ต้นไม้ในบ้านมีประวัติตามที่แม่อุ้ยเล่าให้ฟังว่า...

       หมู่บ้านชาวยองในจังหวัดลำพูน ที่ฉันถือกำเนิดและเติบโตมาจากท้องถิ่นนี้  สืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษที่อพยพย้านถิ่นฐานมาจากแคว้นสิบสองปันนา ในมณฑลยูนนาน  (แสวง มาละแซม 2544) ซึ่งปัจจุบันยังมีการติดต่อสื่อสารกันทางพุทธศาสนาเช่นทำบุญทอดผ้าป่าถวายให้วัดในเมืองยองในอำเภอเชียงตุง รัฐฉาน ประเทศพม่า

      ริมฝั่งแม่น้ำกวง ติดต่อกับน้ำปิงห่างเป็นดินแดนที่พ่อหม่อน แม่หม่อน เลือกมาตั้งถิ่นฐาน แม่อุ้ยเล่าว่า แรกๆที่เข้ามาอยู่ยังไม่เป็นหมู่บ้านเพราะมีคนอยู่น้อย ต่อมาก็มีจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น จนเป็นหมู่บ้าน

     บ้านของฉันมีเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ แม้ว่าจะอยู่กลางหมู่บ้าน แต่เหมือนอยู่ในป่าย่อมๆ เพราะมีต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นอยู่โดยทั่วไป เช่นต้นฉำฉา ต้นไม้ปันแถ  ไม้ดู่ ไม้ไผ่ ฯลฯ จนร่มครึ้มไปทั่ว   ต้นไม้ในบ้านมีประวัติตามที่อุ้ยเล่าให้ฟังว่า...

         สมัยก่อนในจังหวัดลำพูนมีต้นฉำฉาใหญ่อยู่ที่หน้าศาลากลางจังหวัดเพียงต้นเดียว เมื่ออุ้ยกลับจากขายผักที่ตลาดเดินผ่านหน้าศาลากลางจังหวัด เห็นฝักฉำฉาหล่นอยู่จึงเก็บใส่กระด้ง แล้วนำมาหว่านจนได้ต้นกล้า และนำไปปลูกจนต้นฉำฉาโตเต็มสวน อุ้ยยังบอกด้วยว่าชาวบ้านมาขอซื้อต้นกล้าฉำฉาเพื่อเอาไปปลูกที่บ้านของตน ฉันเคยสงสัยว่าก่อนที่จะปลูกต้นไม้ฉำฉาเป็นต้นอะไรมาก่อน  อุ้ยบอกว่าพื้นที่ที่ไม่มีต้นไม้ใหญ่ก็เป็นป่าคา  เมื่อมีคนมาจับจองทำรั้วไว้ก็เรียกว่าสวนคา เมื่อหมดฤดูฝนเจ้าของจะใช้เคียวเกี่ยวคาเก็บไว้เพื่อเอาไปไพหรือถักเป็นตับแล้วเอาไปมุงหลังคาบ้าน บ้านที่มุงด้วยคาจะเย็นสบายไม่ร้อน

         นอกจากต้นฉำฉาแล้วยังมีต้นไม้ปันแถ ซึ่งน้าของฉันทำงานที่ ศาลากลางจังหวัดบอกว่าไปขอต้นกล้ามาจากป่าไม้จังหวัด   น้าอธิบายว่าไม้ปันแถมีลำต้นตรงผิวเรียบใบมีสีเขียวสดใสเป็นมัน ก้านใบหนึ่งก้านจะมีใบสามใบ และแตกกิ่งก้านสาขาได้เร็ว  เมื่อต้นไม้โตและแข็งแรงแล้วก็มีคนเข้ามาดูและเอาครั่งมาเลี้ยงบนกิ่งไม้ ที่อยู่บนต้นสูงๆ  ฉันเห็นคนไต่ขี้นไปบนต้นไม้แล้วเอาสิ่งหนึ่งที่ห่อคล้ายๆข้าวต้มมัด แต่มีหางยาวเป็นพวงหลายๆห่อ เอาไปวางไว้บนกิ่งไม้สูงๆ  ฉันสังเกตว่าเมื่อผู้ใหญ่เดินผ่านต้นไม้จะแหงนดูแล้วพูดว่าปล่อยครั่งแล้ว หรือบางครั้งก็บอกว่าครั่งติดดี   เมื่อเวลาผ่านไปต้นไม้ที่ปล่อยครั่งจะมีใบเป็นสีดำๆ ไม่เขียวสดใส แต่บางต้นก็ยังคงมีใบสีเขียวอยู่  ซึ่งข้อนี้น้าได้บอกฉันว่าใบของต้นฉำฉามีขนนุ่มๆอยู่เวลาครั่งซึ่งเป็นสัตว์จำพวกเพลี้ยมันจะทำรังโดยการปล่อยของเหลวที่เป็นละอองปลิวตกลงมาถูกใบฉำฉาทำให้เกิดเป็นเชื้อราสีดำขึ้นโดยทั่วไป  แต่ถ้าครั่งที่ขึ้นตามต้นไม้ปันแถที่ผิวใบเป็นมันทำให้ละอองน้ำจากครั่งไม่เกาะติด ใบจึงไม่ดำ

            ถึงแม้ว่าที่บ้านฉันจะมีรายได้จากการขายครั่งซึ่งเป็นอาชีพที่ไม่เหนื่อยมากนัก เพราะมีคนมาฮานหรือตัดกิ่งไม้ มีคนเลาะครั่งหลายๆคน วิธีเลาะครั่งก็คือใช้มีดเลาะเอาปุ่มปมที่เกาะกิ่งไม้ออกโดยมีเสื่อที่สานด้วยไม้ไผ่รองครั่งไว้ ภาชนะต่างๆที่บรรจุครั่งจะเป็นสีแดงคล้ายเลือด แม้แต่มือของคนที่เลาะครั่งก็จะเป็นสีแดงไปด้วย  เมื่อบรรจุครั่งในกระสอบ เสร็จแล้วมีคนมาซื้อถึงที่บ้าน ฉันไม่รู้ว่าผู้ใหญ่ขายครั่งได้เงินมากน้อยเท่าไร แต่มีคนหลายคนที่มีอาชีพปล่อยครั่ง และเก็บครั่ง  ผู้ใหญ่จะฟังราคาซื้อขายครั่งทางวิทยุ  

        เมื่อฉันได้ฟังน้าพูดกับแม่ว่าเสื้อผ้าก็ที่ซักตากก็เปื้อนครั่งที่พ่นละอองลงมา ต่อมาก็มีคนมาตัดต้นไม้ลงหมดทั้ง  เหลือเพียงต้นไผ่กอเล็กๆที่อยู่ตามรั้วบ้าน                                                                               

        และฉันเข้าใจแล้วว่าสวนคานั้นเติบโตโดยที่ไม่ต้องหาต้นกล้ามาปลูกมันก็งอกงามได้เต็มสวน และมีญาติผู้ใหญ่มาเกี่ยวไปใช้มุงหลังคาได้จริงๆ