มีคำตอบอยู่ในใจ จึงไม่ค่อยฟัง พลังจึงไม่เกิด

      เมื่อวานตอนเช้า  ผมเข้าไปนิเทศโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำตำบลแห่งหนึ่ง   เพื่อเชิญชวนให้สมัครใจเข้าโครงดารโรงเรียนวิถีพุทธจิตอาสา   โรงเรียนพุทธฉือจี้ 


    ผมก็เตรียมสาระสำคัญและหลักการของโรงเรียนฉือจี้เอาไว้ในใจ  เพื่อที่จะไป "พูด"  ให้ผู้บริหารโรงเรียนเข้าใจ   


        เมื่อพบผู้บริหารโรงเรียน  ผมก็เริ่ม "พูด" ให้ฟัง  ขณะที่ผู้บริหารโรงเรียนเอง ก็ต้องการจะนำเสนอเรื่องราวของการปลูกฝังคุณธรรม ที่ทางโรงเรียนทำอยู่   


     ความรู้สึกของผมในตอนนั้น  "เสียงภายใน" มันดังมากครับ  เป็นเสียงที่ต้องการ "พูด"  และ   ไม่ต้องการ "ฟัง"  


       แต่ก่อนที่การนิเทศของผมจะล้มเหลว เพราะดีแต่พูด โดยไม่ยอมฟัง  แว็บหนึ่ง  ก็มีความคิดหนึ่ง แว่บเข้ามาครับ   เป็นความคิดที่นึกถึงตอนผมเป็นผู้บริหารโรงเรียนแล้วมีคนมานิเทศ   ผมพูดอะไรออกไป  คนนิเทศ"ไม่ฟัง" ผมเลยครับ   พยายามจะให้ผมฟังอย่างเดียว   และความรู้สึกในครั้งนั้น  ผมก็ต่อต้านอย่างมากครับ 


      เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้ทันเวลา   ผมก็เลยเริ่มมาฟังผู้บริหารโรงเรียนนี้ พูด   พยายามฟังอย่างตั้งใจ ให้เข้าใจ   แล้วก็ชื่นชมความคิดเขา  และ ก็บอกว่า  ที่โรงเรียนทำมาก็เป็นเรื่องเดียวกับฉือจี้อยู่แล้ว  ก็ทำต่อไปได้เลย  เพียงแต่ว่ามาเสริมในส่วนที่โรงเรียนยังไม่ได้ทำ เพื่อเข้าสู่หลักการของ ฉือจี้   อย่างค่อยเป็นค่อยไป  ให้สอดคล้องกับสภาพของโรงเรียน เท่าที่จะพอทำได้  โดยครูไม่เครียด  


      ผมพูดอย่างนี้ ผู้บริหารโรง้รียนก็เริื่ม "ตั้งใจฟังผม" ครับ  ขณะเดียวกัน  พอผมพูดไปสักพัก ผู้บริหารโรงเรียนก็พูดแสดงความคิดเห็นออกมาบ้าง  ผมก็ตั้งใจฟัง และ ยอมรับความคิดเห็นของผู้บริหาร  ว่าเป็นหลักการที่ดีและถูกต้อง  


       การนิเทศของผมในครั้งนี้   ถือว่าประสบผลสำเร็จครับ ที่สำเร็จ เพราะ "การฟัง" ครับ ไม่ใช่สำเร็จเพราะ "การพูด" 


      แต่ก็  "เกือบไป"  ครับ ถ้าคิดไม่ัทันว่าการนิเทศที่ดี   "อย่าดีแต่พูด"  ให้ "ฟังเข้าบ้าง"  


      การนิเทศการศึกษาที่ผ่านมา   นิเทศไม่สำเร็จเพราะผู้นิเทศ  ดีแต่พูด แต่ไม่ยอมฟัง ครับ