การสอบปกป้องวิทยานิพนธ์กับการมองดูฟ้าหลังฝน

เมื่อวาน(15 ก.ค.53)สอบปกป้องวิทยานิพนธ์ที่มสธ.นำเสนออย่างมั่นใจว่าต้องทำได้...หลังจากนำเสนอ อาจารย์ตั้งคำถามให้ตอบตามข้อสงสัยของท่านคณะกรรมการคุมสอบวิทยานิพนธ์ ทุกท่านลุ้นและให้กำลังใจ...หลังจากนั้นท่านคณะกรรมการได้ประชุมกัน..มีมติให้ผ่านอย่างมีเงื่อนไข..ทุกท่านแสดงความยินดี...บรรยากาศในห้องหลังสอบมีแต่ความสุข..ที่ได้ช่วยเหลือกันแบบครูอาจารย์และลูกศิษย์ที่ให้แก่กัน..น้ำตาจะไหลด้วยความปลื้มปิติเสียให้ได้...จริงๆ

"ระหว่ารอเวลาก่อนจะสอบ...ฝนได้ตกลงมาอย่างมากมาย..เมื่อฝนหยุดตก..ความสดชื่นมาเยือน ชุ่มฉ่ำอย่างบอกไม่ถูก"ได้ข้อคิดในบัดดลว่า..คำกล่าวที่ว่า.."ฟ้าหลังฝน"

 

มันเป็นอย่างนี้นี่เอง..คำถามและคำตอบธรรมชาติได้เฉลยไว้ในตัวเองโดยแสดงเหตุการณ์จริงว่า...ตอนนี้ฉันคือฝน..และกำลังตกอยู่นะ คำถามคือว่าระหว่างที่ฉันกำลังตกอยู่นี้ มันมีเหตุการณ์อะไรอยู่บ้างระหว่างที่ฉันตก พวกท่านกำลังวุ่นว่ายกับการเก็บข้าวของให้พ้นจากความเปียกใช่ไหม พวกท่านกำลังหลบฝน

พวกท่านกำลังเก็บน้ำฝน พวกท่านกำลังคิดหาวิธี หาเครื่องมือที่จะป้องกันไม่ให้ตนเองและสิ่งอื่นที่ไม่ควรจะเปียกฝนอยู่ใช่ไหม หรือบางท่านกำลังสังเกตสีของน้ำฝน มีสารปนเปื้อนไหม มีปริมาณที่ตกในแต่ละวันอย่างไร ฉันตกน้อยสุด สูงสุดในปริมาณเท่าไรในแต่ละครั้ง และครั้งใดในรอบฤดูของฉันที่ตกน้อยตกมากที่สุด หรืออื่นๆอีกมากอยู่ใช่ไหม ระหว่างที่ฉันตกพวกท่านคงวุ่นวายใจน่าดูเลย บางคนก็คิดว่าฉันตกมาทำไม บางคนก็อยากให้ฉันตกลงมาทุกวัน บางคนก็อยากให้ฉันตกในปริมาณที่ต้องการก่อน พอจะขาดน้ำแล้วค่อยตกลงมาใหม่...และเมื่อฉันหยุดตกแล้ว..คำตอบที่ฉันได้รับโดยไม่ต้องถามหาก็คือ..ความสุขสดชื่นของพวกท่านใช่ไหมล่ะ...คนที่คิดหลบฝนก็หาวิธีได้

 ฉันตกครั้งต่อไปท่านก็ไม่ต้องกังวลทุกๆอย่างท่านได้สมความปรารถนาเมื่อฉันหยุดตก..แต่จะถามว่าพวกท่านจะมีชีวิตที่สดชื่นได้เมื่อไม่มีฉันได้ไหม..คำตอบชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่ได้...เพราะว่าน้ำคือชีวิตของพวกท่านไงล่ะ...และฉันเป็นแหล่งที่ให้น้ำที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาลเลยนะ....

จากข้อคิดที่ตัวเองคิดไป..ระหว่ารอการสอบมันช่างแจ่มชัด...ตลอดระยะเวลาการเรียนของฉันมันช่างวุ่นวายราวกับเหตุการณ์ตอนที่ฝนกำลังตกอยู่จริงๆ

อาจารย์เหมือนฝนที่โปรยปราย ..เร่งเร้าให้เราซึ่งเป็นนักศึกษาทุกคน ทำกิจกรรมทำทุกอย่าง เพื่อหาคำตอบของธรรมชาติวิชา เหมือนฝนที่กำลังตกเร่งเร้าให้มนุษย์ดิ้นรนค้นคว้าคิดหาวิธีต่างๆนานาและเมื่อถึงเวลาทุกสิ่งทุกอย่างจะได้คำตอบ..คุณจะรู้ว่าความวุ่นวายทั้งหลายทั้งมวลจากสิ่งที่เป็นประโยชน์ เป็นคุณประโยชน์อย่างมหันต์ในชีวิต อย่างการถ่ายทอดความรู้ของเหล่าอาจรย์ ที่บ้างครั้งต้องมีเสียงแบบฟ้าร้องคำราม ฟ้าแลบ ฟ้าฝ่ากันบ้าง เดหมือนเหตุการณืตอนฝนตก เพื่อไม่ให้นักศึกษาเฉื่อยชากันจนเกิดไปและไม่ได้รับประโยชน์อันใดจากการเรียน

อาจารย์อยากให้ลูกศิษย์ได้ประโยชน์จากการเรียนรู้ เหมือนหยาดน้ำฝนที่ค้างคาอยู่บนใบไม้ใบหญ้านั่นคือภูมิความรู้ที่ติดตัวไป  เหล่าอาจารย์อยากให้เราได้วิชาความรู้ให้ได้ไปใช้อย่างรู้จริงยามเมื่อเราจบจากสถาบันจากอาจารย์ไปแล้ว...ทุกอย่างผ่านความทุกข์ยามที่เรียนและผ่านความสุขไปได้ยามที่เราจบการศึกษา..ขอบคุณเหตุการณ์ "ฟ้าหลังฝน"ที่ทำให้ฉันคิดได้ และเข้าห้องสอบอย่างไม่มีความกังวลใดๆในใจอีก...ทุกอย่างที่ถ่ายทอดนำเสนออาจารย์ เป็นเหตุการณ์ที่อาจารย์และลูกศิษย์ร่วมกันทำมาอย่างแท้จริง...

ขอบคุณเหล่าคณาจารย์..ที่ถ่ายทอดความรู้ให้กับศิษย์ด้วยเมตตา

ขอบคุณเหล่าพ้องเพื่อนกัลยาณมิตรที่ให้กำลังใจช่วยเหลือด้วยดีมาโดยตลอด

ขอบคุณทุกคำแนะนำจากท่านผู้ทรงคุณวุฒิทุกๆท่าน

ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตทุกๆภาพ...

                                                                    จากใจ

                                                                 วัชรี   โชติรัตน์