"เหนื่อย" กับการปฏิบัติงาน "ท้อ" กับผลงานที่เกิดขึ้น "ดีใจ" กับผูได้รับความสำเร็จ "เห็นใจ" กับเพื่อนร่วมทีมงาน

   กว่า 5 ปี ของการใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ของกรมส่งเสริมการเกษตร ที่เกิดผลงานของการปฏิบัติเป็นจุด ๆ เป็นหย่อม ๆ มีเครือข่ายทีมงานแยกย้ายกันลงไปปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ทุกหน่วยงานย่อย ไม่น้อยกว่า 100 หน่วยงาน ภายใต้คำว่า ทีมงาน KM

   รางวัลที่ได้รับคือ กำลังใจ มีเพื่อนใหม่ ๆ เกิดขึ้น มีการถ่ายเท ถ่ายทอด และแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ที่แต่ละคนพบเจอ ปฏิบัติ ลงมือทำจนมั่นใจว่า ตัวเราเองรู้เรื่องการจัดกระบวนการเรียนรู้จริง ๆ ตัวเราเองมีวิธีการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรที่ได้ผล และอื่น ๆ

   การเฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงของหน่วยงานต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นนั้น เริ่มมีให้เห็นเป็นระยะ ๆ มีหน่วยงานที่เริ่มรู้จัก KM มีหน่วยงานที่เริ่มใช้ KM และที่สำคัญมีหลายหน่วยงานที่เข้าใจ KM และเป็นแกนนำเพื่อจัดการความรู้สู่เจ้าหน้าที่และเกษตรกร เป็นต้นแบบเพื่อเผยแพร่และถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับกระบวนการจัดการความรู้เพื่อพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรให้ปรากฎเห็น

   ทีมงานการบริหารองค์ความรู้ระดับเขต เริ่มกระจายตัวเพื่อศึกษาเรียนรู้ "เครื่องมือการจัดการความรู้" กับหน่วยงานระดับจังหวัดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่น สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 4 จังหวัดขอนแก่น ลงพื้นที่เพื่อฝึกตนเองเกี่ยวกับ "วิธีการถอดบทเรียนจากกรณีตัวอย่างที่ได้ผล" และวิเคราะห์สรุปสถานการณ์การใช้เครื่องมือ KM ของจังหวัดภายในเขตตนเองที่รับผิดชอบ 19 จังหวัด

   นอกจากนี้ สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขต 6 เขต นำการจัดการความรู้เข้าสู่ระบบส่งเสริมการเกษตรได้บรรลุผล มีการค้นและและจัดเก็บองค์ความรู้จาก Best Practice คือสำนักงานเกษตรจังหวัดดีเด่น ด้านการใช้เครื่องมือ KM

   ในขณะนี้ ทุกทีมงานที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนการจัดการความรู้ได้เชื่อมโยงข้อมูล วิเคราะห์ผล เพื่อรายงานผลสรุปเป็นภาพรวมของหน่วยงานของตนเองด้วย ได้แก่ กอง/สำนัก/เขต และจังหวัด คณะทำงานย่อยฯ 4 ทีม และคณะทำงานกลาง ทั้งนี้ก็เพื่อสรุปผลงานร่วมกันเป็นภาพรวมของการจัดการความรู้ในรอบปี 2553 ตลอดจนเตรียมความพร้อมสำหรับนำเสนอผลงาน "การจัดการความรู้เพื่อพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร" ในเวทีกลางขององค์กรร่วมกัน ประมาณเดือนกันยายน 2553 ค่ะ