ลัทธิหลังสมัยใหม่เป็นคำอธิบายกระบวนการหรือแนวทางศิลปะ และการออกแบบทั่วไป เป็นการต่อต้านศิลปะที่เคร่งขรึม และ อยู่นอกเหนือความรู้สึกของลัทธิสมัยใหม

พื้นฐานการออกแบบ 

การออกแบบนยุคสมัยใหม่เป็นที่ยอมรับกันว่า ได้รับอิทธผลส่วนใหญ่มาจากสถาบันเบาเฮาส์ หลักการสำคัญของสถาบันเบาเฮาส์คือ ประโยชน์นิยม โดยมีความเชื่อว่าวัตถุย่อมมีความน่าสนใจ เมื่อได้รับการออกแบบ โดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก หลังจากแนวความคิดของสถาบันเบาเฮาส์ได้รับการย่อมรับอย่างกว้างขวาง ทั้งในยุโรปและอเมริกา ลัทธิหลังสมัยใหม่ ( Postmodern ) ก็เริ่มมีบทบาทขึ้นมา

ลัทธิหลังสมัยใหม่เป็นคำอธิบายกระบวนการหรือแนวทางศิลปะ และการออกแบบทั่วไป เป็นการต่อต้านศิลปะที่เคร่งขรึม และ อยู่นอกเหนือความรู้สึกของลัทธิสมัยใหม่ ที่ได้รับอิทธิพลมาจาก เบาเฮาส์ เดอะสไตส์ และศิลปะเชิงเหตุผลอื่นๆ งานออกแบบลัทธิหลังสมัยใหม่จะให้ความรู้สึกอิสระเชื่อมโยงอดีต แตกต่างจากการออกแบบที่มีเป็นแบบของเบาเฮาส์ โดยงานออกแบบหลังสมัยใหม่นั้นส่งผลกระทบต่องานออกแบบทุกประเภท

 

ปัจจัยที่ทำให้งานออกแบบเปลี่ยนแปลง

1.ความต้องการในการดำรงชีวิต จากการเปลี่ยนแปลงของสังคมปัจจุบันทำให้เกิดความต้องการในบริโภคสิ่งของต่างๆมี เพิ่มมากขึ้นไปด้วย ทำให้สินค้าต่างๆต้องทำการผลิตมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นงานระบบมวลผลิต หรืองานแบบช่างฝีมือก็ตาม ดังนั้นการออกแบบจึงเข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันเพื่อให้สินค้านั้นตรงตามความต้องการของผู้บริโภค

2.ความก้าวหน้าทางวัสดุและอุปกรณ์ เทคโนโลยีใหม่ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันส่งผลให้เกิดวัสดุและอุปกรณ์ที่มีความเหมาะสมสำหรับการออกแบบงานในลักษณะต่างๆขึ้นมากมาย อีกทั้งยังเป็นการลดข้อจำกัดที่วัสดุเก่าไม่สามารถทำได้ วัสดุจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการออกแบบ

3.ทัศนะส่วนบุคคลของนักออกแบบ เมื่อการออกแบบได้รับการยอมรับว่าเป็นศาสตร์ที่จริงจัง ทำให้เกิดการศึกษาทางด้านการออกแบบอย่างกว้างขวาง จึงทำให้เกิดการถ่ายทอดทางความคิด   ได้รับอิทธพลเกิดซึ่งกันและกัน

4.ศักยภาพของการออกแบบ ในปัจจุบันการออกแบบไม่ได้เป็นเพียงเพื่อความพอใจของนักออกแบบเท่านั้นการออกแบบยังต้องคำนึงถึงสิ่งอื่นๆด้วย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกระบวนการผลิต และความต้องการของผู้บริโภค

สิ่งที่นักออกแบบความต้องมีคือรสนิยมทางศิลปะและความคิดสร้างสรรค์

5.ทักษะในการออกแบบ ทักษะเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้งานออกแบบสัมฤทธิ์ผลถึงแม้นักออกแบบแต่ละคนจะมีทักษะและความสามารถทางการออกแบบที่ไม่เท่ากัน แต่ทักษะทางการออกแบบสามารถพัฒนาขึ้นได้อยู่เสมอ

6.ความคิดสร้างสรรค์ หมายถึง การคิดหรือการปฏิบัติที่มีการปรัปปรุงเปลี่ยนแปลงหรอสร้างใหม่ ให้แตกต่างกับสิ่งที่มีอยู่เดิมในทางที่ดีขึ้น งานด้านการออกแบบต้องกาความคิดสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก เพื่อให่ออกแบบบรรลุตามเป้าหมายหรือตรงตามความต้องการของผู้บริโภค

7.การผลิตตามความเปลี่ยนแปลง งานออกแบบต้องเปลี่ยนแปลงไปตามความพอใจและกระความต้องการของสังคม ดังนั้นการออกแบบจึงต้องศึกษาความเปลี่ยนแปลงทางสังคมไปด้วยเสมอ

8.ความเข้าใจในการออกแบบเฉพาะด้าน งานออกแบบในแต่ละด้านแม้จะมีความคล้ายคลึงกัน แต่ก็มีบางส่วนที่แตกต่างกัน ดังนั้นนักออกแบบจึงควรมีความชำนาญในการออกแบบแต่ละด้านโดยเฉพาะ เพื่อให้การออกแบบสัมพันธ์กับความจริงและได้ผลงานที่มีคุณภาพ

บรรณานุกรม

วิรุณ ตั้งเจริญ,ประวัติศาสตร์ศิลป์และการออกแบบ.กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์สันติศิริ:2545

ศุภชัย สิงห์ยะบุศย์,ประวัติศาตร์ศิลปะตะวันตก .กรุงเทพมหานคร:บริษัทวาดศิลป์จำกัด. 2547

อัศนีย์ ชูอรุณ,  ประวัติศาสตร์ศิลปะยุคฟื้นฟูและยุคใหม่ .กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์ . 2546

อารี สุทธิพันธ์,ศิลปนิยม.กรุงเทพมหานคร:สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.2535