หน้าฝนแบบนี้ ได้จะคงต้มสักฝัก อร่อยน่าดูเลย

    กลับมาสมชื่อหัวข้อครับ "ภาษาสะกอมนานๆสักคำ" นานๆจริงๆครับ ช่วงนี้"บังเอิญ"ต้องเป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ตามคำสั่งแกมขอร้องของรองฯวิชาการของคณะศิลป์ฯ เนื่องจากอาจารย์ประจำวิชาท่าน"ลาศึกษาต่อ"อยู่ (และคงจะกลับมารับภาระต่อ เมื่ออะไรๆมันลงตัวแล้ว..) ทำให้ต้องทำการบ้านเพิ่มขึ้นพอสมควรเพราะก่อนสอนได้คำอธิบายรายวิชามาแผ่นเดียว

    เนื้อหาส่วนแรกเกี่ยวกับความเป็นมาของภาษาไทย ซึ่งทำให้ทราบว่าภาษาไทยเรานี้อาศัยคำศัพท์จากประเทศเพื่อนบ้านที่มีความเจริญทางวัฒนธรรมสูงกว่ามาใช้อยู่เยอะทีเดียว เช่น จากภาษาขอมหรือเขมร บาลี สันสกฤต เป็นต้น และศัพท์ที่เอามา (เรียกว่า "คำยืม" ไม่รู้จะคืนเมื่อไหร่...) ก็มักจะใช้ในการสื่อสารระดับสูงหรือระดับเป็นทางการเสียด้วยสิ ส่วนภาษาไทยแท้ๆ ที่มักมีพยางค์เดียวก็ใช้สื่อสารกันในหมู่ชาวบ้านทั่วไป..

    ดังนั้น ในภาษาท้องถิ่นภาคใต้เองก็จะได้รับอิทธิพลทางภาษามาจากภาษามลายูอยู่มากด้วยเช่นกัน แต่บางทีเราไม่ทราบว่าเดิมทีนั้นมีรากศัพท์มาจากภาษามลายู หรือบางที่ทั้งสองภาษาก็รับมาจากสันสกฤตอีกทีหนึ่ง และตัดคำให้เหลือพยางค์เดียวแบบภาษาไทยจึงไม่รู้ว่าคำเดิมว่าอย่างไร..

     ภาษาสะกอม ไม่นิยมตัดคำให้เหลือพยางค์เดียว จะคงคำเต็มของศัพท์นั้นๆไว้ จึงทำให้ทราบที่มาของคำนั้นได้ง่าย ดังเช่นคำในภาษาสะกอมวันนี้ ขอเสนอคำว่า

"จะคง,จะฆง"

ตัวอย่าง "แม่ค้าๆ เส่อจะคงต๋อมสักช่อทิ คีบาทนิ"

ความหมาย "แม่ค้าๆซื้อข้าวโพดต้มสักช่อสิ(ผูกรวมกันเป็นช่อๆ 3-5 ฝัก) กี่บาทเนี๊ยะ,ราคาเท่าไหร่"

     "จะคง" ภาษาใต้ที่อื่นจะเรียกว่า "คง"เฉยๆ มาจากภาษามลายูว่า "JAGUNG" อ่านว่า "ญาฆง" นั่นเองครับ เอาหละ เสร็จทีนี่ก็เชิญทาน"จะคง"กันให้อร่อยนะครับ...

http://www.chanthaburi.go.th/redcross/article/corn.htm