ต่างที่คิด ชีวิตจึงต่าง

พิมพ์ดีดกับคอมพิวเตอร์

            สาย ๆ วันนี้อาจารย์ไพศาล  ศรีวิชัย จากครุศาสตร์ มจร.เชียงใหม่ ส่งบทความปรัชญาแห่งการเปลี่ยนชีวิต อ่านแแล้วให้แง่คิดที่ดีในการคิด และการทำงนจึงขอนำมาแบ่งปันให้กับเพื่อน ๆ พี่ ๆ Gotoknow  ได้อ่าน
 
         เรื่องราวของคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ที่เจ้าของต้องเสียเวลาในการไปเลือกซื้อและต้องเสียเงินกับการซื้อ  เสียเงินและเสียเวลากับการบำรุงรักษา แต่ด้วยเจ้าของเคยใช้เครื่องพิมพ์ดีดมาเป็นเวลานาน  จึงไม่รู้จะเอาเครื่องพิมพ์ดีดไปไว้ไหน(ทิ้งไปก็เป็นขยะรกโลก)

         เจ้าของจึงยังคงใช้เครื่องพิมพ์ดีดเครื่องนั้นอยู่  โดยได้นำผ้ามาคลุมเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ซื้อมาไว้  นานนานจึงจะคิดได้ว่ามีเครื่องคอมฯและก็ใช้งานซ่ะหน่อยโดยก็ไม่ได้ใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นอย่างเต็มที่ และเต็มศักยภาพของคอมพิวเตอร์  ด้วยเกรงว่าเมื่อนำคอมพิวเตอร์มาใช้งานอย่าง เต็มที่แล้วจะทำให้พิมพ์ดีดน้อยใจ 

          เพราะที่ผ่านมาตอนที่ไม่มีคอมพิวเตอร์เจ้าของก็ได้พิมพ์ดีดนี่แหละช่วยทำงาน ด้วยดีเสมอ  แต่พอคิดว่าคอมพิวเตอร์น่าจะนำมาช่วยงานอะไรได้อีกแยะจึงได้ตัดสินใจซื้อ คอมพิวเตอร์มาใช้  แต่พอถึงเวลากลับกลัวพิมพ์ดีดน้อยใจ  จึงจำทนใช้พิมพ์ดีดสืบไป  และบ้านหลังนั้นก็ไม่มีอะไรพัฒนาขึ้นเลยเพราะจะทำ พิมพ์ดีดให้เป็นคอมพิวเตอร์ก็คงจะยากS บ้านหลังนั้งก็ได้แก่เจริญลงเจริญลง  พร้อมกับความผุพังของเครื่องพิมพ์ดีดและ
 
           แต่พอเพื่อนบ้านรู้ว่าบ้านหลังนั้นมีคอมพิวเตอร์ที่ดี แต่ไม่ค่อยได้ใช้งาน จึงไปขอยืมมาใช้งาน  คอมพิวเตอร์ก็ไปช่วยสร้างงานพัฒนางานให้กับเพื่อนบ้านเจริญเท่าทันประชาคม โลก


          คนเราบางทีีก็อยู่ในสภาวะการณ์ที่บีบคั้นนี้มากเกินไป ความเกรงใจเป็นคุณสมบัติของคนดี แต่หากมีมากจนเกินพอดี ก็ย่อมเป็นดั่่งเจ้าของพิมพ์ดีด น่าจะยกพิมพ์ดีดขึ้นเป็นที่ปรึกษาเครื่องคอมฯ ในฐานะผู้อาวุโส งานคงไปได้ไกลตามที่ตั้งใจไว้ เล่นเกรงใจจนเกินงามที่สุดแล้ว "บ่มีประโยชน์สักอย่าง"

  เกรงใจ  เสียงาน

   สงสาร   ฉิบหาย

   เชื่อง่าย  เป็นทุกข์

ต่างที่คิด ชีวิตจึงต่าง

เปลี่ยนคนคิด หน่วยงานเปลี่ยน