญในปัญหาปล่อยให้ครูแก้กันเอง สำเร็จยากครับ บันทึกของคุณมีโอกาสทำให้คนที่มีประเด็นนี้ได้อ่านและแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ได้มาก ตัวอย่างที่ผมยกมาให้เห็นก็น่าจะเป็นแนวทางได้อีกทางหนึ่งได้ ขอบคุณที่แบ่งปันครับ
สติ กับสติสัมปชันญะอันเดียวกันหรือเปล่า