ปันส่วนที่เหลือ....เจือส่วนที่ขาด
ทีมงาน : นักล่าฝัน ๑๖ วันครั้ง
ประสบการณ์ดีดี...มีไว้ให้แลกเปลี่ยน
สวัสดีอีกครั้งครับ มิตรรักแฟนประจำ (หรือแม้แต่ชั่วคราว ก็ตามที) อย่าเพิ่งเบะหรือเบื่อนะครับ พอดีว่ามีเรื่องดีดี มาเหลาให้ฟังครับ ก็คงยังไม่พ้นเรื่องของ SRM หลายๆ ท่านคงจะคุ้นชินกันแล้ว กับ SRM คงไม่มีใครไม่รู้จัก ใช่ไหมครับ (ดังพอๆ กับ เรื่องเด่นเย็นนี้เลยนะครับ SRMน่ะ) ครั้งนี้ผู้เขียนจะมาถ่ายทอดบทเรียนบางส่วน (ส่วนน้อยนิดเท่านั้นนะครับ) จากที่ได้ร่วมกิจกรรมบวกกับสังเกตการณ์เพื่อเรียนรู้ การจัดทำแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ในพื้นที่ต่าง (ขอบอกว่าไม่มากนะครับ มีโอกาสลงไปได้ไม่กี่พื้นที่เอง)
ต้องขอบอกว่าในการถ่ายทอดเครื่องมือ SRM สำหรับการสร้างสุขภาพ โดยประชาชน เพื่อประชาชนนั้น เป็นเรื่องที่จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย ผู้เขียนว่า ขึ้นอยู่กับมุมมองและการยอมรับของแต่ละคน ที่สำคัญ ความพร้อม ความต้องการที่จะเรียนรู้และรู้เรียน รวมถึงการนำไปใช้ต่างหาก ที่จะช่วยให้ประสบผลสำเร็จเร็วขึ้น
เอาหล่ะครับ พึมพำมาพอสมควรเข้าเรื่องเลยแล้วกันเน๊าะ ผู้เขียนขอสรุปแบบนี้นะครับว่า ในการจัดกระบวนการนั้นควรจะคำนึงถึงองค์ประกอบในส่วนต่างๆ ดังนี้
๑.ผู้บริหารท้องถิ่น
จากที่เคยบอกว่า “ถ้าผู้นำไม่ลงเรือลำเดียวกัน ก็จะลำบากสักหน่อยในการเดินทาง เพราะขาดผู้กำหนดทิศทาง” ดังนั้นจึงควรที่จะถ่ายทอดให้ผู้นำท้องถิ่นเห็นความสำคัญ ให้ความร่วมมือ อย่างน้อยก็อาจจะมอบนโยบาย บอกจุดหมายปลายทางหรือสิ่งที่คาดหวังของชุมชนในอนาคต เกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพ (ท้องถิ่นคือแหล่งทรัพยากรหลักที่สามารถช่วยเหลือได้)
หากผู้บริหารติดภารกิจไม่สามารถมาเปิดงาน หรือมาร่วมกิจกรรมได้ เพื่อนพ้องน้องพี่ก็อาศัยสอบถามประเด็นนอกรอบก็ได้ครับ (ตอนไปส่งหนังสือเชิญประชุมน่ะ) ว่า “ท่านนายกฯ มีคำแนะนำหรืออยากให้ทิศทางในการสร้างเสริมสุขภาพของชุมชนเป็นไปแบบไหน หรือมีประเด็นสุขภาพที่อยากให้มีการพัฒนาในเรื่องใดบ้าง” เท่านี้ก็จะมีประเด็นสำหรับชวนกลุ่มหรือชุมชนคุยแล้วหล่ะครับว่า ประเด็นสุขภาพที่ผู้บริหารกำหนดนั้นมีเรื่องใดบ้าง
๒.ผู้บริหารสาธารณสุข
สำคัญมากคือกำลังใจจากผู้บริหาร การเห็นความสำคัญ ความใส่ใจและให้กำลังใจทีมงาน รวมถึงการกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบสุขภาพด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า SRM (อย่างน้อยในระยะ ๔-๕ ปีนี้ ผู้เขียนเชื่อว่า SRM จะยังคงอยู่ จนกว่าทีมนักคิด นักวิชาการเบื้องบนทั้งหลายจะมีเวลาว่างเหลือเฟือ คิดเครื่องมือชนิดใหม่ขึ้นมาแทน SRM)
ประเด็นในการดำเนินงานสร้างสุขภาพ จากผู้บริหารสาธารณสุข ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกันนะครับ เพื่อนพ้องน้องพี่ต้องสอบถามความต้องการของท่านด้วยว่า ท่านวางการพัฒนาระบบสุขภาพ การส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบไปในทิศทางไหน ท่านต้องการเน้นกลุ่มเป้าหมายในเรื่องใดบ้าง
๓.ทีมงานผู้จัดกระบวนการ
ในความหมายก็คือ เพื่อนพ้องน้องพี่นั่นแหละครับ ก่อนที่เราจะก้าวเดินออกมาเป็นผู้ให้การสนับสนุน เปลี่ยนบทบาทจากผู้ให้บริการ เป็นผู้สร้างเวที สร้างกระบวนการ เราต้องเริ่มเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับชุมชน จนกว่าชุมชนจะสามารถดำเนินการได้เอง
ความเชื่อมั่น ความศรัทธาในเครื่องมือที่ชื่อ SRM เป็นเรื่องสำคัญนะครับและต้องไม่ดูถูกความสามารถของประชาชน ขึ้นชื่อว่า มนุษย์ ต้องพัฒนาได้
ความพร้อมของทีมงานที่จะเรียนรู้ ต้องไม่ปิดกั้น เปิดรับเรื่องใหม่ๆ ทดลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ เพราะถ้าเรายังปฏิบัติเหมือนเดิม ทุกอย่างก็เหมือนเดิม.....เหนื่อย
๔.องค์ความรู้และข้อมูลสุขภาพ
การเชื่อมโยงความคิด การเปิดประเด็น การถามไล่ลำดับเหตุการณ์ เราต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมข้อมูลสุขภาพและองค์ความรู้ในประเด็นต่างๆ ไม่จำเป็นต้องรู้ลึกหรือรู้รอบ แต่เราควรจะรอบรู้ เพื่อที่จะเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ชุมชนแสดงความคิดความเห็นออกมาได้อย่างราบรื่น
ในเชิงวิชาการเพื่อนพ้องน้องพี่สะสมประสบการณ์มาแล้วหลายปี มีความเชี่ยวในเรื่องของสุขภาพมากกว่าชุมชน กิจกรรมต่างๆ เราดำเนินการให้ชุมชนมานับไม่ถ้วน ณ วันนี้เรากำลังที่จะเปลี่ยนบทบาทของชุมชนให้สามารถปฏิบัติกิจกรรมด้วยชุมชนเอง ด้วยวิธีการของเขาเอง โดยเราสนับสนุนเทคนิคเชิงวิชาการ
๕.สถานที่/วัสดุ/อุปกรณ์/เวลา
สถานที่ส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญในการสร้างบรรยากาศการพูดคุยแลกเปลี่ยน ต้องไม่คับแคบเกินไป อากาศต้องไม่ร้อนอบอ้าว จะทำให้มีสมาธิดีขึ้น(ไม่ต้องถึงขนาดหาห้องแอร์ประชุมนะครับ) ศาลาวัดโล่งๆ อากาศถ่ายเทดีดี ไม่มีสิ่งเร้าภายนอกมารบกวนก็โออยู่ครับ
วัสดุ/อุปกรณ์ เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ หากไม่มีก็ไม่ต้องกังวลครับ เพราะหลายๆ พื้นที่ก็ใช้วิธีการแบบบ้านๆ คือกระดาษกับปากกาสีนี่แหละครับ เขียนให้ชุมชนได้ดูไปด้วยกันเลย สนุกไปอีกแบบ
เวลา ตัวนี้ก็สำคัญไม่น้อย หลายท่านคิดว่า ทำให้มันจบๆ ไป วัน ครึ่งวัน ก็พอ ผู้เขียนเห็นว่า อย่าให้เวลามาเป็นตัวปิดกั้นการเรียนรู้เลยครับ ลงทุนเวลาสักนิด อาจไม่ต้องให้ถึงขนาดเย็นย่ำค่ำมืด แต่ดูภาวะอารมณ์ ความพร้อมที่จะเรียนรู้ของชุมชน จะเลิกเที่ยง เลิกบ่ายก็ได้ครับ อย่างน้อยสัก ๒ วัน เพราะการรับรู้ในวัยผู้ใหญ่นั้น ๗๐% มาจากการที่ผู้เรียนได้พูดได้แสดงความเห็นและ ๙๐% ได้มาจากผู้เรียนลงมือทำ ดังนั้นต้องให้เวลา อย่ากดดัน หากไม่มีความพร้อมให้หยุดในทันที แล้วหาโอกาสมาดำเนินการต่อครับ
๖.กลุ่มก่อการของชุมชน
การจะหาทีมร่วมทำงานเพื่อเป็นกลุ่มก่อการ(สร้างและใช้แผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์)นั้น ผู้เขียนแนะนำให้เฟ้นหาแกนนำที่มีความตั้งใจ เต็มใจ มีจิตสำนึกและศรัทธา ที่จะทำงานแนวนี้ ประเภทประชุมไม่มา พัฒนาไม่อยู่ วิชาการไม่รู้ อยู่ไปวันๆ ไม่ต้องเชิญมานะครับ เพราะว่าเรากำลังจะสอนให้คนทำพูด สอนให้คนพูดทำ ในทุกๆพื้นที่ผู้เขียนเชื่อว่าต้องมีครับ บุคคลประเภทประชุมมา พัฒนาอยู่ วิชาการรู้ อยู่อย่างสมศักดิ์ศรี พร้อมรับการพัฒนาศักยภาพ
หรืออีกนัยหนึ่งเราอาจจะมองหา คนที่พูดแล้วคนอื่นฟัง หรือหาคนที่ คนอื่นๆ อยากฟังคนคนนี้พูด พอไหวไหมครับ งง..หรือเปล่า อิอิ
หมดแล้วครับกับองค์ประกอบในการจัดกระบวนการ SRM เท่าที่ผู้เขียนประสบพบเจอนะครับ หากเพื่อนพ้องน้องพี่มีประเด็นเพิ่มเติม ก็จัดมาเลยนะครับผม
การเตรียมความพร้อม
- ความพร้อมของเจ้าหน้าที่ : ควรให้ จนท.ได้ร่วมรับรู้ เรียนรู้ แนวคิดแนวทาง ขั้นตอนกระบวนการสร้างและใช้แผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ ในระดับหนึ่ง
- ลงพื้นที่จริง : ทดสอบความกล้าในการเปิดงาน ร่วมเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับชุมชน
- แลกเปลี่ยนประเด็น : วิเคราะห์จุดเปลี่ยนต่างๆ ในกิจกรรมที่ดำเนินการในแต่ละครั้ง
- ทบทวนกิจกรรม/ขั้นตอน/วิธีการ เตรียมความพร้อมสำหรับการลงพื้นที่ครั้งต่อไป
- อย่าเร่งเร้าในกิจกรรมเพื่อให้ได้ผลผลิตตามที่เราต้องการ ควรเน้นให้ชุมชนได้เรียนรู้ในกระบวนการ แนวทางและวิธีคิด รวมถึงการนำไปใช้ได้จริง
SRM คือ เครื่องมือบริหารการเปลี่ยนแปลง
ช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยน เกิดการแสดงความคิดเห็นของคนในชุมชน
ชุมชน จะรู้ว่า.....
- เราอยู่ตรงไหน? = ประเมินบริบท(สถานการณ์)
- เราจะไปไหน? = กำหนดจุดหมายปลายทาง
- เราจะไปอย่างไร? = เขียนแผนที่การเดินทางและเลือกเส้นทางไปสู่จุดหมาย
ชุมชน จะคิดวิธีการ.....
- ภายใต้บริบทของชุมชน
- ตามความสามารถของชุมชน ทำให้รู้ว่าใครจะทำอะไร ทำเมื่อไหร่ มีใครช่วยทำบ้าง (ตามความถนัด ไม่ใช่การมอบหมายงาน)
ชุมชน จะเริ่มที่ ทำด้วยตนเองก่อน เมื่อไม่ไหวก็จะรวมกลุ่มกันทำ หากเกินความสามารถก็จะแสวงหาความช่วยเหลือจากหน่วยงาน เมื่อชุมชนตระหนักว่า สุขภาพเป็นเรื่องของตัวเอง เป็นเรื่องของทุกคน สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างง่ายๆ ได้ด้วยตนเองก่อนที่จะรอให้คนอื่นมาทำให้ นั่นแหละ ชุมชนสุขภาพดี
สุดท้ายก่อนจาก ผู้เขียนขออนุญาตเล่าประสบการณ์พื้นที่ที่มีวิธีการจัดกระบวนในการขับเคลื่อน SRM ที่ดูแล้วน่าจะสร้างความเข้มแข็งกับทีมงานและชุมชนได้ สักหนึ่งพื้นที่นะครับ (สำหรับพื้นที่อื่นๆ ที่ผู้เขียนไม่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียน ก็คงมีวิธีการเป็นของตนเอง ผู้เขียนเคารพในทุกวิธีการนะครับ เพียงแต่ที่อยากเล่าให้ฟังนี้เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมงาน ที่มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างบทบาทใหม่ให้กับประชาชนในพื้นที่ เท่านั้นเอง) พื้นที่ที่กล่าวถึงนี้คือ อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาครับ
โดยการนำของท่านสาธารณสุขอำเภอบางปะหัน ที่มองภาพในอนาคตว่า “ทุกพื้นที่ ทุกสถานีอนามัย ทุก รพสต. ต้องดำเนินการ SRM ทุกแห่ง” จึงได้วางแนวทางไว้ดังนี้
- จัดอบรม จนท. ทุกสถานีอนามัย ที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โดยใช้ระยะเวลา ๒ วัน เพื่อให้ จนท.ได้เรียนรู้แนวคิด แนวทาง กระบวนการสร้างและใช้แผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์
- สร้างทีมงาน เพื่อจัดกระบวนการในพื้นที่ (เท่าที่นับได้ น่าจะประมาณ ๑๕-๑๖ คน ถ้าไม่ครบก็ขออภัยนะครับ)
- ลงพื้นที่จริง หลังจากที่ได้เรียนรู้กระบวนการแล้ว ทีมงานทั้งหมดได้ลงพื้นที่จริงใน รพสต.ที่อำเภอได้คัดเลือกไว้ จำนวน ๒ วัน ทีมงานได้มีโอกาสฝึกฝนความสามารถ จัดกิจกรรม ดำเนินการเองตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ โดยมีพี่เลี้ยงคนสำคัญคือ พี่จุ๋ม กลุ่มงานส่งเสริมฯ จาก สสจ. (ที่งานนี้ทำได้เพียงนั่งมองอยู่ห่างๆ พร้อมกับอมยิ้มชื่นชมในความสามารถของทีมงาน) สร้างความกล้าในการเปิดงาน
- หลังจบการจัดกระบวนการ ทีมงานทั้งหมด ล้อมวงพูดคุย สรุปกิจกรรมทั้งหมด วิเคราะห์กลุ่ม ชี้จุดเสี่ยงต่างๆ เพื่อหาจุดที่ต้องปรับแก้ไข เพื่อพัฒนาต่อไป
- ทีมงาน ทบทวนกระบวนการ ขั้นตอน และวิธีดำเนินการ เตรียมความพร้อมในการลงพื้นที่อื่นต่อ
- จัดแบ่งโซนดำเนินงาน โดยใช้ทีมงานที่ได้รับรู้ภาคทฤษฎีและฝึกปฏิบัติมาแล้ว
- เกิดความเป็นทีมเวิร์ค ของทีมงานที่แบ่งงานกันได้อย่างลงตัว ทั้งวิทยากรหลัก ฟาสำหรับชวนกลุ่มคุย โน้ตเทคเกอร์ที่จดทุกประเด็นไม่มีหลุด รวมถึงกลุ่มที่แทรกซึมอยู่กับผู้ร่วมก่อการที่คอยฟังและกระตุ้นให้นำเสนอ (สำหรับผู้ที่เขียนบนกระดาษพรู๊ฟ คือประชาชนนะครับ ไม่ใช่ จนท.ด้วย นี่สิเจ๋ง)
ในส่วนของวิธีการดำเนินงานทีมงานก็จัดการได้ดีเช่นเดียวกันครับ โดยเริ่มที่
นายก อบต.มาเปิดงานและให้ประเด็นในการพัฒนาไว้ ๒ ประเด็นครับ คือ เรื่องของยาเสพติดและการกำจัดขยะในลำคลอง รวมถึง ผอ.รพสต.ก็ได้ให้แนวทางการส่งเสริมสุขภาพเรื่องของ ท้องก่อนวัยอันควรและเบาหวานความดัน
ประเมินสถานการณ์ โดยใช้แผนที่ความคิด ซึ่งทีมงานแบ่งกลุ่มผู้ก่อการเป็น ๒ กลุ่มย่อย
กำหนดจุดหมายปลายทาง โดยนำสิ่งที่คาดหวัง ทั้ง ๔ ระดับ จากทั้ง ๒ กลุ่ม มารวมกัน เขียนกันให้เห็นจะจะ จากนั้นชวนกลุ่มคุย เพื่อกำหนดเป้าประสงค์(เปลี่ยนแปลงอะไร) แล้วก็จูนเข้าไปที่จุดหมายปลายทางของจังหวัดฯ (เชื่อมกันจนสนิท)
สร้างแผนที่ฉบับหลัก โดยให้กลุ่มร่วมกันพิจารณาเป้าประสงค์ อิงกับของจังหวัดอีกเช่นกัน พร้อมกล่าวชื่นชมที่กลุ่มก่อการคิดได้ใกล้เคียงกับจังหวัด(ทีมงานเขียนลงในกระดาษแล้วตัดไปแปะทั้ง ๔ ระดับเห็นๆ)
สร้างแผนที่ฉบับปฏิบัติการ โดยให้กลุ่มร่วมกันเลือกเป้าประสงค์ที่คิดว่าจะดำเนินการได้สำเร็จภายใน ๒ ปี ออกมาจากแผนที่ฉบับหลัก เอามาแปะไว้ในแผนที่ฉบับปฏิบัติการ จากนั้นให้กลุ่มกำหนดความสัมพันธ์ในเชิงเหตุและผลของแต่ละกล่องเป้าประสงค์ที่เลือกมา
ตารางนิยามเป้าประสงค์(ตาราง ๑๑ ช่อง) อธิบายโดยยกตัวอย่างขึ้นมา ๑ เรื่องแล้วไล่เรียงไปทีละช่องจนครบ ๑๑ ช่อง(เข้าใจง่าย ได้ใจความ) จากนั้นทีมงานกำหนดประเด็นโดยเลือกจากผู้บริหารท้องถิ่น ๑ ประเด็นและ ผอ.รพสต. ๑ ประเด็น ให้กลุ่มลงมือทำ
เปิดเรื่องชวนกลุ่มคุยเพียงแค่ว่าจะทำอย่างไร หรือมีวิธีการอะไรที่จะทำให้ตำบล/ชุมชนของเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในประเด็นนั้นๆ (วิธีการจากปากประชาชนมีมากมาย ทีมงานต้องพยายามซักถามแบบไล่เรียงลำดับ ล้วงให้ลึกถึงขนาดว่า ทำแบบไหน มีกี่ขั้นตอน แต่ละขั้นตอนทำอย่างไร ใครควรจะเป็นคนทำ ใช้เงินหรือไม่ ถ้าใช้จะใช้เท่าไหร่ และจะหาเงินได้จากไหน จะทำกันเมื่อไหร่ กลุ่มเป้าหมายมีใครบ้าง ผู้รับผิดชอบหลักคือใคร)
ค้นหากิจกรรมสำคัญที่สามารถตอบโจทย์ในเป้าประสงค์ต่างๆ กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ จากนั้นก็สร้างแผนปฏิบัติการ โดยนำกิจกรรมสำคัญไปวางแทนกล่องเป้าประสงค์ในแผนที่ฉบับปฏิบัติการ กิจกรรมอื่นๆ ถือเป็นกิจกรรมเสริม
****เรียบร้อยครับกับพื้นที่ที่มีกระบวนการจัดการ SRM ที่ได้ทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน****
การให้ : ไม่ต้องจำว่า “เราให้อะไรใครบ้าง”
แต่ต้องจำว่า “ใครให้อะไรเราบ้าง”
ปล.ไปรอลุ้นรางวัลจาก SAR ดีฝ่าเน๊อะ บายครับ
เห็นหมออนามัยขยัน ทุ่มเททุกคน ดีใจจริงๆ
ขอบคุณครับ
และขอสวัสดีครับ คุณ เพชร พรหมสูตร์
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ที่อยุธยาก็เพิ่งจะเริ่มก่อการน่ะครับ
เริ่มเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับชุมชน ก็สนุกดีครับ
เยี่ยมมากๆๆ รออ่านการก่อการครับ อยากไปเทียวบ้านแพรก เย้ๆๆๆๆๆ
สวัสดีครับคุณ ขจิต
ที่ผมบอกว่าเริ่มก่อการน่ะ ก่อการในการสร้างและใช้แผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์
เพื่อเป็นเครื่องมือบริหารการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของพฤติกรรมสุขภาพนะครับผม
ฮ่าๆๆๆ กลัวว่าจะหาว่าผมก่อการอย่างอื่น เป็นการก่อการดีน่ะครับ
บ้านแพรกยินดีต้อนรับครับผม เป็นอำเภอเล็กๆ ปราศจากโรงงานอุตสาหกรรม เป็นพื้นที่สีเขียวเต็มรูป
ผมมาทำงานที่นี่ได้สิปกว่าปี ยังไม่ได้ไปไหนเลยครับ
กรมอนามัย
http://gotoknow.org/blog/yahoo/278606
http://gotoknow.org/blog/yahoo/279108
HHC
กาญจนบุรี
http://gotoknow.org/blog/yahoo/241364
http://gotoknow.org/blog/yahoo/241738
สามชุก
http://gotoknow.org/blog/yahoo/226085
http://gotoknow.org/blog/yahoo/225336
http://gotoknow.org/blog/yahoo/225541
http://gotoknow.org/blog/yahoo/301390
http://gotoknow.org/blog/yahoo/301686
http://gotoknow.org/blog/yahoo/302409
SHA แก่งคอย
http://gotoknow.org/blog/yahoo/301390
http://gotoknow.org/blog/yahoo/301686
http://gotoknow.org/blog/yahoo/302409
HHC โรงพยาบาลสมุทรสาคร(เบาหวาน)
http://gotoknow.org/blog/yahoo/313150
http://gotoknow.org/blog/yahoo/313700
HHC กาญจนบุรี โรงพยาบาลท่าม่วง(1)
http://gotoknow.org/blog/yahoo/319517
http://gotoknow.org/blog/yahoo/319953
Dialogue คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
http://gotoknow.org/blog/yahoo/320619
http://gotoknow.org/blog/yahoo/321061
http://gotoknow.org/blog/yahoo/322589
ขอบพระคุณอย่างสูงครับพี่ขจิต
ต้องเรียกพี่แล้วอย่างนี้ โห...ประสบการณ์เพียบเลยอ่ะ
ผมเพิ่งได้ชิมลางไม่กี่เวทีเองครับพี่
ขอบคุณอีกครับ สำหรับน้ำใจครับผม
เป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ ผมจะได้ศึกษาเพิ่มเติม
ขอบคุณอย่างยิ่งครับคุณ ขจิต
ที่ผมเรียกพี่เพราะมากด้วยประสบการณ์
ที่ส่ง link มาเป็นประโยชน์มากครับ
สำหรับคนประสบการณ์น้อยอย่างผม