ทำไมต้องชวนกันไปสวดมนต์ และทำไมต้องสวดที่วัดพระแก้ว
บันทึกก่อนผมนำเรื่องราวของการสวดรวมพลังสวดพระปริตรอธิษฐานจิตเพื่อแผ่นดินไทยที่วัดพระแก้วในวันอาทิตย์ที่ 18 กค. 53 คือวันนี้ ดูจากข่าวทาง TGN จากอินเดียเห็นผู้คนที่มีพลังจิตที่บริสุทธิ์และกุศลไปกันเนืองแน่นวัดพระแก้ว ใครที่ได้ไปก็ถือว่าโชคดี ใครที่ไม่ได้แต่ส่งใจไปก็ถือว่าได้ร่วมส่งพลังกันแล้ว และถ้าไม่ได้ไปครั้งนี้ ก็ไปในครั้งต่อไปได้เพราะเท่าที่ผมทราบ จะมีทุกเดือน
สิ่งที่น่าสนใจคือคุณฐาปนาท่านได้จัดทำคำถาม คำตอบเพื่อให้ทุกท่านได้พิจารณาดู ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์จึงขอนำมาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้ครับ
ปุจฉา - สวดมนต์ทำไม สวดมนต์แล้วได้อะไร
วิสัชนา - เพราะการสวดมนต์เป็นการกล่าวสรรเสริญ บูชาพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า และพระ
สงฆเจ้า ผู้มีคุณอันประเสริฐ ผู้เป็นที่พึ่งอันไม่มีที่พึ่งใดยิ่งกว่า เพราะท่านนำพาให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งหมายถึงมนุษย์ตลอดจน เทพเทวดา พรหม และสัตว์ในทุคติ ตลอด 31 ภพภูมิ ได้เรียนรู้พระธรรมอันนำให้เกิดปัญญา สามารถพาตนให้พ้นทุกข์ได้
- การสวดมนต์ทำให้เกิดอานิสงส์ยิ่งใหญ่ เป็นอานิสงส์ที่เกิดจากการสรรเสริญคุณของคนดีและความดี ซึ่งจริง ๆ แล้วแม้เพียงการยกมือขึ้นไหว้หรือกราบลงด้วยใจที่เคารพบูชา ก็เกิดอานิสงส์อันเรียกว่า ผลแห่งบุญ ขึ้นแล้ว แม้ยังมิทันได้เอ่ยปากสวดมนต์ใด ๆ ออกมา
- การสวดมนต์ ทำให้จิตเป็นสมาธิอันเกิดจากการจดจ่ออยู่ที่คำสวด อยู่ที่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จึงทำให้จิตใจผ่องใส คลายความทุกข์ความเศร้า ความกังวลห่วงใยได้ในทันทีที่ สวดมนต์
- เหนือยิ่งกว่าสิ่งที่สามารถจับต้องมองเห็นได้ก็คือ การสวดมนต์ทำให้เกิด พลานุภาพแผ่ปกคลุมช่วยปกป้องคุ้มครองรักษาผู้สวดมนต์นั้นเอง ดังจะเคยได้ยินผู้ที่มีประสบการณ์ผ่านพ้นวิกฤตอันตรายมาได้หลาย ๆ ท่านที่เล่าให้ฟังว่า เมื่อพบภัยอยู่เบื้องหน้า ด้วยความกลัวตายเพียงสวดพุทโธ ๆ หรือสวด อิติปิโส สั้น ๆ ด้วยจิตมุ่งมั่นศรัทธาในพระพุทธคุณ ก็สามารถรอดพ้นจากภัยพิบัตินั้นได้อย่างปาฏิหาริย์
ปุจฉา - ทำไมต้องชวนกันสวดมนต์พร้อมกัน
วิสัชนา - เพราะการสวดมนต์ซึ่งทำให้ผู้สวดแต่ละคนมีจิตเป็นสมาธิ เกิดบุญกุศลขึ้นและเกิด
พลานุภาพแผ่ปกป้องคุ้มครองนั้นเมื่อมารวมกันสวดพร้อมกันเป็นจำนวนมาก ย่อมหมายถึง พลานุภาพอันกว้างใหญ่ ย่อมมีพลังไม่มีประมาณ อีกทั้งการอธิษฐานจิตอุทิศอานิสงส์อันเกิดจากบุญที่เกิดขึ้น ย่อมมีผลใหญ่มีพลังยิ่ง เปรียบดั่งเมื่อคนไทยพร้อมใจกันนำเทียนที่จุดอยู่ที่บ้านของตนแต่ละบ้านมาจุดพร้อมกันร่วมกันที่ท้องสนามหลวง ย่อมทำให้ท้องสนามหลวงสว่างไสวไปทั่วปริมณฑล
ปุจฉา - ทำไมต้องสวดมนต์ที่วัดพระแก้ว
วิสัชนา - ก่อนอื่นขอถามท่านก่อนว่า ท่านรู้หรือไม่ว่า “วัดพระแก้ว” นั้นมีคุณวิเศษอย่างไร ในประเทศไทยหรือแม้ในกรุงเทพมหานครมีวัดนับไม่ถ้วน และวัดที่เป็นที่เคารพศรัทธาของคนก็มีมากมาย จึงมีคำถามว่า ทำไมต้องสวดมนต์ที่วัดพระแก้ว ทำไมไม่เป็นวัดอื่น
- นอกจากวัดพระแก้วจะเป็นวัดที่สร้างขึ้นคู่กับพระบรมมหาราชวังเพื่อเป็นวัดของพระมหากษัตริย์ เป็นสถานที่ทรงใช้ประกอบพระราชพิธีทางพระพุทธศาสนา เป็นวัดคู่กรุงรัตนโกสินทร์แล้ว วัดพระแก้วยังเป็นสถานที่ประดิษฐาน “พระแก้วมรกต” อันเป็นที่มาของชื่อวัดอีกด้วย
ปุจฉา - พระแก้วมรกตองค์นี้สำคัญไฉน
วิสัชนา - พระแก้วมรกต มีอายุยืนยาวมาถึง 2053 ปี ( สร้างขึ้นประมาณ ปี พ.ศ. 500 สมัยพระนาคเสนเถระ แห่งเมืองปาตลีบุตรประเทศอินเดีย) มีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่ถึง 7 องค์ คือ ในพระโมลี พระนลาฎ พระอุระ พระอังสาทั้ง 2 ข้าง พระชานุ ทั้ง 2 ข้าง ได้เคยเสด็จไปประดิษฐานยังแว่นแคว้นเขตแดนประเทศต่าง ๆ มาแล้วถึง 11 สถาน และสุดท้ายได้เสด็จมาประดิษฐานแผ่พระพุทธานุภาพ ปกป้องคุ้มครองดินแดนสยามหรือประเทศไทยในสมัยกรุงธนบุรี 6 ปี และในสมัยราชจักรีวงศ์ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์( ซึ่งมีชื่อตามพระแก้วมรกต แปลว่า เมืองแก้วของพระอินทร์ ) ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2327 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 226 ปี
พระแก้วมรกตประดิษฐานอยู่ ณ ที่ใด ณ ที่นั้นจะมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุขและความเจริญรุ่งเรือง อริราชศัตรูมิสามารถมาหักหาญทำลายได้
พวกเราคนไทยมีของดีอันวิเศษสุดอยู่ในบ้านในเมืองถึงปานนี้ แต่จะหาคนที่เห็นคุณค่านั้นได้น้อยเต็มที ดังสุภาษิตโบราณที่ท่านว่า เหมือนไก่ได้พลอย
พวกเราอาจเคยกราบไหว้สักการะบูชาพระแก้วมรกตมาแล้วหลายยุคหลายสมัย แม้ในปัจจุบันจึงได้มีโอกาสมาอยู่ภายใต้ร่มเงาพระพุทธานุภาพของท่านอีก เหมือนลูกเหมือนหลานที่ท่านคอยปกป้องคุ้มครองด้วยความเมตตาเสมอ
ขอให้พวกเราจงพร้อมใจกันลุกขึ้นมา กราบไหว้บูชา สวดมนต์ภาวนาและขอพรท่านพร้อมกันเถิด ขอให้ความสวัสดี ความสงบร่มเย็น ความสุขและความเจริญ จงเกิดแก่พวกเราชาวไทยทุกคน แก่แผ่นดินเกิดของเรา และขอให้ลูกหลานเรา จงมีชีวิตที่มีความสงบร่มเย็น ความสุข และความเจริญ บนแผ่นดินแห่งนี้สืบเนื่องตลอดไป ขอสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จงเจริญรุ่งเรือง เป็นหลักชัย ค้ำชู อยู่คู่ประเทศไทยไปชั่วกาลนาน
ขออนุโมทนากับทุกท่านที่ระลึกถึงคุณของแผ่นดิน คุณของชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และร่วมจิตร่วมใจรวมพลังกันทำสิ่งดีๆ ช่วยกันเติมพลังให้แผ่นดิน เพื่อจารึกไว้ในดวงจิต จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทย
ฐาปนา รักติประกร (ผู้ประสานงานคณะกรรมการงานรวมพลังสวดพระปริตรอธิษฐานจิตเพื่อแผ่นดินไทย)
หมายเหตุ
การแต่งกาย :เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อองค์พระแก้วมรกตกรุณา แต่งกายสุภาพ ชุดสีขาว หรือ เสื้อสีขาว สามารถใส่กางเกงขายาวได้
ผู้ใดต้องการน้ำพระปริตร กรุณานำน้ำขวดไปเข้าพิธีด้วย
เว็บไซท์งานสวดมนต์วัดพระแก้ว :
WWW.oknation.net/blog/leknadon/2010/04/25/entry-1
WWW.oknation.net/blog /thanomwong/2010/04/25/entry-1
WWW.oknation.net/blog /chalee2/2010/04/25/entry-2
WWW.oknation.net/blog /buzz/2010/04/25/entry-1
WWW.oknation.net/blog /print.php?id=588975
เว็บไซท์ประวัติพระแก้วมรกต :
www.freewebs.com/888 tour/watprakaew.htm
www.tourdoi.com/traval/happiness/prakaewi.htm
www.moohin.com/pratato38c007.shtml
โอกาสหน้า ใครได้ไป จะได้ร่วมพลังได้อย่างเต็มที่ครับ และผมเห็นว่าระหว่างที่รอร่วมสวดที่วัดพระแก้ว เราสามารถปฏิบัติที่บ้านได้ด้วยครับ ทุกวันที่สวดมนต์ นั่งสมาธิกันที่บ้าน ก็สามารถแผ่พลังบุญที่ทำนั้นให้ประเทศชาติได้ครับ
ด้วยความปรารถนาดี

(ภาพวาดโดยพลเดช)
จะสวดมนต์ชุดใหญ่เป็นพิเศษค่ะท่านเอกฯ เชื่อมั่นพลานุภาพของการสวดมนต์ค่ะ
ภูมิใจที่เกิดมาบนแผ่นดินไทย ใต้ร่มพระบารมีและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย สาธุเจ้าค่ะ
คุณ poo ครับ
อนุโมทนาสาธุครับ
ในระหว่างสวดถือว่าทั้งกายและใจมีความสมบูรณ์
พร้อมที่จะเป็นเครื่องจ่ายพลัง
กายก็นิ่ง จิตก็มีศีล จิตก็มีสมาธิ
บริกรรมในคำที่มีพลัง ก็ก่อให้เกิดพลังส่งออกไปตามที่ตั้งเข็มทิศเอาไว้ครับ
ไม่ว่าอยุ่ที่ไหนในโลก คนไทยสามารถช่วยสร้างและส่งพลังนี้ให้กับประเทศชาติได้ครับ
สาธู สาธุ สาธุ อนุโมทามิ
ขอบคุณค่ะ ต่อไปสวดมนต์เพื่อตัวเองแล้ว จะต้องส่งพลังถึงประเทศไทยด้วยค่ะ
คุณ แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช ครับ
สาธุครับ
เป็นกฏธรรมชาติ พลังแต่ละขั้ว ดึงดูดให้เกิดพลังนั้น
ก็คือพลัง + ดึงดูดให้เกิดพลัง + และพลัง - ก็ดึงดูดให้เกิดพลัง-
ดังนั้น ยิ่งทำยิ่งได้ครับ
แม้ไม่อยากได้ ก็ต้องได้โดยมิได้มีความอยาก
มนุษย์เราคิดแค่พลังงานที่สร้างกันคือเชื้อเพลิง น้ำมัน ไฟฟ้า พลังงานทางเลือก ได้แก่ พลังลม น้ำ แสงแดด แต่ลืมพลังงานจิต
ไม่มีทางหมดครับ อยู่คู่กับมนุษย์ต่อไปอีกนานแสนนาน หากรู้จักนำมาใช้
ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันครับ
ชอบบันทึกนี้มากค่ะ....
ตัวน้าจ้าเองตั้งแต่รู้จักการท่อง พุทโธ จิตใจก็สงบ คือปกติก็ถ้ามีอะไรมากวนใจ ก็จะพยายามทำใจ แต่ตอนนี้พอท่องพุทโธแล้วเหมือนมีswitchที่กดปิดความรู้สึกแบบไม่ดีได้ในทันที ขอย้ำว่าทันทีจริงๆ แล้วจะเกิดอารมณ์แบบไม่ยึดมั่นขึ้นมาแทน สงบใจจริงๆ
คุณพลเดชมีส่วนช่วยให้น้าจ้าไม่เป็นบัวที่จะถูกเต่ากัดกินค่ะ...ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
น้าจ้าครับ
อนุโมทนาด้วยครับที่สามารถสร้าง switch เปิด ปิดใจได้ ทำให้ใจได้พักผ่อนและเลือกที่จะรับแต่สิ่งที่ดีมาก รับสิ่งไม่ดีแต่น้อยๆ
คงต้องเป็นความชำนาญในอดีตกาลด้วยครับที่มีอยู่แล้ว ถึงเวลาก็สามารถหยิบขึ้นมาใช้ได้
แต่ก็ยังต้องพัฒนาต่อไปนะครับน้าจ้า
เพราะอารมณ์ต่างๆ ไม่เที่ยง เราเองก็ไม่เที่ยง เปลี่ยนไปเรื่อยๆ รวดเร็วมาก
อาจต้องมีประตุช่วย
ประตูนี้ช่วยกั้นสิ่งดีและไม่ดี ถ้าเห็นว่าดีก็ปล่อยให้เปิดได้ ถ้าไม่ดี ก็กั้นไว้ไม่ให้เปิดไป
คนเรามีประตูแห่งความดีและไม่ดีกั้นไว้ตลอดเวลาครับ
สวิทช์ปิดไม่ทัน เผลอไปอยู่หน้าประตูเข้าแล้ว ประตูด้านในทาสีดำ ประตูด้านเราทาสีขาว
มีสวิทช์แล้ว ถ้ามีประตูอีกชั้นหนึ่งก็เหมือนล๊อคสองชั้นนะครับ :)
นอกจากนั้น กำลังใจ ต้องให้ต้องเติมทุกวันครับ เติมเองก็ได้ครับ
เติมกำลังใจ ให้ออกไป ไม่คิดจะเอาอะไรเลย......แค่นี้ จะช่วยให้ใจเบาสบายไปได้แยะเลยครับ
เดี๋ยวเราก็ต้องแปรสภาพกันแล้ว..................เอาอะไรไปไม่ได้เลยนอกจากพลังงานครับ
ด้วยความปรารถนาดีครับ
ขออนุญาตนำภาพกิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษครับ
คุณ วศิน ชูมณี
ขอบคุณสำหรับคำนิยมนะครับ
ขอให้เป็นคนดีของสังคม ดูแลและช่วยกันรักษาประเทศชาติของเรา(ทั้ง 3 สถาบัน)นะครับ
อนุโมทนาสาธุค่ะ
บางครั้งแพรก็ได้มีโอกาสไปร่วมสวดมนต์ที่วัดพระแก้วด้วยค่ะ
อ่านแล้วรู้สึกว่า เราเป็นคนโชคดีจังเลยค่ะ
ที่ได้มีโอกาสไปร่วมสวดพระปริตรที่วัดพระแก้ว
และพยายามสวดมนต์ (พระปริตร) ทุกวันค่ะ
สาธุ สาธุ สาธุ
แพรภัทร น้องโยคี
ขอให้เจริญสุขทั้งทางโลกและทางธรรมนะจ๊ะ
หลวงพ่อจรัลบอกว่าสวดมนต์เป็นยาทา วิปัสสนาเป็นยาทาน
บางครั้งก็ต้องการทั้งทาและทาน สลับกันไปเพื่อต่อสู้กับโรคร้ายคือกิเลสจ๊ะ
หยุดทาไม่ได้เลย