การกระทำผิดตาม พ.ร.บ.

ฐานความผิด

โทษจำคุก

โทษปรับ

มาตรา 5 การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่ชอบ

ไม่เกิน 6 เดือน

ไม่เกิน 10,000 บาท

มาตรา 6 การเปิดเผยมาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะโดยไม่ชอบ

ไม่เกิน 1 ปี

ไม่เกิน 20,000 บาท

มาตรา 7 การเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยไม่ชอบ

ไม่เกิน 2 ปี

ไม่เกิน 40,000 บาท

มาตรา 8 การดักรับข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยไม่ชอบ

ไม่เกิน 3 ปี

ไม่เกิน 60,000 บาท

มาตรา 9 การทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยไม่ชอบ

ไม่เกิน 5 ปี

ไม่เกิน 100,000 บาท

มาตรา 10 การกระทำเพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ

ไม่เกิน 5 ปี

ไม่เกิน 100,000 บาท

มาตรา 11 การส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์รบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่นโดยปกติสุข (Spam mail)

ไม่มี

ไม่เกิน 10,000 บาท

มาตรา 12 การกระทำต่อความมั่นคง
(1) ก่อความเสียหายแก่ข้อมูลคอมพิวเตอร์
(2) กระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ/เศรษฐกิจ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต

ไม่เกิน 10 ปี
3 ปี ถึง 15 ปี
10 ปี ถึง 20 ปี

ไม่เกิน 200,000 บาท และ
60,000 – 300,000 บาท
ไม่มี

มาตรา 13 การจำหน่ายชุดคำสั่งที่จัดทำขึ้นเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด

ไม่เกิน 1 ปี

ไม่เกิน 20,000 บาท

มาตรา 14 การใช้ระบบคอมพิวเตอร์ทำความผิดอื่น (การเผยแพร่เนื้อหาอันไม่เหมาะสม)

ไม่เกิน 5 ปี

ไม่เกิน 100,000 บาท

มาตรา 15 ผู้ให้บริการจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิด

ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิด

ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิด

มาตรา 16 การตกแต่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นภาพของบุคคล

ไม่เกิน 3 ปี

ไม่เกิน 60,000 บาท

 

 

 

 

ตัวอย่างการกระทำผิด พรบ 50

Carding 13% เป็นลักษณะของการขโมยบัตรเครดิตแล้วนำเลขบัตรเครดิตมาทดสอบใช้งานดูว่าการ์ดที่ถืออยู่ใช้ได้หรือไม่ได้ โดยที่ไม่ต้องการให้เจ้าของหรือธนาคารรู้ ซึ่งวิธีที่นิยมมากที่สุด คือ การนำบัตรเครดิตนี้เข้าสู่เว็บไซต์การบริจาคให้มูลนิธิประมาณ 100-200 บาท เพื่อให้เจ้าของบัตรไม่รู้สึกผิดปกติ และมีการโอนเงินเข้าสู่มูลนิธิ ถ้าได้แปลว่าการ์ดนี้ทำงานได้ ซึ่งต่อไปจะเบิกเงินมากกว่านี้ก็ได้

Auctions 10% เป็นบริการประมูลการซื้อของขายของ เช่น เมื่อเข้าไปซื้อของเสียเงินไปแล้วแต่ของไม่มา นอกจากนี้ สิ่งที่เป็นภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตยังมีหลายเรื่องที่ต้องระวัง เช่น การฝังมัลแวร์หรือซอฟแวร์ที่หวังร้าย, สแปมเมล์ หรือส่งอีเมล์มาขายของ, จะมีคนแปลกหน้าส่งของหรือข้อความมาให้เราผ่านทางโปรแกรมประเภทสนทนา อย่าง MSN, Yahoo หรือ ICQ จากนั้นจะเข้าไปขโมย Contact List ของเรา เป็นต้น ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยมาก และเป็นปัญหาผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกำลังประสบอยู่ในปัจจุบัน

ในส่วนของการแฮคก์ระบบ ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นค่อนข้างมาก แต่บางครั้งผู้ใช้อาจจะไม่ทราบว่าระบบถูกแฮ็ก เพราะเข้าอาจจะต้องการขโมยข้อมูล หรือต้องการขโมบ Password หรือต้องการแฟ้มเอกสารบางแฟ้ม

ส่วนองค์กรที่ทำงานทางด้านทรัพย์สินทางปัญญา หรือทำงานเกี่ยวกับด้านบัญชี บางครั้งข้อมูลหายไปโดยที่ไม่รู้ตัว เนื่องจากผู้เจาะระบบจะทำแบบเงียบๆ หรือขโมยไปโดยไม่ได้บอกเจ้าของ ซึ่งส่วนนี้จะเป็นอันตรายมากหากเป็นฐานข้อมูลของประเทศ นอกจากนี้ยังมีไวรัส หรือโปรแกรมที่ไม่ดีบางชนิดที่มากับเว็บไซต์ ซึ่งเป็นการสร้างความรำคาญให้กับผู้ใช้งาน

นี่เป็นสาเหตุซึ่งแสดงให้เห็นว่าเรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกฎหมายขึ้นมาเพื่อจะคุ้มครองสังคม แต่อย่างไรก็ตาม กฎหมายนี้ถือว่าเป็นกฎหมายไฮเทค กลไกที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายจึงไม่ง่ายนัก ไม่เหมือนกับการขโมยของทั่วไป

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่จะทำให้พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้นำไปสู่การปฏิบัติอย่างถูกต้อง จะต้องช่วยกันสร้างความรู้ความเข้าใจอย่างทั่วถึงให้แก่คนในสังคมเพื่อให้เกิดความตระหนัก และรับทราบวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง เนื่องจากพระราชบัญญัตินี้จะมีผลกระทบกับผู้ใช้คอมพิวเตอร์และผู้ใช้อินเทอร์เน็ตโดยทั่วไป

หากท่านทำให้เกิดการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะบังเอิญหรือตั้งใจ ก็อาจจะมีผลกับตัวเอง และที่สำคัญคือผู้ให้บริการ ซึ่งรวมไปถึงหน่วยงานต่างๆที่เปิดให้บริการอินเทอร์เน็ตแก่ผู้อื่น หรือกลุ่มพนักงาน นักศึกษา ในองค์กรด้วย