
ต่อเนื่องจากบันทึกที่แล้วมา ผมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลการทำงานของครู กศน.อำเภอพระยืน(เป็นทั้งนักวิจัยและผู้ถูกวิจัย)ซึ่งได้ร่วมมือกันพัฒนาศูนย์การเรียนชุมชนตำบลในลักษณะงานวิจัยเชิงปฏิบัติการที่เกิดจากการลงมือทำ รวมทั้งประชุมสัมมนาแก้ไขปัญหาและพัฒนาการทำงานมาเรื่อยๆตั้งแต่ ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน บันทึกนี้ผมขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อให้เห็นถึงรูปแบบการพัฒนาศูนย์การเรียนชุมชนตำบล ซึ่งถือเป็นข้อสรุบและเป็นวัตถุประสงค์ที่สำคัญของงานวิจัย
การวิจัยเรื่องรูปแบบการพัฒนาศูนย์การเรียนชุมชนตำบลเพื่อการศึกษาตลอดชีวิตที่เหมาะสมกับอำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น เป็นวิจัยเชิงปฏิบัติการซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อทดลองรูปแบบศูนย์การเรียนชุมชนตำบลเพื่อการศึกษาตลอดชีวิต โดยศึกษาสภาพการจัดการศึกษาตลอดชีวิตของศูนย์การเรียนชุมชนตำบลและปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของศูนย์การเรียนชุมชนตำบล รวมทั้งกำหนดรูปแบบศูนย์การเรียนชุมชนตำบลที่เหมาะสมสำหรับอำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น โดยได้ดำเนินงานศูนย์การเรียนชุมชนตำบล จำนวน ๕ แห่งครบทุกตำบล คือ ตำบลขามป้อม ตำบลพระบุ ตำบลบ้านโต้นและตำบลหนองแวง รูปแบบการพัฒนาศูนย์การเรียนชุมชนตำบลที่เหมาะสมกับอำเภอพระยืน ประกอบด้วยแนวคิดสำคัญ 3 เรื่องและการดำเนินงาน 10 ขั้นตอน ดังนี้
๓.๑ แนวคิดการบริหารจัดการศูนย์การเรียนชุมชนตำบล เน้นเป้าหมายการจัดการศึกษาตลอดชีวิตให้กับคนในชุมชนตำบล โดยให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศูนย์การเรียนชุมชนตำบลร่วมกัน ซึ่งจะเป็นในรูปคณะกรรมการศูนย์การเรียนชุมชน และครูประจำศูนย์การเรียนชุมชนควรจะมีจำนวนหลายคนเพื่อได้ช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่ และควรจะเป็นคนในท้องถิ่นเพราะรู้จักพื้นที่และคนในชุมชนเป็นอย่างดี มีการพัฒนาอาคารสถานที่ทำงาน มีห้องสมุดชุมชน มีศูนย์อินเตอร์เน็ตชุมชนสำหรับให้บริการแสวงหาข่าวสารความรู้ และมีงบประมาณสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เพียงพอ จึงจะสามารถดำเนินงานจัดการศึกษาตลอดชีวิตให้กับคนในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้การพัฒนากลไกศูนย์การเรียนชุมชนหมู่บ้านขยายไปยังชุมชนหมู่บ้าน จะทำให้ศูนย์การเรียนชุมชนตำบลมีศักยภาพมากขึ้นและทำให้ศูนย์การเรียนชุมชนหมู่บ้านได้รับการพัฒนาขึ้นจนสามารถจัดการศึกษาตลอดชีวิตให้กับคนในชุมชนหมู่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน
๓.๒ แนวคิดการกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่หลากหลายและเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ศูนย์อินเตอร์เน็ตชุมชน ห้องสมุดชุมชน การศึกษาสายสามัญ การพัฒนาอาชีพ การพัฒนาทักษะชีวิต และการพัฒนาสังคมและชุมชน เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่คนในชุมชนให้ความสนใจ โดยเฉพาะเยาวชนและผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่จะต้องมีการออกแบบการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะในแต่ละช่วงวัย สำหรับเยาวชนมีความสนใจด้านการเรียนรู้ผ่านอินเตอร์เน็ต การเรียนรู้การเล่นดนตรี การเล่นกีฬา และทัศนศึกษานอกสถานที่ ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุมีความสนใจกิจกรรมการเรียนรู้ธรรมะ สุขภาพและชอบการทัศนศึกษาและดูงาน เช่นกัน
๓.๓ แนวคิดการประสานงานร่วมมือกันทำงานระหว่างชุมชนและเครือข่ายภายนอกชุมชนตำบล รูปแบบการพัฒนาศูนย์การเรียนชุมชนตำบล พบว่า ชุมชนมีส่วนร่วมเข้ามามีส่วนร่วมเป็นเจ้าของและร่วมทำกิจกรรมการเรียนรู้หลายกิจกรรม ได้แก่ ผู้นำชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น ผู้รู้ครูชาวบ้านในชุมชน ซึ่งมีทั้ง พระ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ครู กลุ่มเยาวชน กลุ่มผู้สูงอายุ ฯลฯรวมทั้งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานองค์กรภายนอกชุมชนเข้ามาร่วมมือดำเนินการสนับสนุนหลายหน่วยงาน ดังเช่น นายอำเภอพระยืน ส่วนราชการต่างๆ และโดยเฉพาะ องค์การบริหารส่วนตำบล นับว่ามีบทบาทสนับสนุนศูนย์การเรียนชุมชนตำบลเป็นอย่างมาก
รูปแบบพัฒนาศูนย์การเรียนชุมชน สามารถสรุปเป็นการดำเนินงาน ๑๐ ขั้นตอน ดังนี้
๓.๑ พัฒนาครู หมายถึง การเน้นหนักพัฒนาครูแกนนำให้มีภาวะผู้นำ มีอุดมการณ์รักการทำงาน กศน. รักการช่วยเหลือชาวบ้านและรักการพัฒนาชุมชน มีความรู้ความสามารถในการจัดการเรียนรู้ตามบทบาทหน้าที่และทำงานประสานงานกับผู้นำชุมชนและชาวบ้านได้ โดยเฉพาะการทำงานเป็นทีมร่วมมือกันระหว่างครู กศน.ด้วยกัน และมีความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ICT แล้วนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนางาน กศน.และงานพัฒนาชุมชน
๓.๒ ลงสู่ชุมชน หมายถึง การทำงานแบบฝังตัวในพื้นที่ชุมชน สำรวจ รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ศักยภาพชุมชน ทำแผนชุมชน เข้าถึงชุมชน เข้าใจชุมชน มองเห็นปัญหาอุปสรรคและมองจุดเด่นของชุมชนออก สามารถจัดโครงการและกิจกรรมส่งเสริมต่อยอดได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
๓.๓ มีมวลชนเป็นมิตร หมายถึง การผูกมิตรกับคนในชุมชน ร่วมงานกิจกรรมกับชุมชน ทำงานร่วมกับผู้นำชุมชนและเข้ากับคนในชุมชนได้ดี
๓.๔ พิชิตด้วย บ้าน วัด โรงเรียน และศรช. หมายถึง การทำงานแบบภาคีเครือข่ายภายในชุมชน ด้วยการรวมกลุ่มทำงานโดยมีผู้ใหญ่บ้าน เจ้าอาวาสวัด ผู้อำนวยการโรงเรียน และศูนย์การเรียนชุมชนเป็นแกนนำในการขอความร่วมมือ อาจทำเป็น MOU หรือลงนามเป็นข้อตกลงร่วมกันในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับคนในชุมชน
๓.๕ เกิดก่ออาคารสถานที่ หมายถึง ศูนย์การเรียนชุมชนต้องมีสถานที่เป็นเอกเทศ มีความเป็นสำนักงาน มีห้องประชุม มีห้องจัดการเรียนการสอน และมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆครบครันอย่างมีสง่าราศีเช่นเดียวกับ ศูนย์ กศน.อำเภอ ดังนั้นการสนับสนุนงบประมาณให้กับศูนย์การเรียนชุมชนตำบลเป็นเรื่องสำคัญ
๓.๖ มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย หมายถึง ต้องจัดกิจกรรมการเรียนรู้หลากหลายกิจกรรมเพื่อตอบสนองต่อกลุ่มคนเป้าหมายต่างๆ เช่น เด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุ ที่สำคัญเช่น ศูนย์อินเตอร์เน็ต ห้องสมุดชุมชน พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ศูนย์ฟิตเนสและการออกกำลังกาย ฝึกกีฬามวยไทยและเทควันโด กิจกรรมทัศนศึกษาและดูงาน กิจกรรมฝึกอบรมและเข้าค่าย เป็นต้น
๓.๗ ประสานการทำงานร่วมกับเครือข่าย หมายถึง การทำงานร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆทั้งภายในชุมชนและภายนอกชุมชน ซึ่งได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบล นายอำเภอและส่วนราชการต่างๆทั้งในระดับอำเภอและระดับจังหวัด มหาวิทยาลัย เป็นต้น
๓.๘ สร้างความพึงพอใจผู้รับบริการ หมายถึง ความพยายามจัดบริการให้มีคุณภาพ คำนึงถึงประโยชน์ของผู้รับบริการเป็นสำคัญเข้าใจปัญหาของผู้รับบริการและประเมินความพึงพอใจของผู้รับบริการอยู่ตลอดเวลา ผู้รับบริการเป็นสิ่งสำคัญและหมายถึงความสำเร็จของศูนย์การเรียนชุมชนตำบล
๓.๙ บริหารจัดการแบบมืออาชีพ หมายถึง การทำงานที่ประสบความสำเร็จโดยไม่เกิดปัญหา หรือข้อเสียหายใดๆเลย ดังนั้นจึงต้องทำงานด้วยความระมัดระวังรอบคอบ และจัดการบุคคล วัสดุอุปกรณ์เครื่องมือในการทำงาน มีนวัตกรรมใหม่ๆในการทำงาน ใช้เทคโนโลยี และมีงบประมาณที่เพียงพอ ครูศูนย์การเรียนชุมชนจึงควรมีความรู้ในเชิงการบริหารจัดการด้วย สามารถวางแผน ทำงานอย่างมีแผนและมีเป้าหมาย จนบรรลุเป้าหมายในการทำงาน
๓.๑๐ เป็นแบบอย่างที่ดีและยั่งยืน หมายถึง การพัฒนางานศูนย์การเรียนชุมชนตำบลให้ประสบความสำเร็จ ได้รับการยอมรับจากชุมชน สามารถมองเห็นผลสำเร็จเชิงประจักษ์ เป็นรูปธรรม และเป็นแบบอย่างที่ดี ต้นแบบที่ดีสำหรับการศึกษาดูงานและการเรียนรู้ รวมทั้งให้มีความเจริญก้าวหน้า พัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด
หวังว่า งานวิจัยงูๆปลาๆชิ้นนี้ คงมีประโยชน์บ้างสำหรับครู กศน.ทุกท่านนะครับ

เยี่ยมมากค่ะ ขอให้พบกับความสำเร็จ เร็วที่สุดค่ะ
มีประโยชน์มากทีเดียว ขอบคุณ
ดีมากเลยครับ