น้องปลาเป็นเด็กค่อนข้างใจอ่อนจนดิฉันอ่อนใจ แกมักจะน้ำตาไหลได้ง่ายๆ ไหลเฉยๆ แบบไม่ฟูมฟาย คำถามที่จะถามเสมอ "แม่บาปมั๊ย"อาจเนื่องมาจากที่คุณพ่อชอบขู่ว่า"บาปนะอย่าทำ"และจะตกนรก" เวลาที่แกดื้อและทำอะไรไม่ถูกใจ โดยไม่อธิบาย น้องปลาคงสับสนว่าบาปคืออะไรแน่ 
              "แม่บาปมั๊ย" จะถูกถามบ่อยมาก คุณแม่เองก็เลี่ยงๆ ตอบว่าบาปคืออะไร คิดในใจว่ายากจัง ในการอธิบายให้เด็ก 7-8 ขวบเข้าใจเรื่องบาป  เนื่องจากแม่เองก็ให้ความหมายของ"บาป"แบบไม่รู้แน่ว่าถูกต้องหรือเปล่า  อีกทั้งไม่เคยถามพ่อ แม่ว่าบาปเป็นยังไง 
              วันหนึ่งลูกสาวเดินน้ำตาอาบแก้มมาแล้วบอกว่า "แม่...ลูกทำมดตายหลายตัว" บาปมั๊ย  "ดิฉันรวบรวมสติ" "พยายามเก็บอารมณ์รำคาญไว้" ตั้งใจจะสอนกันสักทีเรื่องบาปเนี่ยเพราะนึกสงสารแกว่าแกดูกังวลมากแกคงสับสนอย่างมากในเรื่องนี้ พร้อมๆกับพาลชิ่งโกรธไปถึงพ่อเค้า ที่ไม่รู้จะขู่อะไรกับลูกชอบขู่ว่าบาปซะทุกทีไป ทำให้ลูกสับสนไม่เข้าใจความหมาย กังวลและเกิดความกลัว
                จึงสอนไปว่า บาปคืออะไรที่เราทำแล้วไม่สบายใจ ลูกทำมดตายแล้ว ถามตัวเองซิว่า ลูกตั้งใจทำหรือเปล่า ถ้าลูกตั้งใจจะทำร้ายมดแล้วมดตาย เจ็บ  ผลของการทำคือลูกไม่สบายใจกังวล นั่นหล่ะคือบาปค่ะ"  ลูกถามต่อ "แต่ลูกไม่เห็นมด ลูกเห็นตอนมันตายแล้ว" ตอบยังไงดีทีนี้.........."มันผ่านไปแล้วทีนี้เอาใหม่นะคะ จะเดินก็ต้องระวังถ้าเห็นแล้วยังเหยียบอีกนั่นหล่ะคือการทำให้คนอื่นเดือดร้อน" เราจะไม่สบายใจบาปคือการไม่สบายใจค่ะ" 
ลุกพูด......."แล้วที่ทำตายไปแล้ววันนี้จะบาปมั๊ยแม่"  ลูกจะทำไงดี 
คุณแม่ไม่รู้จะทำไง ก็เลยชวนลูกไปที่หน้าพระ จุดธูป บอกให้ลูกนั่งนิ่งๆตั้งใจแล้วพูดสิ่งที่ลูกอยากพูด ถ้าลูกได้พูดอะไรออกมาจากใจแล้วหนูจะได้สบายใจขึ้น   "พระจ๋าหนูไม้ได้ตั้งใจคราวหลังหนูจะระวัง" ยกโทษให้หนูด้วย