ประชุมเครือข่าย Palliative Care ในโรงเรียนแพทย์

นับตั้งแต่มีเครือข่าย Palliative Care ในโรงเรียนแพทย์และมีการประชุมไปแล้ว 3 ครั้ง ฉันพึ่งมีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้เป็นครั้งแรกต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์หมอศรีเวียง ไพโรจน์กุล หัวหน้าหน่วย Palliative Care โรงพยาบาลศรีนครินทร์ เเละเเกนนำสำคัญคืออาจารย์หมอเต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี ที่เปิดโอกาสให้ฉันเเละเพื่อนได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งที่ 4 และจัดขึ้นที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ฉันเดินทางจากขอนแก่นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม  2553 การประชุมจัดขึ้นในวันที่ 2 กรกฎาคม   2553  งานเริ่มประมาณ 9 โมงเช้า Theme ของงานในครั้งนี้คือ Ethic and law  

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในครั้งนี้คิดว่าจะเป้นประโยชน์ต่อการพัฒนางาน Palliative Care ที่ทำอยู่อาจจะสรุปไม่ครบในบันทึกนี้ แต่จะขอเล่าประเด็นที่รู้สึกว่าฟังแล้วน่าสนใจ ที่อาจารย์หมอดุสิต สถาวร พูดใน section แรกกรณี

อะไรคือสิ่งที่ผู้ป่วยจะได้รับการปฏิบัติ เมื่อเขาอยู่ในระยะสุดท้าย

"What shall and shall not be done when the patient is at the end of life"

การที่ปัจเจกบุคคลพึงได้รับความคุ้มครองเสรีภาพในการตัดสินใจด้วยตัวเอง(self determination) เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจ

การให้ความยินยอมหลังการบอกกล่าว(Inform concent) สามีสามารถตัดสินใจเซนต์ยินยอมทำหัตถการหรือทำอะไรได้ แต่ถึงอย่างไรต้อง base on ผลประโยชน์ที่จะเกิดกับคนไข้

A Rapid Approach to ethical problem

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่เราทำต่อคนไข้นั้นเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายหรือจริยธรรมหรือไม่ มีวิธีทดสอบ 3 ข้อ

1.  ถามตัวเองว่าสิ่งที่เราตัดสินใจนั้น เราทำดีหรือยัง

2.  เล่าให้เพื่อนในวิชาชีพเดียวกันฟังเขาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย

3.  เล่าออกทีวีให้สาธารณะชนฟัง คนทั้งประเทศ เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย

 

ถ้าตอบ yes ทั้งสามข้อแสดงว่า o.k.

และอีกประเด็นที่น่าสนใจคือคำขอ 5 ประการของคนไข้ระยะสุดท้ายคิดว่าทุกคนคงต้องการแบบนี้เช่นกัน

1.  การดูแล comfort care

2.  ขอใครมาอยู่เป็นเพื่อน คนที่รัก พ่อ แม่ คนที่รัก ลูก ครอบครัว

3.  ดูแลความปวดควบคุมความปวดให้ด้วย

4.  สิ่งที่อยากบอกคนที่ยังอยู่

5.  การดูแลที่ดีจากทีมการพยาบาลแพทย์

 

 ใครเอ่ยให้ทาย

บรรยากาศการประชุมวิชาการ

 

คนสำคัญอีกท่านหนึ่งต่องาน Palliative Care

อาจารย์หมอดุสิต สถาวร