กระแสการสร้างจิตสำนึกอาสาสมัครกำลังเป็นที่จับตามองและเข้าใจว่าหลาย ๆ ฝ่าย เชื่อว่ากำลังมาแรง อิสรชน ในฐานะที่ได้ชื่อว่าเป็นแนวหน้าองค์กรแรก ๆ ที่จับงานอาสาสมัครเมืองกลับมีมุมมองที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงในหลาย ๆ แง่มุมที่สังคมกำลังพยายามสะท้อนออกมา

 

ประการแรกสังคมกำลังยัดเยียดข้อสรุปว่าคนส่วนใหญ่กำลังขาดจิตสาธารณะ หรือจิตอาสาสมัคร ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เรื่องดังกล่าวมันไม่ได้หายไปไหนยังมีอยู่มากมายแต่กระจายตัวคล้ายแสงของหิ่งห้อยกระพริบส่งแสงสว่างเล็ก ๆ เฉพาะตัวเท่าที่จะทำได้ไม่ได้ส่องแสงร้อนแรงดั่งกองไฟหรือดวงอาทิตย์

 

ประการที่สอง คือ วัยรุ่นในปัจจุบันมีแนวคิดมีจิตอาสาสมัครไม่น้อยไปกว่าคนในยุคก่อน ๆ หนำซ้ำจะมีมากกว่าด้วยซ้ำไป หากแต่ว่าเวทีในการทำกิจกรรมนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม หลายคน เป็นอาสาสมัครให้กับองค์กรสาธารณกุศลอย่างเงียบ ๆ ทำหน้าที่ที่ตัวเองถนัดแล้วมีความสุขตามอัตภาพนั้นไปไม่ได้ออกมาส่งเสียงดังๆ ให้คนสนใจ เพราะเขาทำแล้วมีความสุขไม่ได้อยากดัง

 

ประการที่สาม คือ สภาพสังคมเปลี่ยนไปจากเดิม จากสังคมที่เอื้ออาทรกัน กลายเป็นสังคมที่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันข้ามหัวกันเพื่อขึ้นไปรับตำแหน่งหน้าที่การงาน จะทำอะไรทีต้องมีเครื่องหมายรับรองหรือตอบแทนการทำงานไม่เช่นนั้นไม่ยอมทำหรือไม่ก็พาลไม่เห็นด้วยกันไปเลยก็มี ซึ่งในประเด็นนี้ก็ยังถือได้ว่าเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนของคนรุ่นใหม่ที่แอบทำเรื่องดีดีอย่างเงียบ ๆ ในองค์กรต่าง ๆ

  มาดูถึงทิศทางที่น่าจะเป็นในอนาคต งานหรือกิจกรรมอาสาสมัครควรจะเป็นอย่างไร อิสรชน คิดว่าควรจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกทางธรรมชาติ ไม่ควรเร่งรีบ ไม่ควรเข้าไปมีบทบาทในการสร้างอาสาสมัครที่เน้นจำนวนมากกว่าคุณภาพ เพราะ จิตสาธารณะ หรือจิตอาสาสมัครนั้น มักจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและมักจะมีความยั่งยืนยาวนานมากกว่า การเร่งรีบผลิตสิ่งที่คิดว่าใช่ให้ออกมาแล้วสร้างภาระให้สังคมที่ต้องหาคำตอบกันเมื่อพบว่า อาสาสมัครที่ผลิตขึ้นมาโดยกระบวนการที่เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพนั้น จะช่วยลดปัญหาสังคม หรือเพิ่มปัญหาให้กับสังคม เพราะแนวคิดเรื่องอาสาสมัคร เป็นเรื่องที่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ด้วยการที่คนใดคนหนึ่ง หรือคณะใดคณะหนึ่งคิดแล้วประกาศออกมาเป็นบทสรุปว่า เป็นแบบนั้นแบบนี้ งานอาสาสมัครจะต้องแพร่ขยายไปด้วยกิจกรรมและด้วยเนื้องานของมันเอง ไม่ใช่ให้ใครคนใดคนหนึ่ง คณะใดคณะหนึ่ง ไปเร่งผลิต ให้อาสาสมัครเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว แล้ว คิดเหมือนกันไปหมด เพราะอาสาสมัคร ไม่ใช่ เครื่องจักรสังหาร ที่ต้องมีกระบวนการผลิตจากแหล่งเดียวกัน   สิ่งที่อยากจะทิ้งท้ายไว้ก็คือ ใครก็ตามที่อยู่ในสังคมแล้วอยากทำอะไรดีดี เพื่อสังคมเล็ก ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา รอบ ๆ บ้านของเรา แล้ว ได้มีโอกาสลงมือทำ จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ตามนั่น คือสิ่งที่สังคมกำลังเรียกร้องได้เกิดขึ้นแล้ว  จิตสาธารณะ หรือ จิตอาสาสมัคร นั่นเอง