ผลดีของการทำงานศิลปะที่มีต่อเด็ก

ผลดีของศิลปะที่มีต่อเด็ก (ต่อ)

- ฝึกการยอมรับผู้อื่น การเข้ากลุ่มเพื่อวาดรูปด้วยกันของเด็กๆ ย่อมได้เห็นประสบการณ์การถ่ายทอดของกันและกัน เมื่อเพื่อนทำงานได้ดี การแสดงความชื่นชมเพื่อน หรือร่วมยินดีเมื่อเพื่อนได้รับคำชมเชย เป็นการฝึกให้เด็กมีธรรมคือ มุทิตา หรือการพลอยยินดีเมื่อผู้อื่นประสบความสำเร็จ ในหมวดพรหมวิหาร 4

มุทิตานี้ เป็นธรรมที่ค่อนข้างขาดในสังคมไทยค่ะ ดังจะเห็นได้จากคำพังเพยที่เราเคยได้ยินที่ว่า “จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน” เพราะไม่สามารถร่วมยินดีกับผู้ที่ประสบความสำเร็จได้นี้เอง จึงเป็นที่มาของความอิจฉา ริษยา อันสร้างปัญหา สร้างความทุกข์ให้เกิดให้กับทั้งตัวเองและผู้อื่น

- เข้าสังคมได้ง่ายขึ้น การที่เด็กฝึกทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งจนเกิดความชำนาญ ทำให้เด็กมีเพื่อนมากขึ้น เพราะเมื่อเพื่อนๆเห็นความสามารถ อยากทำตาม ก็จะขอคำปรึกษาจากเด็ก จึงทำให้มีเพื่อนมากขึ้น และเข้ากับเพื่อนได้ง่ายขึ้นค่ะ

อีกทั้งการขอคำแนะนำ คำติชม ของเพื่อน ยังกระตุ้นให้เด็กอยากพัฒนาฝีมือทางศิลปะมากขึ้น ส่งผลให้มีการฝึกคิดมากขึ้นตามไปด้วย

- สร้างความมั่นใจในตนเอง เมื่อลูกทำงานแล้วได้รับคำชมเชย จะค่อยๆมั่นใจในตนเองมากขึ้นเรื่อยๆ เด็กเล็กๆ คำชมเชยจากพ่อแม่ สำคัญมากค่ะ แต่เมื่อเด็กเข้าโรงเรียนแล้ว คืออายุ 4 – 5 ปี การได้รับการยอมรับจากเพื่อน คำชมจากเพื่อนกลับสำคัญยิ่งกว่า

ความมั่นใจนี้เอง ที่จะสนับสนุนให้เด็กพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ กล้าที่จะเผชิญโลกที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า

- การวิจารณ์ผลงานศิลปะในกลุ่มเพื่อน เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยสร้างพื้นฐานกระบวนการคิดเชิงวิพากษ์ให้กับลูกค่ะ เพราะนักวิพากษ์ต้องเปิดใจให้กับสิ่งที่ตนไม่รู้ มีความเป็นกลาง ไม่มีอคติ และยังช่วยฝึกลดการยึดตนเองเป็นศูนย์กลางได้ 

- ฝึกการมีสมาธิในการทำงานให้สำเร็จ

- สร้างความรักในธรรมชาติ เช่น ฝึกลูกให้วาดภาพดอกไม้จากดอกไม้จริงๆ การวาดภาพธรรมชาติ ยังช่วยฝึกการเป็นคนช่างสังเกต ดังในภาพ เด็กสังเกตเห็นลักษณะของกลีบเลี้ยง การซ้อนกันของกลีบดอก และรอยหยักของใบ

 

- พัฒนาการทำงานอย่างประสานกันของอวัยวะส่วนต่างๆ เช่น กล้ามเนื้อมือมือ สายตา

- ฝึกความอดทนแก่เด็ก อันเป็นผลมาจากการฝึกนั่งอยู่กับที่นานๆเพื่อทำงานศิลปะแขนงนี้

-สร้างสิ่งที่เราเรียกกันว่า “พรสวรรค์” อันเป็นสิ่งที่เด็กสามารถนำไปใช้ในเวลาที่ต้องการ

โทมัส เอลวา เอดิสัน เคยกล่าวถึงพรสวรรค์ประมาณว่าเป็นผลของแรงบันดาลใจเพียง หนึ่งเปอร์เซ็นต์ บวกกับความพยายามอย่างหนักอีกเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์

- ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด สร้างอารมณ์ขัน

  

(ยังมีต่อ)